<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-5307417485713759266</id><updated>2011-07-30T12:00:32.255-07:00</updated><category term='เส้นเครื่องหมายบนพื้นทาง'/><category term='แจ้ง'/><category term='กระจก'/><category term='จับกุมรถยนต์แต่ง'/><category term='Dexron III'/><category term='ป้ายทางหลวงพิเศษ'/><category term='รถป้ายแดง'/><category term='อาการ'/><category term='รอยขีดข่วน'/><category term='น้ำมันเชื้อเพลิง'/><category term='หัวฉีด'/><category term='ปัดน้ำฝน'/><category term='ผ้าเบรก'/><category term='ฐานะ'/><category term='แก้ปัญหา'/><category term='ขับรถ'/><category term='เกียร์'/><category term='เครื่องปรับอากาศ'/><category term='ออกตัว'/><category term='รถหาย'/><category term='ยางระเบิด'/><category term='เครื่องหมายจราจร'/><category term='การประกันภัยรถยนต์'/><category term='เส้นทาง'/><category term='แอร์'/><category term='ป้ายแนะนำทั่วไป'/><category term='น้ำกลั่น'/><category term='ไฟสัญญาณฉุกเฉิน'/><category term='ป้ายเืตือน'/><category term='หน้าฝน'/><category term='รถ'/><category term='สัญญาณ'/><category term='RELAY'/><category term='ตัวแทน'/><category term='เครื่องยนต์'/><category term='คอมเพรสเซอร์'/><category term='จอด'/><category term='เหยียบเบรก'/><category term='เดินทางไกล'/><category term='ทางโค้ง'/><category term='ตกน้ำ'/><category term='เทคนิคการขับ'/><category term='ประหยัด'/><category term='รถมือสอง'/><category term='ช้า'/><category term='สตาร์ท'/><category term='เข็มขัด'/><category term='กรองอากาศ'/><category term='วิธีเลือกซื้อรถมือสอง'/><category term='เร็ว'/><category term='นิรภัย'/><category term='พวงมาลัย'/><category term='สภาพรถ'/><category term='น้ำมันเกียร์ออโต้ Dexron II'/><category term='หม้อน้ำ'/><category term='ตำแหน่ง'/><category term='เลือก'/><category term='เบรค'/><category term='ป้ายบังคับ'/><category term='เช็ค'/><category term='ซื้อรถมือสองอย่างไรไม่ให้ถูกเอาเปรียบ'/><category term='ยาง'/><category term='บริษัทประกันภัยรถยนต์'/><category term='ถนน'/><category term='รถยนต์'/><category term='นายหน้า'/><category term='อันตราย'/><category term='ตำรวจ'/><category term='การใช้งาน'/><category term='ขับ'/><category term='ชะลอ'/><category term='ปลอดภัย'/><title type='text'>ไร้สาระสุดๆ</title><subtitle type='html'></subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://raisaramak.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5307417485713759266/posts/default?max-results=100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://raisaramak.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>mixer</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17096518705531486329</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://4.bp.blogspot.com/_tshc1bf64uk/SmxUN5b2ZII/AAAAAAAAAAU/w4Eufop1EXA/S220/Picture+186_1.JPG'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>54</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>100</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5307417485713759266.post-6295086606377349333</id><published>2009-11-28T20:27:00.000-08:00</published><updated>2009-11-28T21:01:04.193-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='รถป้ายแดง'/><title type='text'>เทคนิคการซื้อรถป้ายแดง</title><content type='html'>&lt;span style=""&gt;กว่าจะเก็บเงินซื้อรถ ป้ายแดงได้ซักคัน มนุษย์สามัญธรรมดาอย่างเราๆมันก็เหนื่อยละครับบางคนกว่าจะซื้อได้ก็ครึ่ง ค่อนชีวิต เพราะฉะนั้นต้องรอบคอบพิถีพิถันหน่อย เพื่อที่ท่านจะได้ไม่ต้องมานั่งเสียดายภายหลัง สำหรับท่านที่รู้แล้วข้ามได้เลยนะครับ ผมเองก็รู้แค่เบื้องต้นแต่อยากแบ่งปันประสบการณ์บ้าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สิ่งแรกที่คุณ จะต้องทำในการเตรียมตัวซื้อรถนั่นก็คือการถามตัวเองก่อนว่าคุณมี ความจำเป็นในการใช้รถป้ายแดงมากน้อยแค่ไหน หรือแค่เห็นว่ารถรุ่นนี้สวย เท่ห์ หรืออยากขับป้ายแดง กำหนดเงินที่มีอยู่ข้อนี้ถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญมากทีเดียวหากคุณคิดจะซื้อ รถสักคัน เพราะเงินคือสิ่งที่เป็นตัวกำหนดว่าคุณควรจะซื้อรถแบบใด ยี่ห้อใด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หาก ว่า คุณต้องซื้อแบบเงินผ่อนล่ะก็ขอแนะนำว่า คุณต้องดูความสามารถในการผ่อนแต่ละเดือน ไม่ว่าจะเป็นค่าดอกเบี้ย ค่าประกันรถที่ต้องจ่ายทุกปี ค่าซ่อมแซม ถึงจะเป็นรถใหม่ เช็คศูนย์ก็ต้องใช้เงินทั้งนั้น หรือราคาน้ำมันที่แพงขนาดนี้ ตกเดือน หนึ่งคุณต้องจ่ายเท่าไหร่ ลองบวกลบคูณหารแล้วไม่ทำให้คุณเดือดร้อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ยก ตัวอย่างเช่น ถ้ามีเงินอยู่สองแสนกว่าบาท ก็เก็บ ตรงส่วนปลายไว้เผื่อยามฉุกเฉินบ้าง เอาเงินสองแสน มาดาวน์รถเล็กๆประหยัดน้ำมันอย่างเช่น vios yaris city zx jazz avio เอารุ่นกลางๆ ก็พอราคาประมาณ500,000-600,000 บาทหรือจะเอาปิกอัพก็ได้ เริ่มตั้งแต่ประมาณ 470,000 ขึ้นไปยิ่งช่วงนี้ลดแลก แจกแถมยิ่งกว่าโปรโมชั่นมือถือ บางรุ่นลดเป็นแสน ต่อยอะๆ เข้าไว้ ช่วงนี้เริ่มขายยาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สมมุติราคารถ 600,000 ดาวน์ 200,000 ก็จะผ่อน เดือนละประมาณ7-8 พันบาทต่อเดือน แล้วอย่าลืมค่าน้ำมันและค่าใช้จ่ายอย่างอื่นเล็กน้อย สรุปแล้วในแต่ละเดือนคุณต้องจ่ายให้กับรถคันนี้ประมาณหมื่นถึงหมื่นสามพัน บาท&lt;br /&gt;เมื่อรวมกับค่าใช้จ่ายส่วนตัวและภาระอย่างอื่นแล้วยังมีเงินเหลือพอหรือเปล่า ตรงนี้คุณจะตัดสินใจได้เอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำคัญมากๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และ คิดเผื่อในระยะยาวด้วยเพราะต้องผ่อนกันยาว4-5 ปี ไม่ใช่เดือนสองเดือน คิดง่ายๆก็คือคุณต้องมีรายรับมากกว่ารายจ่ายสองเท่า จะได้ไม่ต้องเหนื่อยมากและเครียดด้วย อีกอย่าง ยี่ห้อรถและราคาขายต่อ มีรถบางยี่ห้อราคา&lt;br /&gt;แพงลิบตอนคุณซื้อ แต่พอคุณคิดจะเปลี่ยนยี่ห้อกลับราคาตกอย่างน่าใจหาย จริงๆแล้วเรื่องราคาขายต่อนั้นก็มีปัจจัยหลายข้อที่ทำให้ราคาตก ไม่ได้ขึ้นอยู่ที่สภาพหรือสมรรถนะของรถเท่านั้น แต่เกี่ยวกับเรื่องของกระแสความนิยม ความ&lt;br /&gt;ดังของยี่ห้อ สัญชาติของยี่ห้อ จำนวนศูนย์บริการ ราคาอะไหล่ ความชินตาที่เห็นบนถนน ความจุกจิกในการใช้งาน รูปลักษณ์ จำนวนคนที่รอซื้อต่อ หรือความยากในการขายต่อ ความใหม่ของยี่ห้อรวม ถึงการล้มหายไปของยี่ห้อ ฯลฯ ล้วนมีผลต่อราคาขายต่อทั้งนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทีนี้ก็มาดูขั้นตอนต่อไปครับ&lt;br /&gt;1. ก่อนอื่นต้อง&lt;b&gt;ถามตัวเองก่อนว่ามีความรู้เรื่องรถมากน้อยขนาดไหน&lt;/b&gt; การซื้อรถมือหนึ่งอาจมีจุดสำคัญที่ต้องพิจารณาไม่มากเท่ารถมือสอง แต่ยังไงก็ควรละเอียดถี่ถ้วนสักนิดเพื่อให้ได้รถดีๆมาขับ&lt;br /&gt;เอาแบบคร่าวๆแล้วกัน&lt;br /&gt;1. ต้องถูก&lt;br /&gt;- ถูกต้องตามกฎหมาย (แล้วผิดกฎหมายใครจะซื้อ ) ก็พวกรถนำเข้าทั้งหลายนั่นแหละ&lt;br /&gt;- ถูกเงิน นิยามของคนซื้อที่ดีที่สุดคือ “เราเป็นเจ้าของเงินเพราะฉะนั้นเราต้องเป็นผู้เลือก’’ ไม่ต้องกลัวเซลล์ไม่ได้ขายรถ หรือมันจะหมดก่อน อย่าหลงคารมเซลล์สาวๆสวยๆเป็นอันขาด (เหมือนใครหว่า)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;- ถูกใจ เพื่อนบอกให้ใช้รถเบนซ์ ที่บ้านบอกบีเอ็ม ลูกอยากได้4x4 ข้างบ้านบอกกระบะดีกว่า หรือกิ๊กบอกเอารถมินิ&lt;br /&gt;น่า รักๆ สารพัดถูกใจคนรอบข้าง แต่คุณต้องย้อนกลับมาถามตัวเองแล้วล่ะว่าซื้อรถไปเพื่ออะไร เพื่อใคร เพื่อเพื่อน เพื่อพ่อแม่ เพื่อลูก หรือเพื่อตัวเองหรือซื้อให้กิ๊ก แล้วคุณจะตอบโจทย์และยี่ห้อที่คุณเลือกได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. ต้องมีความรู้เรื่องรถ ไม่ใช่รู้แบบละเอียด แต่ต้องมีความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับรถบ้างเช่น&lt;br /&gt;2.1 ปีที่ผลิต และปีที่จะซื้อ ซึ่งรถยนต์ส่วนใหญ่จะออกใหม่ทุกๆ4-6ปี เพื่อจะไม่ได้เสียใจที่ได้รถตกรุ่นออกไปแล้วรุ่น&lt;br /&gt;ใหม่ตามออกมาทันที ไม่ต้องมานั่งช้ำใจผ่อนกันยาว และจะได้ไม่มีปัญหาเรื่องอะไหล่สำรอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2.2 เครื่องยนต์ เป็นแบบไหน เทอร์โบหรือธรรมดา สเป็คเครื่องยนต์สมรรถนะช่วงล่าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2.3 เลือกยี่ห้อไหนดี&lt;br /&gt;- รถยุโรป&lt;br /&gt;ข้อดี หรูหรา ระบบความปลอดภัยสูง คุณค่าทางสังคมสูง&lt;br /&gt;ข้อเสีย ราคาสูง ค่าบำรุงรักษาแพง บางยี่ห้อขายแพงเกินจริง ทั้งที่เมืองนอกขายถูก ก็โดนภาษีซะ….&lt;br /&gt;- รถอเมริกัน&lt;br /&gt;ข้อดี ได้ความปลอดภัย แข็งแรงทนทาน&lt;br /&gt;ข้อเสีย มีเข้ามาขายน้อยมาก ศูนย์บริการน้อย ราคาขายต่อตกมาก&lt;br /&gt;- รถญี่ปุ่น&lt;br /&gt;ข้อดี มหาอำนาจรถยนต์เมืองไทยยึดครองส่วนแบ่งการตลาดมีจุดเด่นเรื่องราคา ศูนย์บริการและอะไหล่สำรอง รูปร่างหน้าตาที่ถูกใจคนไทย&lt;br /&gt;ข้อเสีย ที่เห็นอยู่ก็คงเรื่องระบบความปลอดภัยที่ต้องปรับปรุง&lt;br /&gt;- รถเกาหลี&lt;br /&gt;ข้อดี เทคโนโลยีไม่เป็นรองใครแถมราคายังถูกกว่ามาก&lt;br /&gt;ข้อเสีย การประกอบ ราคาอะไหล่และศูนย์บริการน้อยมาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2.3 รุ่นของรถ&lt;br /&gt;รหัสท้ายรถแต่ละรุ่นมีความหมายแตกต่างกันทั้งเครื่องยนต์ สมรรถนะ ราคาและคุณภาพ&lt;br /&gt;ยกตัวอย่างเช่น I จะเป็นเครื่องหัวฉีด&lt;br /&gt;1.8 จะเป็นขนาดเครื่องยนต์ ความจุ 1,800 ซีซี&lt;br /&gt;AT = เกียร์ออโต เป็นต้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. &lt;b&gt;ข้อควรคำนึงในการซื้อรถใหม่&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;- คำนึงถึงประโยชน์ใช้สอยให้มากที่สุด บางคนซื้อรถตามกระแสเช่นซื้อ 4x4 แต่ไม่เคยขับขึ้นเขาลงห้วยซักครั้ง หรือขับแต่ในเมืองเป็นส่วนใหญ่ ซื้อปิกอัพเผื่อบรรทุกแต่ไม่ได้ใช้งานเลยหรือรถเก๋งคันเล็กๆแต่นั่งเต็ม อัตราแถมขนของ&lt;br /&gt;เต็มอีกต่างหาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;- สมรรถนะของรถ ควรทดลองขับดูก่อนว่าถูกใจไหม ความแรงมันจะสวนทางกับความประหยัดเสมอ เลือกให้ตรงกับเราที่สุด&lt;br /&gt;- ตรวจเช็คเกี่ยวกับการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงว่าใช้ประเภทไหนคุ้มค่าหรือไม่&lt;br /&gt;- ราคาอะไหล่และค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษา แพงมากไหมศูนย์บริการสะดวกหรือเปล่าหรือหาแทบไม่ได้เลย ใน&lt;br /&gt;อนาคตเป็นอย่างไร -)&lt;br /&gt;- อุปกรณ์อำนวยความสะดวกมีให้มาครบหรือยัง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;-รูปทรงภายนอก เป็นหัวข้อแรกๆเลยเป็นความชอบส่วนบุคคล เลือกให้ตรงกับที่เราชอบมากที่สุด&lt;br /&gt;- เปรียบเทียบก่อนซื้อ ควรดูหลายๆยี่ห้อเทียบกันทุกๆด้านใจเย็นๆ (ดูหลายๆคนเข้าไว้)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;- ระบบความปลอดภัย เช่นถุงลม ABS หรือว่าโครงสร้างตัวรถ&lt;br /&gt;- จะเอาเกียร์ธรรมดาหรืออัตโนมัติเอาที่ตัวเองถนัด&lt;br /&gt;- เลือกซื้อจากโชว์รูมหรือตัวแทนจำหน่ายที่น่าเชื่อถือ&lt;br /&gt;- ตกลงกับผู้ขายหรือตัวแทนจำหน่ายเรื่องการโอนรถและทะเบียนให้ดีว่าใครเป็นคนจ่าย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;- ควรมีเพื่อนหรือผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับรถไปด้วยดีที่สุด&lt;br /&gt;- สิ่งที่สำคัญที่สุดคือต้องได้ทดสอบขับเสียก่อน อย่าตัดสินใจซื้อเมื่อไม่มีโอกาสได้ทดสอบขับ เพราะหากมีอะไรไม่ถูกใจหรือไม่ชอบจะได้เปลี่ยนรุ่นหรือยี่ห้อได้&lt;br /&gt;-.ควร ดูราคาหลายๆแห่งก่อนซื้อ เพราะว่าแต่ละบริษัทอาจจะมีโปรโมชั่นที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นอัตราดอกเบี้ยต่ำ อุปกรณ์เสริม เช่น ล้อแม็กซ์ แอร์ วิทยุ กันสนิม ซ่อมฟรี และฟรีประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 คุณควรจะลองดูหลายๆแห่งอาจจะได้รถดีราคาไม่แพงมากก็ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;- เช็คราคาอะไหล่และศูนย์บริการ รถบางยี่ห้อราคาอะไหล่แพงหูฉี่และหายาก มีความลำบากในการซ่อม รวมทั้งค่าซ่อมแพง หรือว่าบางยี่ห้อต้องใช้อะไหล่ของทางบริษัทเท่านั้น รวมถึงเรื่องของศูนย์บริการที่รถบางยี่ห้อมีไม่กี่แห่ง อาจจะลำบากในการหาศูนย์บริการหากคุณอยู่ไกล&lt;br /&gt;-หาข้อมูลเพิ่มเติมสื่อใน ปัจจุบันนั้นมีมากมายให้เลือก ไม่ว่าจะเป็นโทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ นิตยสาร หรือ อินเตอร์เน็ต คุณสามารถเช็คข้อมูลได้ทุกเรื่องเกี่ยวกับรถที่คุณอยากรู้ แต่ต้องอย่าลืมว่าสื่อเหล่านี้ไม่ได้ถูกต้องไปเสีย&lt;br /&gt;100 % คุณอาจจะลองถามเพื่อนที่ใช้รถดูเค้าอาจมีคำแนะนำให้คุณแต่ความคิดส่วนตัวแต่ละคนแตกต่างกันไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;- การทำประกันภัยรถยนต์ ชั้น 1 เลือกบริษัทที่น่าไว้ใจหน่อย โดยเฉพาะมือใหม่หัดขับ เพราะโอกาสเกิดอุบัติเหตุมีสูง เช็คราคาการประกันรถยนต์ ถ้าคุณจะซื้อรถเก่า ที่มีอายุการใช้งานเกินกว่า 10 ปี บริษัทประกันบางแห่ง จะไม่รับประกันภัยชั้น 1 ให้คุณถ้าเกิดกรณีอุบัติเหตุ จะทำให้คุณต้องเสียเงินมากซื้อรถใหม่ป้ายแดงรอบคอบสักนิด จะได้ไม่ต้อง คิดทุบ คิดเผา สิ่งที่หลาย ๆ คนอยากทำเหมือนกันก็คงจะเป็นการถอยรถใหม่ป้ายแดงออกมาเชยชม ให้คุ้มกับการ&lt;br /&gt;ที่ เหน็ดเหนื่อยมาทั้งปีแล้วให้รางวัลชีวิตสักหน่อยก็คงไม่มีใครว่าหรอก แต่การจะซื้อรถป้ายแดงสักคัน ซึ่งตอนนี้ก็คงจะต้องคิดกันหน่อย ทั้งราคารถบวกกับราคาน้ำมันก็แพงแสนแพง&lt;br /&gt;มิหนำซ้ำซื้อรถป้ายแดงใหม่ ๆ ถอยจากศูนย์ช่วงนี้ก็ดันมีปัญหาพ่วงท้ายมา ให้ต้องกุมขมับ ดังนั้นจึงควรที่จะรอบคอบกันสักนิดนะครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3. &lt;b&gt;ข้อดีของรถใหม่&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. คุณสามารถเลือกสี การตกแต่ง และรูปแบบได้ตามต้องการ&lt;br /&gt;2. น่าวางใจและมีประกันภัยคุ้มครอง&lt;br /&gt;3. สภาพและราคาง่ายต่อการตัดสินใจ&lt;br /&gt;4. ผู้ขายจะมีการจัดหาสถาบันทางการเงิน ซึ่งดอกเบี้ยถูกกว่าคุณหาเอง หรือบางยี่ห้ออาจไม่เสียดอกเบี้ยเลย&lt;br /&gt;5. มีประกันหลังการขาย และบริการจากผู้ชำนาญงาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;4. &lt;b&gt;ต่อไปมาดูเคล็ดลับง่ายๆกันบ้าง&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;4.1 หาก เซลล์หรือพนักงานขายรถ มีลูกเล่นหรือลูกล่อลูกชนที่ทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อง่ายขึ้น เช่นใกล้ขึ้นราคาแล้วให้รีบซื้อ หรือขู่ว่าสัปดาห์หน้าเดือนหน้าจะขึ้นราคาแล้ว กรณีนี้มีทั้งจริงและไม่จริง ยากที่จะพิสูจน์ได้ เพราะกำหนดการขึ้นราคาขึ้นอยู่กับบริษัทหลัก ไม่ใช่ดีลเลอร์ทั่วไป การติดตามข่าวสารจากสื่อต่าง ๆ พอช่วยได้ แต่ก็ไม่ค่อยมีใครทราบลึก ควร ซื้อเมื่อการเงินของตัวเองพร้อม หรือมีความจำเป็นในการใช้รถโดยไม่ต้องสนใจการขู่ว่าจะขึ้นราคา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;4.2 รถใกล้ตกรุ่น แต่บอกว่ารุ่นใหม่อีกนาน ไม่ว่าเซลล์ คนนั้นจะไม่ทราบจริง ๆ หรือทราบแต่โกหก ก็นับเป็นเรื่องปกติที่จะต้องบอกแบบนี้ ไม่เช่นนั้นก็ระบายสต็อกรุ่นเก่าได้ยาก เราสามารถรู้เท่าทันได้ โดยติดตามข่าวสารจากต่างประเทศ และในประเทศตามสื่อต่าง ๆ เพราะไทยเป็นประเทศเล็ก ๆ อย่างไรก็ต้องเปิดตัวรถรุ่นใหม่ตามตลาดโลก ไม่ได้มีรถรุ่นที่ผลิตให้เฉพาะไทยแน่ ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;4.3 ของแถมมีราคาแพง เป็นปกติไปแล้วที่จะต้องมีส่วนลดเป็นยอดเงินหรือมีของแถมให้เป็นแรงจูงใจ มักจะมีการบอกราคาของแถมเกินจริงหรือเกินคุณภาพไปมาก ตรวจสอบได้ไม่ยาก โทรศัพท์สอบถามจากเบอร์โทรศัพท์ตามหน้า&lt;br /&gt;โฆษณาในนิตยสารต่าง ๆ ที่มีสินค้าเดียวกันจำหน่ายอยู่ เพราะของแถมก็มักจะมาจากร้านประดับยนต์ต่าง ๆ เหมือน ๆกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;5. มาดู&lt;b&gt;เคล็ดลับการจองรถ&lt;/b&gt;กันบ้าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;-เดินเข้าไปในโชว์รูมมองหาเซลสาวๆที่สวยที่สุด แหะๆ (ล้อเล่น หื่นจังเลยตรู)&lt;br /&gt;หลัง จากที่ชมรถพร้อมทั้งฟังหล่อนสาธยาย ยกแม่น้ำทั้ง 5 มาแล้วอย่าลืมขอเธอทดลองขี่ดูก่อน(เฮ้ยทดลองขับรถ) แล้วค่อยมาคุยรายละเอียดกัน ซึ่งข้อความต่อไปนี้ยืมมาจากในหนังสือ ลองดูนะครับ&lt;br /&gt;รายละเอียดข้างล่างนี้ เป็นเคล็ดลับที่ผู้ขายนิยมใช้ โดยแต่ละข้อเป็นคำแนะนำและวิธีแก้ซึ่งเหมาะสมที่สุด&lt;br /&gt;เคล็ดลับ - จากค่าเฉลี่ย เซลแมนขายรถชอบคุยกับคุณ เป็นเวลานาน เพื่อให้คุณมีเวลาเปรียบเทียบร้านค้าได้&lt;br /&gt;น้อยลง&lt;br /&gt;วิธีแก้ - อย่ารีบร้อน ถ้าไม่ได้ตามที่ต้องการ ให้ออกไปหาร้านใหม่&lt;br /&gt;เคล็ดลับ - เซลแมนย่อมมีความสามารถในการโน้มน้าว ให้คุณรู้สึกต้องการรถที่เขาแนะนำได้ไม่ยาก&lt;br /&gt;วิธี แก้ - อย่าตกหลุมพราง แม้คุณจะรู้สึกว่าต้องการรถคันนั้นมาก อย่าพึ่งบอกให้เซลแมนรู้ ให้ออกจากร้านนั้นเพื่อใช้เวลาคิดประมาณ 48 ชั่วโมง ก่อนเซ็นสัญญาซื้อ&lt;br /&gt;เคล็ดลับ - เซลแมนขายรถบางคนมีความชำนาญมาก คุณจะรู้สึกสะดวกสบาย และไว้วางใจในคำพูดของเขา&lt;br /&gt;วิธี แก้ - อย่าลืมว่าเขาคือเซลแมนที่มีจุดประสงค์เพียงอย่างเดียวคือหาเงิน ( จากคุณ ) ถึงเขาจะเป็นเซลแมนที่ดี แต่นั่นคือหน้าที่ของเขาคุณควรเพียงมองหาสิ่งที่ต้องการ&lt;br /&gt;เคล็ดลับ - ทันทีที่คุณเดินเข้าไปในร้าน งานของเซลแมนคือการขายรถให้คุณในราคาสูงที่สุดที่จะทำได้&lt;br /&gt;เพราะหัวใจสำคัญของเซลแมน คือกำไรและคอมมิชชั่น ( เซลแมนส่วนมากทำงานแลกกับค่าคอมมิชชั่น )&lt;br /&gt;วิธี แก้ - คุณจำเป็นต้องทำการบ้าน รู้ราคารถและตัดสินใจก่อนที่จะเดินเข้าไปในร้าน อย่าซื้อก่อนแล้วจึงค่อยกลับมาทำการเปรียบเทียบใช้เงินของคุณให้คุ้มค่าที่ สุด&lt;br /&gt;เคล็ดลับ - เซลแมนยืนยันที่จะไม่ลดราคา&lt;br /&gt;วิธีแก้ - ไปที่อื่น หัวเราะและเดินออกไป&lt;br /&gt;เคล็ดลับ - เซลแมนยืนยันว่านั่นคือราคาพิเศษแล้ว&lt;br /&gt;วิธีแก้ - ถ้าคุณพบการยืนยันเช่นนี้ อย่าเชื้อง่าย ๆ พิจารณาว่าเซลแมนโกหกหรือไม่? กลับมาคิดก่อน&lt;br /&gt;เคล็ดลับ - เซลแมน ยืนยันว่า ราคาที่เสนอให้คุณไม่เคยมีใครได้ หรืออื่น ๆ&lt;br /&gt;วิธีแก้ - อย่าเชื่อ แน่วแน่กับความต้องการของคุณ&lt;br /&gt;เคล็ดลับ - ผู้ขายรถที่มีประสบประการเจรจาซื้อขายรถถี่กว่า 5,000 ครั้งในแต่ละปี หรือมากกว่านั้น พวกเขาเป็นมือโปร&lt;br /&gt;วิธี แก้ - ไปจากคนขายพวกนี้ พวกเขาแค่ใช้สองสามเกมในการเจรจาซื้อขายก็สามารถมัดคุณอยู่มัดคุณมองหา คนขายที่ยังเด็กอยู่ พวกเขาจะมีประสบการณ์น้อย และอยากขายได้มากกว่า แต่อย่าประมาท เพราะเซลแมน เหล่านี้จะใช้เวลาไม่น้อยกว่า 1 สัปดาห์ในการอบรมเทคนิคการขายเช่นกัน&lt;br /&gt;เคล็ดลับ - การซื้อรถในเวลากลางคืน หรือในวันหยุดจะเป็นเวลาดีที่สุดของผู้ขาย&lt;br /&gt;วิธีแก้ - เลือกซื้อรถระหว่างวันหยุด หรือวันสิ้นเดือน เพราะผู้ขายจะยอมต่อรอง เพื่อเพิ่มยอดขาย ในเดือนนั้น&lt;br /&gt;เคล็ด ลับ - เซลแมนจะกลัวการเดินออกจากร้านของคุณมาก ดังนั้นพวกเขาจะขอที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ และรายละเอียดที่สามารถติดต่อคุณได้ เพื่อไม่ให้สูญเสียลูกค้า&lt;br /&gt;วิธีแก้ - คุณจะเริ่มควบคุมราคาได้ในขั้นแรก การที่เซลแมนทำเช่นนี้ เมื่อคุณเริ่มเดินออกจากร้าน เป็นเครื่องมือที่ดีเยี่ยมของคุณ ดังนั้นถ้าคุณไม่พอใจราคาที่เขาเสนอ เดินออกจากร้านมาเสีย&lt;br /&gt;เคล็ดลับ - ลูกค้าส่วนใหญ่รู้ดีว่า การเซ็นสัญญาในข้อตกลงที่ยังไม่พอใจทั้งหมด คือการตาบอดในแง่ของกฎหมาย แต่ด้วยความสามารถในการโน้มน้าวของเซลแมน เขากลับทำในส่งที่ตรงกันข้ามกับความตั้งใจ&lt;br /&gt;วิธีแก้ - ก่อนเซ็นสัญญา ให้คุณตรวจดูรายละเอียดทั้งหมด ตรวจดูกำหนดการจ่ายเงิน และค่าใช้จ่ายที่คุณต้องเสียโดยละเอียด นึกถึงตอนจ่ายเงินไว้ให้ดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;6. มาดู&lt;b&gt;การเจรจาต่อรองที่คุณควรและไม่ควรทำ&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;ด้วย ความพยายาม คุณจะพบว่าการเจรจาซื้อขายให้ได้กำไรเป็นเรื่องง่ายกว่าที่คิด และเมื่อคุณเริ่มป้องกันตัวเองจากการเอารัดเอาเปรียบได้ทักษะในการซื้อขาย ที่สัมฤทธิ์ผลจะเป็นของคุณ แม้ว่าคุณจะไม่เคยมีโอกาสเรียนรู้มาก่อน แต่คุณสามารถเริ่มต้นได้จากข้อสังเกตเหล่านี้&lt;br /&gt;ทำ - หาราคาที่แน่นอน ก่อนตกลงซื้อขายกับคนขาย&lt;br /&gt;ทำ - ศึกษารถแบบต่าง ๆ เพื่อเปรียบเทียบราคา&lt;br /&gt;ทำ - ตัดสินใจก่อนจะทำการเจรจาซื้อขาย&lt;br /&gt;***อย่าทำ - ยอมรับราคาที่สูงกว่าตลาดเพราะอยากได้รถเร็ว ๆ&lt;br /&gt;ทำ - ตัดสินใจขั้นแรก 20 เปอร์เซ็นต์ก่อนตัดสินใจเด็ดขาด&lt;br /&gt;ทำ - ยืนยันความต้องการของคุณ&lt;br /&gt;***อย่าทำ - แสดงความปรารถนาอย่างแรงกล้าในรถคันใดคันหนึ่ง&lt;br /&gt;ทำ - เตรียมที่จะเดินออก เมื่อคุณรู้สึกอึดอัดในการตัดสินใจ เพื่อรักษาทางเลือกเดิมไว้ และป้องกันตัวเองจากโน้มน้าวของคนขาย&lt;br /&gt;***อย่าทำ - อย่าให้เซลแมนควบคุม หรือทำให้คุณพอใจมากเกินไป&lt;br /&gt;ทำ - ถ้าเซลแมนซักถามคุณมากเกินไป ตอบคำถามด้วยการย้อนถาม&lt;br /&gt;ทำ - ตรวจสอบรายละเอียดในสัญญาอย่างรอบคอบก่อนตกลงใจซื้อ&lt;br /&gt;ทำ - แสดงให้เขารู้หากพบข้อบกพร่องในการทำงานหรือปัญหาของผู้ขาย&lt;br /&gt;ทำ - ตัดสินใจในส่วนสุดท้าย เมื่อกลับถึงบ้านแล้ว&lt;br /&gt;***อย่าทำ - อย่าคุยกับเซลแมนเพียงคนเดียวมากกว่า 2 ครั้ง&lt;br /&gt;ทำ - บอกถึงทุกสิ่งที่คุณต้องการ ก่อนเซ็นชื่อ&lt;br /&gt;ทำ - ทำให้เซลแมนเชื่อว่าเขาจะได้เงินจากการค้า หากยอมรับราคาที่คุณต้องการ บอกถึงราคาที่คุณจ่ายได้&lt;br /&gt;ทำ - ชวนเพื่อน หรือคนรู้จักที่มีประสบการณ์ไปให้ คำแนะนำในการซื้อรถ หรือการเจรจาต่อรองด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;หลักการสำหรับคุณในการเจรจาซื้อขาย&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คุณ ควรหลีกเลี่ยงการเจรจาต่อรองที่นานเกินไป ผู้ขายจำนวนมากจะยอมรับข้อต่อรองของลูกค้า เพราะไม่ต้องการสูญเสียลูกค้าให้ร้านอื่น เช่นหลังจากเลือกและลองขับรถดูแล้วถ้าคุณพอใจ สิ่งที่คุณควรพูดคือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;" ฉันชอบรถคันนี้มากและอยากได้ด้วย ถ้าได้ราคาที่สามารถจ่ายได้ก็จะซื้อไว้วันนี้เลย แต่ถ้าไม่ได้ราคาที่ต่อรองก็คงต้องยอมปล่อยมันไป เพราะฉันคิดว่าราคาที่บอกเป็นราคาที่ยุติธรรมแล้ว ฉันจะลองไปร้านอื่นดูเผื่อได้รถแบบเดียวกัน&lt;br /&gt;และถ้าเป็นราคาที่พอรับได้ ก็คงพอใจซื้อที่นั่นเลย "ด้วยประโยคนี้ทำนองนี้ คุณจะได้รับสิ่งที่ต้องการตัดบทสั้น ๆ ด้วยประโยคที่สามารถโน้มน้าวผู้ขายได้ จากนั้นพยายามล่อใจพวกเขาด้วยกลวิธีการเจรจาต่อรอง แต่สิ่งที่ควรระวังคือ ถ้าผู้ขายตกลง หลังจ่ายเงินแล้วควรตรวจแบบและรุ่นในใบส่งของให้ละเอียด เพื่อแน่ใจว่าผู้ขายไม่ได้แสดงรถคันนั้นแต่ขายรถอีกคันหนึ่งให้ ซึ่งจะกลายเป็นการขาดทุนจากความเลินเล่อของคุณเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลังจากพอใจในข้อ เสนอแล้วก่อนจะจ่ายเงินค่าจองให้ตรวจเช็คดูรายละเอียดอีกทีหนึ่งว่าเขาเขียน ให้ครบตามที่เราขอหรือเปล่า ถ้าไม่ครบบอกวันมารับรถจะให้ก็ไม่ต้องจอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;7. &lt;b&gt;แบบของการชำระเงิน&lt;/b&gt;: เป็นแบบที่เหมาะสมกับคุณหรือไม่&lt;br /&gt;แปด ในสิบของผู้ซื้อรถใหม่จะใช้ระบบเงินผ่อนจากผู้ขาย การจ่ายเงินระบบเงินผ่อนไม่ใช่ระบบที่เหมาะสมสำหรับทุกคน อย่างไรก็ตามถ้าคุณเพิ่งเริ่มทำงาน หรือซื้อรถเป็นครั้งแรกไม่มีเงินสะสมมากพอ ไม่ต้องการเสียเงินก้อนใหญ่หรือต้องการตัดภาระให้เป็นค่าใช้จ่ายรายเดือนที่ ต่ำ วิธีเงินผ่อนเป็นวิธีที่ดีที่สุดของคุณ แต่คุณควรเปรียบเทียบสถาบันการเงิน และหาข้อมูลในการกู้เงินระหว่างธนาคารและบริษัทเงินกู้เสียก่อน อย่าเพิ่งเซ็นชื่อใด ๆ ทั้งสิ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เปรียบเทียบระยะเวลาแล้วจึงเลือกแหล่งเงินกู้ที่ดอกเบี้ยต่ำที่สุด&lt;br /&gt;รูปแบบต่าง ๆ ของระบบการเงินก่อนตกลงทำสัญญากับผู้ขายในระบบเงินผ่อน ให้เปรียบเทียบดอกเบี้ยและรายจ่ายที่คุณต้องเสียไปด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1.บริษัทไฟแนนซ์&lt;br /&gt;** ดอกเบี้ยสูงกว่าธนาคารทั่วไป&lt;br /&gt;** จำนวนเงินขึ้นอยู่กับแบบ รุ่น และยี่ห้อของรถ&lt;br /&gt;** ไม่เน้นการขายรถ&lt;br /&gt;2. ธนาคาร&lt;br /&gt;** ดอกเบี้ยถูกกว่าบริษัทไฟแนนซ์ที่บริษัทขายรถจัดให้&lt;br /&gt;** ดอกเบี้ยต่อเดือนต่ำ&lt;br /&gt;การกู้ยืมทั่วไป&lt;br /&gt;** ให้ราคาสูงกว่าธนาคารและบริษัทไฟแนนซ์&lt;br /&gt;** ควรจะกู้ยืมเป็นเวลาสั้นที่สุดเท่าที่จะทำได้&lt;br /&gt;** มีการจัดเตรียมแนวทางเลี่ยงภาษีไว้ให้คุณ&lt;br /&gt;3. การกู้ยืมจากบริษัทประกันภัยที่คุณทำประกันภัยด้วย&lt;br /&gt;** ดอกเบี้ยถูกกว่าสถาบันการเงินทั้งหมด&lt;br /&gt;** สามารถจัดแผนการจ่ายเงินรายเดือนได้เอง&lt;br /&gt;8. เมื่อคิดว่าได้รถตามที่ตัวเองต้องการแล้วก่อนจ่ายเงินควรต้อง &lt;b&gt;ตรวจเช็คสักนิดก่อนรับรถใหม่&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขั้นตอนรับรถใหม่ป้ายแดง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก่อน ที่จะลงนามในเอกสารเพื่อรับรถ ตรวจตาดูรถให้เรียบร้อย จริงๆ อย่าเพิ่งไปกังวลเรื่องของแจก ของแถม อย่าไปกังวลเรื่อง ที่รับรถไปแล้วจะตกแต่งให้ถูกอก ถูกใจอย่างไร ขอให้เป็นเรื่องของทีหลังดีกว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. เริ่มกันตั้งแต่สี รอบๆ คันรถเลยครับ รอยขนแมว รอยผิวเปลือกส้ม ร่องรอยของการหลุดกระเทาะตามจุดต่างๆ โดยทั่วๆ ไปแล้ว ถ้าฝ่ายขายของรถยี่ห้ออะไรก็ตาม มีเจตนาที่บริสุทธิ์ เชื่อมั่นในคุณภาพของรถ ไม่ว่าจะเป็น ผลิตจากที่ใด&lt;br /&gt;การส่งมอบรถให้กับ ลูกค้า เขาจะกระทำกันในที่ที่มีแสงสว่าง มองเห็นตัวรถได้ทุกด้าน ทุกมุมเพราะฉะนั้น เมื่อวันที่คุณไปรับรถจากที่ใดก็ตาม ถ้ารถคันนั้นถูกจัดให้จอดอยู่ตามซอกตามมุม มีแสงสว่างไม่ชัดเจนที่จะมองเห็นตัวรถได้ทุกจุด ทุกมุม ขอให้สงสัยไว้ในใจ ก่อนเลยว่า น่าจะมีอะไรผิดปกติกับรถคันนั้น ใครจะว่าขี้สงสัย ขี้หวาดระแวง ก็ช่างเขา เพราะเงินของ เมื่อตรวจตราดูทุกซอกทุกมุมจากภายนอกแล้ว ก็เปิดประตูทุกบาน ฝากระโปรงหน้า ฝากระโปรงหลัง ไล่ตรวจทุกจุด จะเสียเวลาไปบ้างก็ช่างมัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. ในขณะนี้ ที่ตรวจสอบตามซอกตามมุมอยู่นั้น ถ้าบริเวณนั้นอากาศปลอดโล่ง มีการถ่ายเทอย่างดี ก็ติดเครื่อง เปิดแอร์ทิ้งไว้ เพราะในขณะที่ใช้สายตาตรวจดูตามจุดต่างๆ หูก็จะได้ฟังเสียงเครื่องยนต์ เสียงท่อไอเสียไปด้วย ฟังดูว่ามีเสียง&lt;br /&gt;อะไรที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น หรือเกิดขึ้นมาบ้างหรือเปล่าเมื่อตรวจดูตามขอบตามซอกตามมุมหมดแล้ว ยังไม่จำเป็นต้องรีบดับเครื่องเข้าไปนั่งในรถ ในตำแหน่งที่ต้องนั่งขับประจำ เหยียบคันเร่ง เหยียบเบรก เหยียบคลัทช์ เหมือนเช่นที่ขับรถ&lt;br /&gt;ปกติว่ามีอะไรผิดแผกแตกต่างจากที่เคยขับหรือไม่หลัง จากนั้น ก็ทดสอบทดลองสวิตช์ปุ่มควบคุมทั้งหลายแหล่ประดามีว่าทุกอย่างทำงานตามที่ โฆษณาเอาไว้&lt;br /&gt;หรือไม่ และมีอะไรที่ขาดหายไปจากที่ตกลงกันไว้ตอนวางเงินจอง เงินมัดจำ ก็ไล่เรียงเอากันเสียตอนนี้ สวิตช์ควบคุมคันบังคับทั้งหลายแหล่ ถ้าไม่เข้าใจวิธีการใช้งานกันตอนนี้ ก็ถาม ถามให้เข้าใจทะลุปรุโปร่ง ถ้าหากทุกอย่างเป็นที่พอใจ ก็ต้องทำกันถึงฎีกาคือ ทดลองขับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3. เมื่อทุกอย่างหมายถึงตัวรถทั้งภายนอก ภายในเรียบร้อยแล้ว ก็เป็นเรื่องของการตรวจสอบเงื่อนไขของการบริการหลังการขาย พร้อมทั้งการรับประกันสินค้า (Warranty) เพราะหลายยี่ห้อข้อความโฆษณาตามสื่อต่างๆ นั้น มีเพียงเพื่อชวนเชื่อให้น่าซื้อ แต่เมื่อซื้อจริงๆ แล้วต้องทบทวนตรวจทานซักถาม สอบถามกันให้ถึงแก่น ถึงเรื่องที่จะได้ และเรื่องที่จะเสีย ไม่เช่นนั้น อาจจะมีการหมกเม็ดให้ช้ำใจได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;4. เมื่อเป็นที่พอใจแล้ว ก็เรื่องของสัญญาการคุ้มครองอุบัติเหตุ หรือการประกันภัย ซึ่งค่าเบี้ยประกันในยุคนี้ ไม่ใช่ถูกๆ บริษัทที่รับประกันนั้น น่าเชื่อถือมากน้อยเพียงใด โดนกันมาหลายรายแล้ว เรื่องซ่อมห้าง ประกันชั้นหนึ่ง แต่ชิ้นส่วนที่นำมาเปลี่ยนให้เป็นของเชียงกง ครับ คงจะหมดเรื่องกันเท่านี้ สำหรับขั้นตอนการซื้อขาย เชื่อเถอะครับ รับรองได้ว่าเซลล์ที่ขายรถให้คุณนั้น จะยืนนั่งอย่างกระสับกระส่ายอยู่ข้างๆ คุณ และอาจจะ (แอบ) ถอนหายใจเมื่อคุณลงลายมือชื่อรับรถเป็นที่เรียบร้อยนั่นหมดหน้าที่ของ พนักงานขายไปแล้ว และเขาก็ไม่รู้จักคุณอีกต่อไป จนกว่าคุณอยากจะเปลี่ยนรถใหม่ แต่ภาระหน้าที่ของคุณ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;5. ก่อนออกจากโชว์รูม ก็ควรจะทำความรู้จักกับผู้รับผิดชอบฝ่ายบริการ ซึ่งคุณต้องฝากชีวิต (คุณภาพของการซ่อมบำรุง) ฝากความเป็นอยู่ (ราคาของค่าบริการ) ไว้กับเขาจนกว่าคุณจะเลิกใช้รถ สงสัยอะไรที่ทางฝ่ายขายชี้แจง ไม่&lt;br /&gt;กระจ่าง ก็ซักถามเอากับฝ่ายบริการได้ ตอนนี้ (เพราะคุณขับป้ายแดง)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;**  &lt;b&gt;การรันอิน  รถใหม่ป้ายแดง&lt;/b&gt;  **&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อท่านซื้อรถใหม่สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่จะขาดไม่ได้เลยคือ การรันอิน และการรันอินนั้นจะต้องทำอย่างถูกวิธี&lt;br /&gt;........ เป็นที่ทราบกันดีว่ารถใหม่หรือช่วงเครื่องยนต์ใหม่หรือช่วงรัน-อินคือช่วง ที่มีการสึกหรอมากที่สุดเพราะชิ้นส่วนต่างๆยังไม่เข้าที่อยู่ระหว่างการปรับ สภาพซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่ออายุงานของรถว่าจะยาวนานขนาดไหน เมื่อมีโอกาสซื้อป้ายแดงซักคันจะได้ปฏิบัติเพื่อถนอมรถให้มีอายุยืนยาวที่ สุดเพราะคันนึงถูกๆซะเมื่อไหร่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1.ที่ระยะ100 กิโลเมตรแรก&lt;br /&gt;.....หลัง จากขับออกจากโชว์รูมมาช่วงแรกนี้ผมจะถนอมรถมากที่สุดเท่าที่จะทำได้เพราะผม ถือว่าเป็นช่วงที่มีการสึกหรอมากที่สุดและรุนแรงที่สุด โดย:&lt;br /&gt;1.1.ออกตัว นิ่มนวลที่สุดค่อยๆปล่อยคลัทช์และกดคันเร่งเบาๆให้รอบค่อยๆสูงขึ้นทีละน้อย ให้รถค่อยๆเคลื่อนตัวออกไป ถ้าเป็นเกียร์ออโต้ก็ค่อยๆปล่อยเบรคจนสุดรถก็จะเคลื่อนตัวออกไปเองอย่างช้าๆ แล้วค่อยมาแตะคันเร่งกดลงเบาๆเช่นกัน(ถ้าฝึกบ่อยๆเราจะกลายเป็นคนที่ขับรถ อย่างนิ่มนวลไปโดยอัตโนมัติและจะชินกับมันตลอดไป)&lt;br /&gt;1.2.ควบคุมรอบเครื่อง ไม่ให้เกิน 2,000รอบ เปลี่ยนเกียร์สูงขึ้นทันทีที่2,000 รอบ และลดเกียร์ต่ำลงทันทีที่ 1,200รอบ ถ้าเป็นเกียร์ออโต้ก็จะปล่อยให้มันทำงานเองแต่จะควบคุมความเร็วไม่ให้เกิน 60 กม/ชม.และจะใช้โอเวอร์ไดรว์ทันทีที่ความเร็วถึง 60กม/ชม.&lt;br /&gt;1.3.เปลี่ยน เกียร์และรอบเครื่องหรือความเร็วมากหรือบ่อยที่สุดเท่าที่ทำได้โดยไม่แช่ หรือนิ่งไว้ที่รอบหรือความเร็วใดๆ โดยการกดหรือผ่อนคันเร่งช้าๆอย่างนิ่มนวลเพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดเอนจิ้นเบรค&lt;br /&gt;1.4 ควบคุมความเร็วสูงสุดไม่ให้เกิน 60กม./ชม.&lt;br /&gt;1.5 หลีกเลี่ยงการเหยียบเบรคอย่างรุนแรง(ยกเว้นฉุกเฉิน)ยังไงเราก็ขับช้าอยู่ แล้วสามารถที่จะคาดการณ์ล่วงหน้าและวางแผนการแตะเบรคได้อย่างนิ่มโดยไม่ยาก นัก แต่ถ่าสามารถหาถนนโล่งๆได้ก็จะชิดซ้ายและแตะเบรคเป็นระยะๆ เพื่อลดความเร็วและจะได้เปลี่ยนเกียร์-ความเร็ว-รอบเครื่องบ่อยๆได้อีกด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. ที่ระยะ101-500 กิโลเมตร&lt;br /&gt;2.1 การปฏิบัติยังเป็นแบบเดิมทุกประการเพียงแต่จะลดความถี่ในการกระทำลงไปเช่น การเปลี่ยนเกียร์-รอบ-ความเร็วจากที่เคยทำอยู่ตลอดเวลาก็อาจจะลดเหลือซัก 5-10นาทีครั้ง&lt;br /&gt;2.2 เพิ่มการควบคุมรอบสูงขึ้นจากไม่เกิน 2,000รอบเป็นไม่เกิน 2,500รอบ (รอบต่ำลดเกียร์ราว 1,500-1,200รอบ)&lt;br /&gt;2.3 เพิ่มการควบคุมความเร็วสูงสุดขึ้นจากไม่เกิน 60 กม/ชม.เป็นไม่เกิน 80 กม/ชม.&lt;br /&gt;2.4 เมื่อถึงระยะ 500กิโลเมตร ทำการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องพร้อมไส้กรองและน้ำมันเกียร์พร้อมกรอง(ถ้ามี)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3. ที่ระยะ501-1,000 กิโลเมตร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3.1 การปฏิบัติยังเป็นแบบเดิมทุกประการเพียงแต่จะลดความถี่ในการกระทำลงไปเช่น การเปลี่ยนเกียร์-รอบ-ความเร็วจากที่เคยทำอยู่จากข้อ2ราว 5-10นาทีครั้งก็อาจจะลดเหลือซัก 10-15นาทีครั้ง(รวมไปถึงการแช่รอบ-และความเร็วด้วย)&lt;br /&gt;3.2 เพิ่มการควบคุมรอบสูงขึ้นจากไม่เกิน 2,500รอบเป็นไม่เกิน 3,000รอบ(รอบต่ำลดเกียร์ราว 1,500-1,200รอบ)&lt;br /&gt;3.3 เพิ่มการควบคุมความเร็วสูงสุดขึ้นจากไม่เกิน 80 กม/ชม.เป็นไม่เกิน 100 กม/ชม.&lt;br /&gt;3.4 เมื่อถึงระยะ 1,000กิโลเมตร ทำการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องพร้อมไส้กรอง-น้ำมันเบรค-น้ำมันคลัทช์(ถ้ามี )-น้ำมันเฟืองท้าย(ถ้ามี)-น้ำมันพวงมาลัย(ถ้ามี)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;4. ที่ระยะ1,001-1,500 กิโลเมตร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;4.1 การปฏิบัติยังเป็นแบบเดิมทุกประการเพียงแต่จะลดความถี่ในการกระทำลงไปเช่น การเปลี่ยนเกียร์-รอบ-ความเร็วจากที่เคยทำอยู่จากข้อ3ราว 10-15นาทีครั้งก็อาจจะลดเหลือซักไม่เกิน 30นาทีครั้ง(รวมไปถึงการแช่รอบ-และความเร็วหรือการเดินทางไกลด้วย)&lt;br /&gt;4.2 เพิ่มการควบคุมรอบสูงขึ้นจากไม่เกิน 3,000รอบเป็นไม่เกิน 3,500รอบ(รอบต่ำลดเกียร์ราว 1,500-1,200รอบ)&lt;br /&gt;4.3 เพิ่มการควบคุมความเร็วสูงสุดขึ้นจากไม่เกิน 100 กม/ชม.เป็นไม่เกิน 120 กม/ชม.&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;5. ที่ระยะ1,501-3,000 กิโลเมตร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;5.1 ขับขี่ตามปกติตามสะดวกแต่ก็ควรรักษาการปฏิบัติแบบเดิมในเรื่องความนุ่มนวลของการออกตัว-การเร่ง-การเบรค(ถ้าสามารถทำได้)&lt;br /&gt;5.2 เพิ่มการควบคุมรอบสูงขึ้นจากไม่เกิน 3,500รอบเป็นไม่เกิน 4,000รอบ(รอบต่ำลดเกียร์ราว 2,000-1,200รอบ)&lt;br /&gt;5.3 เพิ่มการควบคุมความเร็วสูงสุดขึ้นจากไม่เกิน 120 กม/ชม.เป็นไม่เกิน 140 กม/ชม.&lt;br /&gt;5.4 เมื่อถึงระยะ 3,000กิโลเมตรหรือไม่เกิน3 เดือนทำการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องพร้อมไส้กรอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;6. ที่ระยะ3,001-5,000 กิโลเมตร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;6.1 ขับขี่ตามปกติตามสะดวกแต่ก็ควรรักษาการปฏิบัติแบบเดิมในเรื่องความนุ่มนวล ของการออกตัว-การเร่ง-การเบรค (ถ้าสามารถทำได้เพราะจะเป็นการฝึกนิสัยการขับขี่ที่ดีอย่างถาวรไปในตัว)&lt;br /&gt;6.2 เพิ่มการควบคุมรอบสูงขึ้นจากไม่เกิน 4,000รอบเป็นไม่เกิน 4,500รอบ(รอบต่ำลดเกียร์ราว 2,000-1,200รอบ)&lt;br /&gt;6.3 เพิ่มการควบคุมความเร็วสูงสุดขึ้นจากไม่เกิน 140 กม/ชม.เป็นไม่เกิน 160 กม/ชม.&lt;br /&gt;6.4 เมื่อถึงระยะ 5,000กิโลเมตรหรือนานสุดไม่ควรเกิน6 เดือนทำการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องพร้อมไส้กรอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;7. ที่ระยะ5,001-10,000 กิโลเมตร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;7.1 ขับขี่ตามปกติตามสะดวก&lt;br /&gt;7.2 ไม่จำกัดรอบเครื่องสูงสุดเอาแค่ไม่เกินขีดแดงก็พอ รอบต่ำลดเกียร์ก็ตามสะดวก&lt;br /&gt;7.3 ไม่จำกัดความเร็วสูงสุดจะเอาแบบสุดเข็มไมล์หรือสุดคันเร่งก็ไม่ว่ากัน&lt;br /&gt;7.4 เมื่อถึงระยะ 10,000กิโลเมตรหรือนานสุดไม่ควรเกิน12 เดือนทำการเปลี่ยนของเหลวที่มีในรถทั้งหมดทั้งมันเครื่อง&lt;br /&gt;พร้อมไส้กรอง-น้ำมันเกียร์(พร้อมกรอง)-น้ำมันคลัทช์(ถ้ามี)-น้ำมันเฟืองท้าย(ถ้ามี)-น้ำมันเบรค-น้ำหล่อเย็น-น้ำมัน&lt;br /&gt;พวงมาลัย(ถ้ามี)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;8. เกิน 10,000 กิโลเมตรขึ้นไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;8.1 เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องพร้อมไส้กรองทุกๆ 10,000 กิโลเมตรหรือทุกๆ 6 เดือน&lt;br /&gt;8.2 เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์(ธรรมดา)พร้อมไส้กรอง(ถ้ามี)ทุกๆ 40,000 กิโลเมตรหรือทุกๆ 2 ปี&lt;br /&gt;8.3 เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์(ออโต้)พร้อมไส้กรอง(ถ้ามี)ทุกๆ 20,000 กิโลเมตรหรือทุกๆ 1 ปี&lt;br /&gt;8.4 เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเบรค-น้ำหล่อเย็นและน้ำมันคลัทช์(ถ้ามี)ทุกๆ 40,000 กิโลเมตรหรือทุกๆ 2 ปี&lt;br /&gt;8.5เปลี่ยนถ่ายน้ำมันพวงมาลัย(ถ้ามี)ทุกๆ 60,000 กิโลเมตรหรือทุกๆ 4 ปี&lt;br /&gt;8.6เปลี่ยนหัวเทียน(ถ้ามี)-กรองอากาศและกรองเชื้อเพลิงทุกๆ40,000 กิโลเมตรหรือทุกๆ 2 ปี&lt;br /&gt;8.7เปลี่ยนแบตเตอรี่ทุกๆ 2ปี&lt;br /&gt;8.8เปลี่ยนสายพานทุกเส้นพร้อมตัวตั้งความตึง(ถ้ามี)ทุกๆ 4ปีหรือไม่เกิน 80,000-100,000กิโลเมตร&lt;br /&gt;8.9ปรับตั้งระยะของวาล์วหรือถอดชุดปรับตั้งวาล์วอัตโนมัติออกทำความสะอาดทุกๆ 2ปีหรือ 20,000กิโลเมตรแต่ต้องไม่เกิน40,000กิโลเมตร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อาจ จะมีหลายท่านแย้งว่าศูนย์บริการทุกวันนี้เขาเปลี่ยนครั้งแรกที่ 10,000โลเลยเพราะเครื่องยนต์ที่ทนทานกว่าแต่ก่อน และทันสมัยขึ้น แต่อย่าลืมว่าน้ำมันที่เขาใส่ให้คุณนั้นตามศูนย์บริการนั้นมาจากถัง200ลิตร แล้วเปิดถังตั้งแต่มื่อไหร่&lt;br /&gt;ความชื้นเข้าไปเท่าไหร่แล้วกว่าจะถึงคิวเติมรถของท่านครับ..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จบเรื่องรถใหม่ป้ายแดงแล้ว ขอให้ทุกท่านมีความสุขกับรถคันใหม่นะครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;***จำ ไว้ว่าตราบใดที่เงินยังอยู่ในกระเป๋าเรา เราจะกลายเป็นพระเจ้า แต่ถ้ามันปลิวไปอยู่กับเขาแล้วบางยี่ห้อ พระเจ้าจะกลายเป็นขอทานครับ****&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5307417485713759266-6295086606377349333?l=raisaramak.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://raisaramak.blogspot.com/feeds/6295086606377349333/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://raisaramak.blogspot.com/2009/11/blog-post_4737.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5307417485713759266/posts/default/6295086606377349333'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5307417485713759266/posts/default/6295086606377349333'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://raisaramak.blogspot.com/2009/11/blog-post_4737.html' title='เทคนิคการซื้อรถป้ายแดง'/><author><name>mixer</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17096518705531486329</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://4.bp.blogspot.com/_tshc1bf64uk/SmxUN5b2ZII/AAAAAAAAAAU/w4Eufop1EXA/S220/Picture+186_1.JPG'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5307417485713759266.post-4311059508593464637</id><published>2009-11-28T20:26:00.000-08:00</published><updated>2009-11-28T20:27:23.625-08:00</updated><title type='text'>ตัวแทนประกันภัยแบบไหน ที่ลูกค้าคาดหวัง</title><content type='html'>&lt;span class="style17"&gt;หากตัวแทนขายประกันทั้งหลายสามารถประกอบวิชาชีพของตน ด้วยความมุ่งมั่นและจริงใจ โดยพัฒนาศักยภาพของตนให้สอดคล้องกับนโยบายของบริษัทและความต้องการของกลุ่ม ลูกค้าเป้าหมายแล้ว ธุรกิจประกันภัยในประเทศไทยก็คงสามารถพัฒนาให้เจริญก้าวหน้าสืบไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หาก แต่ในปัจจุบัน ตัวแทนบางส่วนยังมิได้ทำหน้าที่ขายเหมือนหนึ่งมืออาชีพจริงๆ กล่าวคือทำงานเพื่อผลประโยชน์ตอบแทนในรูปเม็ดเงิน มากกว่าการสร้างผลงานขายที่มีคุณภาพ จนในบางรายถึงกับละเลยหลักจรรยายบรรณด้านการขายและหลักคุณธรรมในการประกอบ อาชีพ ขอเพียงแต่ได้ยอดขายซึ่งหมายถึงค่าบำเหน็จ (Commission) ที่จะได้โดยไม่ตระหนักถึงผลเสียที่จะเกิดขึ้นในอนาคตกับลูกค้า ทำให้ผู้บริโภคบางส่วนต้องเป็นผู้รับผลแห่งการกระทำของตัวแทนขายด้วยความรู้ เท่าไม่ถึงการณ์ ส่งผลให้ความเชื่อถือที่สังคมมีต่อธุรกิจประกันภัย มีไม่เพียงพอที่จะเลือกใช้บริการของธุรกิจนี้ ในการสร้างความมั่นคงและปลอดภัยให้กับชีวิตและทรัพย์สินได้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะในปัจจุบัน สภาพการแข่งขันในธุรกิจประกันภัยมีความรุนแรงเพิ่มขึ้น มีการลงทุนจากกิจการต่างชาติ ทำให้มีการพัฒนาระบบการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นมีต้นทุนน้อยลง มีการให้ความสำคัญกับการพัฒนาทางเทคโนโลยีด้วยการนำระบบ IT (Information Technology) มาปรับใช้เพื่อให้เกิดความสะดวกและรวดเร็วในระบบการทำงานของตัวแทนขายของ บริษัททั้งหลาย เป็นการเน้นการพัฒนาทางด้านวัตถุ แต่การพัฒนาทางด้านจิตใจของตัวแทนขายได้มีการดำเนินการมากน้อยหรือไม่เพียง ใด เพราะธุรกิจประกันภัยจะดำเนินอยู่ได้บนพื้นฐานของความเชื่อมั่น และความไว้วางใจจากผู้บริโภคเป็นสำคัญ และบุคคลที่จะสามารถสร้างความเชื่อมั่นดังกล่าวได้ดีที่สุดในปัจจุบัน ก็คือตัวแทนขายผู้สัมผัสผู้บริโภคโดยตรง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดังนั้นในฐานะของผู้บริโภค คนหนึ่ง ใครขอเสนอแนวคิดให้ท่านทั้งหลายที่เป็นตัวแทนขายประกัน ได้พิจารณาเกี่ยวกับการพัฒนาตน ให้สอดคล้องกับความคาดหวังของผู้บริโภค ที่ต้องการตัวแทนขายที่มีคุณภาพ ด้วยหลักการง่าย ๆ ของการสร้างตนให้แลดู SMART ดังนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#003399;"&gt;1) S = Sincerity (ความจริงใจ)&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;ตัว แทนขายประกันควรต้องมีความจริงใจที่จะเสนอสินค้าและบริการที่มีคุณค่าสอด คล้องกับความต้องการและศักยภาพของลูกค้าเพื่อให้ลูกค้าได้รับประโยชน์สูงสุด จากการซื้อประกันเมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายที่เสียไปเพราะโดยหลักการขายที่ดี นั้น&lt;br /&gt;นักขายที่มีคุณภาพต้องสามารถทำให้ผู้ซื้อได้รับความพึงพอใจสูงสุด จากการบริโภคสินค้าและบริการที่ตนขายให้ โดยเฉพาะสินค้าประกันภัยนั้น จะมีลักษณะที่ไม่มีตัวตนสามารถจับต้องได้เช่น สินค้าทั่วไป แต่เป็นการให้ความคุ้มครองความเสี่ยงภัยที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต ในรูปของสัญญาซึ่งเป็นเรื่องที่คนไทยส่วนใหญ่ไม่ค่อยให้ความสำคัญ ทั้งนี้เนื่องจากวิถีการดำรงชีวิตของคนไทยแต่ในอดีตนั้น มีรูปแบบที่เรียบง่าย ไม่มีแบบแผนที่ซับซ้อน จึงไม่จำเป็นต้องตระหนักถึงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต และไม่มีการวางแผนรองรับไว้ล่วงหน้า และแม้ว่าในปัจจุบันวิถีชีวิตดังกล่าวได้เปลี่ยนแปลงไปตามกระแสการเปลี่ยน แปลงของโลก ซึ่งนับวันจะยิ่งซับซ้อนมากขึ้นก็ตาม คนไทยส่วนใหญ่ก็ยังคงมิได้ตระหนักถึงความเสี่ยงภัยภายใต้กระแสการเปลี่ยน แปลงที่เกิดขึ้น ดังนั้นเมื่อถึงคราวที่ต้องซื้อประกันจะด้วยเหตุใดก็ตาม ผู้บริโภคส่วนใหญ่ก็จะไม่ศึกษารายละเอียดของเงื่อนไขสัญญาที่ปรากฏใน กรมธรรม์ และไม่พยายามจะทำความเข้าใจด้วย จึงเป็นหน้าที่ของตัวแทนขายที่จะแสดงความจริงใจต่อลูกค้า ด้วยการวิเคราะห์ความเสี่ยงภัยขั้นพื้นฐานของลูกค้า เป้าหมาย และเสนอขายความคุ้มครองที่สอดคล้องกับสภาพภัยดังกล่าว โดยต้องพิจารณาถึงศักยภาพในการชำระเบี้ยประกันของลูกค้าด้วยเพื่อมิให้ ลูกค้าต้องเสียประโยชน์ หากไม่สามารถชำระเบี้ยประกันภัยได้อย่างต่อเนื่องตลอดอายุสัญญา เพียงเท่านี้ท่านตัวแทนขายก็จะเป็นสุข ที่ได้ทำสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าของท่าน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#003399;"&gt;2) M = Meaning (ความหมาย)&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;ตัว แทนขายประกันต้องเข้าใจความหมายของการประกันภัยได้อย่างถูกต้องและลึกซึ้ง เพียงพอที่จะไปเสนอขายให้กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย เนื่องด้วยลักษณะสินค้าประกันภัยและพฤติกรรมผู้บริโภคไทย โดยทั่วไปไม่เอื้อต่อการซื้อประกัน ดังได้กล่าวมาแล้วข้างต้น จึงเป็นสิ่งสำคัญยิ่งที่ตัวแทนขายต้องศึกษาและทำความรู้จักกับการประกันภัย โดยเฉพาะความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการวิเคราะห์ความเสี่ยงภัย ความคุ้มครองในรูปแบบต่าง ๆ เงื่อนไขทั่วไปและข้อยกเว้นความรับผิดชอบของบริษัทประกันภัย รวมทั้งวิธีการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนที่รวดเร็ว และข้อกฎหมายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อแนะนำลูกค้าเป้าหมายได้อย่างถูกต้อง มิใช่เพียงแค่เรียนรู้ถึงเทคนิคและบริการแต่อย่างใด ซึ่งหากเป็นเช่นนี้แล้วก็คงจะไม่สามารถเป็นนักขายที่ดีได้ เพราะจะไม่ทำให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจได้เลย แต่ในทางตรงกันข้ามจะทำให้ลูกค้าเกิดความรู้สึกไม่พอใจ เมื่อไม่ได้รับในสิ่งที่คาดหวัง ในคราวที่เกิดการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน อีกทั้งนักขายประกันที่ดี ต้องเข้าใจความหมายของการให้บริการที่สมบูรณ์แบบ ด้วยการติดตามดูแลลูกค้าอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ&lt;br /&gt;โดยทั่วไปแล้ว บริษัทประกันภัยในปัจจุบันต่างก็เล็งเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาบุคลากร ด้านงานขายให้มีประสิทธิภาพ ด้วยการจัดหลักสูตรการฝึกอบรมที่จำเป็นให้ ซึ่งประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก ได้แก่ &lt;p&gt;(1) ความรู้ด้านการประกันภัย ศึกษาเกี่ยวกับหลักพื้นฐานด้านการประกันวินาศภัย การประกันชีวิต ประเภทความคุ้มครองในรูปกรมธรรม์แบบต่าง ๆ ลักษณะเงื่อนไขความคุ้มครอง ข้อยกเว้น และข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt; &lt;p&gt;(2) ความรู้ด้านการขายและการให้บริการลูกค้า ศึกษาเกี่ยวกับเทคนิคการขาย กลยุทธ์ทางการตลาด การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ และการสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า&lt;/p&gt; &lt;p&gt;(3) ระบบการทำงานของบริษัท ศึกษาเกี่ยวกับวิธีการและขั้นตอนต่าง ๆ ในการทำงานของบริษัท ระบบการประสานงานของหน่วยงานต่าง ๆ ภายในบริษัท&lt;br /&gt;ดัง นั้นตัวแทนขายจึงต้องมีความรู้พื้นฐานครบทั้ง 3 ส่วน ทั้งนี้เพื่อให้เกิดแนวคิดที่ถูกต้อง ในการประกอบวิชาชีพประกันภัย ให้เจริญก้าวหน้าด้วยการทำความเข้าใจในความหมายที่ชัดเจนของอาชีพ และวิธีการประกอบอาชีพตัวแทนขายประกันที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดเป็น สำคัญ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#003399;"&gt;3) A = Application (การประยุกต์ใช้)&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;เมื่อ ตัวแทนขายประกันมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสินค้าประกันภัยอย่างดีแล้ว ก็ต้องรู้จักนำมาประยุกต์ใช้ในการเลือกขายสินค้าให้สอดคล้องกับสภาพภัยและ ความต้องการของลูกค้า รวมทั้งศักยภาพในการชำระเบี้ยประกันของลูกค้าได้อย่างเหมาะสมเพราะกรมธรรม์ แต่ละแบบ ก็จะให้ความคุ้มครองและสภาพภัยที่ไม่เหมือนกัน ตัวแทนขายจึงต้องมีหน้าที่วิเคราะห์สภาพความเสี่ยงภัยขั้นพื้นฐาน ตามข้อมูลจริงที่ได้รับทราบ เพื่อชี้แนะให้ลูกค้าพิจารณาเลือกประเภทและระดับความคุ้มครองที่เหมาะสม และสำหรับลูกค้าที่มีข้อจำกัดทางด้านเศรษฐกิจ ก็อาจต้องช่วยลูกค้าพิจารณาเกี่ยวกับเรื่องทุนประกันเพื่อความสามารถในการ ชำระค่าเบี้ยประกันภัยได้อย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ โดยเฉพาะในปัจจุบันการแข่งขันในธุรกิจประกันภัยมีสูงมาก ทำให้บริษัทประกันภัยทั้งหลาย พยายามใช้กลยุทธ์ด้านตัวสินค้าด้วยการปรับรูปแบบกรมธรรม์ให้มีความหลากหลาย ขึ้น ซึ่งแม้ว่าภาครัฐจะคอยดูแลอยู่อย่างใกล้ชิด กรมธรรม์ต่าง ๆ ที่ออกสู่ตลาดของบริษัทประกันภัยก็จะมีลักษณะเด่นที่แตกต่างกันอยู่บ้าง โดยเฉพาะในเรื่องผลประโยชน์ตอบแทนทั้งในรูปดอกเบี้ยและความคุ้มครอง ซึ่งตัวแทนขายก็จะใช้จุดเด่นดังกล่าวโน้มน้าวจูงใจให้ลูกค้าเป้าหมายสนใจ ซื้อ โดยมิได้ชี้แนะให้ลูกค้าทำความเข้าใจในรายละเอียดให้ดีก่อนตัดสินใจซื้อซึ่ง เป็นเรื่องที่ขัดต่อหลักการขายที่ดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;4) &lt;span style="color:#003399;"&gt;R = Realization (การตระหนัก)&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;ตัว แทนขายประกันต้องตระหนักถึงผลประโยชน์ที่ลูกค้าจะได้รับเป็นสำคัญ กล่าวคือ การซื้อประกันภัยเปรียบเหมือนการลงทุนในวันนี้ เพื่อความมั่นคงและปลอดภัยในอนาคต ดังนั้นการที่ตัวแทนขายได้รับเบี้ยประกันจากลูกค้าในวันนี้ ย่อมต้องมีจิตสำนึกถึงการให้บริการที่ต่อเนื่องและสม่ำเสมอตลอดอายุสัญญา ประกัน เพราะว่าไปแล้วการซื้อประกันก็เป็นการซื้อบริการที่ต้องจ่ายล่วงหน้า ซึ่งแน่นอนว่า เมื่อผู้บริโภคจ่ายเงินแล้วก็ต้องมีความคาดหวังในบริการที่จะได้รับ และหากสิ่งที่ได้รับในอนาคต มิใช่สิ่งเดียวกับที่คาดหวังในปัจจุบัน ผู้บริโภคก็จะไม่เชื่อถือและไว้วางใจในระบบประกันภัยอีกต่อไป ซึ่งความรู้สึกเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้หรือไม่ ย่อมขึ้นอยู่กับพฤติกรรมในการขายของตัวแทนขาย ซึ่งเป็นผู้ที่ติดต่อโดยตรงกับลูกค้าในนามของบริษัทประกันภัยจึงเป็นผู้ที่ ลูกค้าสามารถสัมผัสได้ว่าสมควรจะซื้อประกันภัยต่อไปอีกหรือไม่ อีกทั้งตัวแทนขายประกัน ต้องตระหนักถึงความรับผิดชอบในการกระทำของตนที่ได้ปฏิบัติต่อลูกค้า กล่าวคือ ตัวแทนขายถือได้ว่าเป็นตัวแทนของบริษัทประกันภัย ดังนั้นการกระทำของตัวแทนขายซึ่งกระทำไปตามวัตถุประสงค์ที่บริษัทประกันภัย ได้กำหนดไว้นั้น ย่อมมีผลผูกพันบริษัทประกันภัยหรือไม่อย่างไร เพราะตามพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พ.ศ. 2535 มาตรา 4 ได้ให้คำจำกัดความของคำว่า "ตัวแทนประกันวินาศภัย" หมายถึง ผู้ซึ่งบริษัทมอบหมายให้ทำการชักชวนให้บุคคลทำสัญญาประกันภัยกับบริษัท และตามพระราชบัญญัติประกันชีวิต พ.ศ. 2535 มาตรา 5 ได้ให้คำจำกัดความของคำว่า "ตัวแทนประกันชีวิต" หมายถึง ผู้ซึ่งบริษัทมอบหมายให้ทำการชักชวนให้บุคคลทำสัญญาประกันชีวิตกับบริษัท ซึ่งในทางปฏิบัติหากตัวแทนขายพยายามชักจูงทุกวิถีทาง ที่จะให้มีผู้เอาประกันภัยแม้ในรายที่มีความเสี่ยงสูง และหากบริษัทประกันภัยทราบ ก็จะไม่ยอมเข้าทำสัญญาประกันด้วยหรือต้องเรียกร้องเบี้ยประกันสูงก็ตาม ทางตัวแทนขายก็จะแนะนำให้ผู้เอาประกันทำสัญญาประกัน โดยกรอกข้อความที่ขัดต่อข้อเท็จจริง ครั้นเมื่อถึงเวลาเรียกค่าสินไหมทดแทน ก็จะเกิดปัญหาขึ้นกับผู้เอาประกันว่าสามารถที่จะได้รับค่าสินไหมทดแทนเต็ม ตามจำนวนที่ระบุในสัญญาประกันหรือไม่อย่างไร ซึ่งกรณีดังกล่าวนี้ มักจะพบได้ในการทำประกันชีวิต ซึ่งตัวแทนขายทราบว่าผู้เอาประกันเป็นโรคร้ายแรงและรักษาไม่หายแต่ก็ยังชี้ แนะให้ซื้อประกันชีวิต ด้วยการปกปิดข้อเท็จจริง โดยไม่กรอกข้อความในคำขอเอาประกันว่าตนเป็นโรคร้ายแรง ดังนั้นหากตัวแทนขายมีจิตสำนึกที่ตระหนักถึงความรับผิดชอบในการกระทำของตน ที่มีต่อลูกค้าอย่างสมบูรณ์ ปัญหาดังกล่าวข้างต้นก็จะไม่เกิดขึ้น และตัวแทนขายก็จะเกิดความภาคภูมิใจที่ได้เห็นว่าลูกค้าได้รับค่าสินไหมทดแทน ตามจำนวนที่ควรจะเป็น เพื่อใช้บรรเทาความเดือดร้อนในยามที่เกิดภัยพิบัติแก่ชีวิต บนพื้นฐานของความเป็นธรรมที่เกิดขึ้นกับทุกฝ่าย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#003399;"&gt;5) T = Timing (การเลือกจังหวะเวลา)&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;ตัว แทนขายประกันต้องเข้าใจให้ถูกต้องว่าจังหวะเวลาที่เหมาะสมในการสร้างความพึง พอใจให้เกิดแก่ลูกค้านั้น มิใช่เวลาที่ชักชวนให้ลูกค้าซื้อประกันได้สำเร็จ หากแต่เป็นช่วงเวลาที่ลูกค้าได้รับความพอใจจากการให้บริการ ในเรื่องของการชดใช้ค่าสินไหมทดแทน เพราะตัวแทนขายต้องทำความเข้าใจให้ดีว่า ผู้บริโภคทุกคนที่ตัดสินใจซื้อประกัน ซึ่งเป็นการจ่ายเงินซื้อบริการล่วงหน้านั้น ก็เพื่อเป็นหลักประกันว่า หากเกิดภัยพิบัติขึ้นกับชีวิตเมื่อใด ก็จะได้รับการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจากบริษัทประกัน เพื่อนำมาบรรเทาความเดือดร้อนที่เกิดขึ้น ฉะนั้นหากเมื่อถึงเวลาที่เดือดร้อนแล้ว ไม่ได้รับเงินค่าสินไหมทดแทน ในจำนวนและเวลาที่ควรจะเป็น ย่อมนำมาซึ่งความทุกข์และความปวดร้าวยิ่งนัก โดยเฉพาะการประกันสุขภาพซึ่งในปัจจุบันคนไทยเริ่มมีค่านิยมในการดูแลรักษา สุขภาพมากขึ้น จึงได้เห็นความสำคัญของการทำประกันสุขภาพ เพราะอย่างน้อยเมื่อเกิดการเจ็บไข้ได้ป่วยขึ้นก็ยังมีศักยภาพในการดูแลรักษา ตนเอง จากเงินที่ได้ทำประกันไว้ ฉะนั้นตัวแทนขายจึงต้องอาศัยช่วงจังหวะเวลาดังกล่าว แสดงความจริงใจ ความรับผิดชอบ และการตระหนักถึงความสำคัญของลูกค้า ด้วยการจัดการเรื่องการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้รวดเร็วและยุติธรรม เพื่อตอบสนองที่ลูกค้าได้ให้ความไว้วางใจและเชื่อมั่นในศักยภาพของท่าน ในฐานะตัวแทนผู้ดูแลจัดการความเสี่ยงภัยให้กับเขาเหล่านั้น &lt;/p&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5307417485713759266-4311059508593464637?l=raisaramak.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://raisaramak.blogspot.com/feeds/4311059508593464637/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://raisaramak.blogspot.com/2009/11/blog-post_9670.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5307417485713759266/posts/default/4311059508593464637'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5307417485713759266/posts/default/4311059508593464637'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://raisaramak.blogspot.com/2009/11/blog-post_9670.html' title='ตัวแทนประกันภัยแบบไหน ที่ลูกค้าคาดหวัง'/><author><name>mixer</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17096518705531486329</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://4.bp.blogspot.com/_tshc1bf64uk/SmxUN5b2ZII/AAAAAAAAAAU/w4Eufop1EXA/S220/Picture+186_1.JPG'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5307417485713759266.post-8566883572469562816</id><published>2009-11-28T20:25:00.000-08:00</published><updated>2009-11-28T20:26:19.940-08:00</updated><title type='text'>กลยุทธย์ในการเลือกซื้อประกันภัย</title><content type='html'>&lt;span class="style17"&gt;&lt;strong&gt;&lt;a href="http://www.wowinsure.com/"&gt;ในการเลือกซื้อประกันภัยรถยนต์&lt;/a&gt;&lt;/strong&gt;คุณควรคำนึงถึงความมั่นคงและความน่าเชื่อถือของ&lt;a href="http://www.wowinsure.com/"&gt;&lt;strong&gt;บริษัทประกันภัย&lt;/strong&gt;&lt;/a&gt; มีประวัติในการดำเนินธุรกิจที่ดี มีผลประกอบการที่ดี มีผู้ถือหุ้นที่มั่นคง และมีการบริการที่ดี ฯลฯ เป็นหลัก ไม่ใช่เบี้ยประกันภัยที่ถูกที่สุด ทั้งนี้ เพราะการที่มีประกันภัยที่มี เบี้ยที่ถูกแต่ไม่สามารถเรียกร้องได้เพราะบริษัทประสบปัญหาทางการเงิน หรือมีความยากลำบากในการเรียกร้องเป็นการลบล้าง วัตถุประสงค์หลักในการซื้อประกันภัย&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;     &lt;img alt="" src="http://isn-network.com/insurance/web/images/arrowr.gif" align="baseline" border="0" hspace="0" /&gt;&lt;strong&gt;&lt;a href="http://www.wowinsure.com/"&gt;เลือกซื้อประกันภัย&lt;/a&gt;&lt;/strong&gt;สำหรับทรัพย์สินหรืออุบัติเหตุที่จะมีความเสียหายมูลค่าสูงและจะทำให้คุณเดือดร้อนเท่านั้น เช่น บ้าน รถยนต์ การรักษาพยาบาล ฯลฯ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;a href="http://www.wowinsure.com/"&gt;ตรวจดูความคุ้มครองให้แน่ใจ&lt;/a&gt;&lt;/strong&gt;ว่าเหมาะสมตามที่คุณต้องการ และครอบคลุมสิทธิประโยชน์มากที่สุดในอัตราเบี้ยที่เท่ากัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.wowinsure.com/"&gt;&lt;strong&gt;จ่ายค่าเสียหายส่วนแรก&lt;/strong&gt;&lt;/a&gt; หรือ Deductible (ถ้ามี) ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะคุณจะสามารถ&lt;strong&gt;&lt;a href="http://www.wowinsure.com/"&gt;ประหยัดเบี้ยประกันภัย&lt;/a&gt;&lt;/strong&gt;ที่ คุณจะ ต้องจ่ายลงตามจำนวนค่าเสียหายส่วนแรก เช่น เบี้ยประกันภัยรถยนต์ มูลค่า 25,000 บาท หากระบุค่าเสียหายส่วนแรกเท่ากับ 5,000 บาท เบี้ยประกันภัยสุทธิจะเหลือ 20,000 บาทเท่านั้น ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุแล้วคุณเป็นฝ่ายผิด คุณจะต้องชดเชยค่าเสียหายเอง ตามจริงแต่ไม่เกิน 5,000 บาทโดยส่วนที่เหลือบริษัทประกันภัยจะเป็นผู้รับผิดชอบเอง หากคุณระมัดระวังดีตลอดทั้งปี ค่าใช้จ่ายนี้ก็จะไม่เกิดขึ้น เท่ากับว่าคุณสามารถซื้อประกันภัยได้ถูกลงไปโดยปริยาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดูให้แน่ใจว่าความคุ้มครองที่คุณได้รับไม่มีความซ้ำซ้อนกันในกรณีที่คุณทำประกันภัยไว้หลายแห่ง &lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5307417485713759266-8566883572469562816?l=raisaramak.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://raisaramak.blogspot.com/feeds/8566883572469562816/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://raisaramak.blogspot.com/2009/11/blog-post_8495.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5307417485713759266/posts/default/8566883572469562816'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5307417485713759266/posts/default/8566883572469562816'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://raisaramak.blogspot.com/2009/11/blog-post_8495.html' title='กลยุทธย์ในการเลือกซื้อประกันภัย'/><author><name>mixer</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17096518705531486329</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://4.bp.blogspot.com/_tshc1bf64uk/SmxUN5b2ZII/AAAAAAAAAAU/w4Eufop1EXA/S220/Picture+186_1.JPG'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5307417485713759266.post-3320538846554237752</id><published>2009-11-28T20:24:00.000-08:00</published><updated>2009-11-28T20:25:09.083-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ตัวแทน'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='นายหน้า'/><title type='text'>ข้อแตกต่างระหว่างตัวแทนกับนายหน้า</title><content type='html'>&lt;span class="style17"&gt;&lt;p&gt;เมื่อดูตามพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พ.ศ.2510 มาตรา 4 "ตัวแทน" หมายถึง ผู้ซึ่งบริษัทมอบหมายให้ทำการชักชวนให้บุคคล ทำสัญญาประกันภัยกับบริษัท ส่วน "นายหน้า" หมายถึงผู้ซึ่งชี้ช่องหรือจัดการให้บุคคลทำสัญญาประกันภัยกับบริษัทโดยหวัง บำเหน็จเนื่องจากการนั้น จากคำจำกัดความข้างต้นทำให้ทราบว่าข้อแตกต่างระหว่าง"ตัวแทน" และ "นายหน้า" คือ  &lt;/p&gt; &lt;p&gt;     &lt;strong&gt;"นายหน้า"&lt;/strong&gt; เป็นบุคคลที่ไม่อยู่ในการควบคุมของบริษัทผู้รับประกันภัย การทำงานของนายหน้าเป็นไปตามอำนาจหน้าที่ของตนโดยอิสระ (Professional Broker) ตามปกติจะไม่ทำแทนผู้รับประกันภัยและไม่ได้รับมอบหมายจากผู้รับประกันภัยให้ กระทำการใดหรือไม่กระทำการใด สำหรับ "ตัวแทน"เป็นการทำงานในหน้าที่ และได้รับมอบหมายให้ทำแทนผู้รับประกันภัย &lt;/p&gt; &lt;p&gt;     การทำงานของ "นายหน้า" เป็นการทำเพื่อหวังบำเหน็จ ซึ่งจะได้จากการชี้ช่องหรือจัดการให้บุคคลเข้าทำสัญญาประกันภัยกับบริษัท ด้วยทุนทรัพย์ ์หรือค่าใช้จ่ายของตนเอง แต่การทำงานของ &lt;strong&gt;"ตัวแทน"&lt;/strong&gt; เป็นการกระทำด้วยทุนทรัพย์ และค่าใช้จ่ายของตัวการทั้งสิ้น แม้ว่าบางครั้งจะได้รับค่าตอบแทนจากตัวการก็ตาม &lt;/p&gt; &lt;p&gt;     "นายหน้า" เป็นผู้ทำหน้าที่ชี้ช่อง (หมายถึง แนะนำ หาช่องทางให้ผู้เอาประกันภัยทำสัญญากับผู้รับประกันภัยจนสำเร็จ)หรือจัดการ ให้บุคคลทำสัญญาประกันภัยกับบริษัท (หมายถึง กระทำใด ๆ อันเหมาะสมและจำเป็นเพื่อให้การทำสัญญากับผู้รับประกันภัยสำเร็จลุล่วงไป ด้วยดี ซึ่งรวมถึงการเจรจาต่อรองเงื่อนไขหรือข้อคุ้มครองต่าง ๆและการตกลงจำนวนเบี้ยประกันภัยกับผู้รับประกันภัยด้วย) ส่วน "ตัวแทน" มีหน้าที่เฉพาะการชักชวน ให้บุคคลเข้าทำสัญญาประกันภัยกับผู้รับประกันภัยเท่านั้น ไม่มีสิทธิ์เข้าทำสัญญาประกันภัยแทนผู้รับประกันภัยแต่อย่างใด เว้นแต่จะได้รับมอบอำนาจเป็นหนังสือจากผู้รับประกันภัย&lt;/p&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5307417485713759266-3320538846554237752?l=raisaramak.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://raisaramak.blogspot.com/feeds/3320538846554237752/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://raisaramak.blogspot.com/2009/11/blog-post_6423.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5307417485713759266/posts/default/3320538846554237752'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5307417485713759266/posts/default/3320538846554237752'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://raisaramak.blogspot.com/2009/11/blog-post_6423.html' title='ข้อแตกต่างระหว่างตัวแทนกับนายหน้า'/><author><name>mixer</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17096518705531486329</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://4.bp.blogspot.com/_tshc1bf64uk/SmxUN5b2ZII/AAAAAAAAAAU/w4Eufop1EXA/S220/Picture+186_1.JPG'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5307417485713759266.post-8737846826463270958</id><published>2009-11-28T20:22:00.000-08:00</published><updated>2009-11-28T20:24:18.124-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='บริษัทประกันภัยรถยนต์'/><title type='text'>รวมเบอร์โทรศัพท์ของบริษัทประกันภัยรถยนต์</title><content type='html'>&lt;span class="style16"&gt;&lt;/span&gt;   &lt;table bg border="0" cellpadding="0" cellspacing="1" width="100%" style="color:#cccccc;"&gt;&lt;tbody&gt;&lt;tr height="35"&gt; &lt;td bg width="36%" height="16" style="color:#cccccc;"&gt; &lt;div class="style5" align="center"&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;&lt;strong&gt;ชื่อบริษัท/COMPANIES&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;/td&gt; &lt;td align="middle" bg width="64%" style="color:#cccccc;"&gt; &lt;div class="style5" align="center"&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานใหญ่/HEAD OFFICE&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt; &lt;tr height="32"&gt; &lt;td align="left" bg width="15%" style="color:#ffffff;"&gt;&lt;span class="style4"&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;บริษัท กมลประกันภัย จำกัด (มหาชน)&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/td&gt; &lt;td align="left" bg width="79%" height="48" style="color:#ffffff;"&gt;&lt;span class="style4"&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;361 ถ.บอนด์สตรีท เมืองทองธานี 3 ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี 11120 โทร.: 0-2502-2999 โทรสาร : 0-2502-2933&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt; &lt;tr height="32"&gt; &lt;td align="left" bg width="36%" style="color:#ffffff;"&gt; &lt;table border="0" cellpadding="0" cellspacing="0" width="256" height="32"&gt; &lt;tbody&gt; &lt;tr height="32"&gt; &lt;td class="style4" align="left" width="100%" height="10"&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน)&lt;/span&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;/tbody&gt;&lt;/table&gt;&lt;/td&gt; &lt;td align="left" bg width="64%" height="48" style="color:#ffffff;"&gt;&lt;span class="style4"&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;25 ถนนสาธรใต้ ข.ทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 โทร. : 0-2285-8888, 0-2677-3777&lt;br /&gt;โทรสาร :  0-2677-3737-8&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt; &lt;tr height="32"&gt; &lt;td align="left" bg style="color:#ffffff;"&gt;&lt;span class="style4"&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;บริษัท คูเนีย ประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/td&gt; &lt;td align="left" bg height="48" style="color:#ffffff;"&gt;&lt;span class="style4"&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;195 อาคารเอ็มไพร์ทาวเวอร์ ชั้น 39 ถนนสาทรใต้ เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร 10120 โทร. : 0-2670-2100 โทรสาร : 0-2670-2135-7&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt; &lt;tr height="32"&gt; &lt;td align="left" bg style="color:#ffffff;"&gt;&lt;span class="style4"&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;บริษัท เจ้าพระยาประกันภัย จำกัด (มหาชน)&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/td&gt; &lt;td align="left" bg height="48" style="color:#ffffff;"&gt;&lt;span class="style4"&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;3675 อาคารกรุงไทยแทรคเตอร์ ชั้น 4 - 5 ถนนพระราม 4 ข.พระโขนง เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110 โทร. : 0-2261-9955, 0-2661-3355 โทรสาร : 0-2261-3775&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt; &lt;tr height="32"&gt; &lt;td align="left" bg style="color:#ffffff;"&gt;&lt;span class="style4"&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน)&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/td&gt; &lt;td align="left" bg height="48" style="color:#ffffff;"&gt;&lt;span class="style4"&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;63/2 ถนนพระราม 9 ข.ห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10320 โทร. : 0-2248-0059 โทรสาร : 0-2248-7849 - 50.&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt; &lt;tr height="32"&gt; &lt;td align="left" bg style="color:#ffffff;"&gt;&lt;span class="style4"&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;บริษัท เทเวศประกันภัย จำกัด (มหาชน)&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/td&gt; &lt;td align="left" bg height="48" style="color:#ffffff;"&gt;&lt;span class="style4"&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;97 และ 99 อาคารเทเวศประกันภัย ถนนราชดำเนินกลาง แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200 โทร. : 0-2670-4444 โทรสาร : 0-2629-1080&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt; &lt;tr height="32"&gt; &lt;td align="left" bg style="color:#ffffff;"&gt;&lt;span class="style4"&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;บริษัท ประกันคุ้มภัย จำกัด (มหาชน)&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/td&gt; &lt;td align="left" bg height="48" style="color:#ffffff;"&gt;&lt;span class="style4"&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;26/5-6 ชั้น 1, 26/10-11 ชั้น 4, 26/16-17 ชั้น 6, และ 26/18-19 ชั้น 6 อาคารอรกานต์ ข.ลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330 โทร. : 0-2254-8490, 0-2254-7850-9 โทรสาร : 0-2253-3701, 0-2253-4222&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt; &lt;tr height="32"&gt; &lt;td align="left" bg style="color:#ffffff;"&gt;&lt;span class="style4"&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;บริษัท ประกันภัยศรีเมือง จำกัด &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/td&gt; &lt;td align="left" bg height="48" style="color:#ffffff;"&gt;&lt;span class="style4"&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;195 อาคารเอ็มไพร์ทาวเวอร์ ชั้น 40 ถนนสาทรใต้ ข.ยานนาวา เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 โทร. : 0-2686-8888-9&lt;br /&gt;โทรสาร : 0-2686-8601-2&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt; &lt;tr height="32"&gt; &lt;td align="left" bg style="color:#ffffff;"&gt;&lt;span class="style4"&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;บริษัท ฟีนิกซ์ ประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/td&gt; &lt;td align="left" bg height="48" style="color:#ffffff;"&gt;&lt;span class="style4"&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;4-4/1อา คารชโลบล ซ.พระรามเก้า 43 ถ.เสรี 4 แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร 10250 โทร. : 0-2720-1400-4, 0-2718-3748-9, 0-2718-3944-5&lt;br /&gt;โทรสาร : 0-2720-1128-29&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt; &lt;tr height="32"&gt; &lt;td align="left" bg style="color:#ffffff;"&gt;&lt;span class="style4"&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;บริษัท ภัทรประกันภัย จำกัด (มหาชน)&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/td&gt; &lt;td align="left" bg height="48" style="color:#ffffff;"&gt;&lt;span class="style4"&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;252 ถนนรัชดาภิเษก ข.ห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10320 โทร. : 0-2290-3333 โทรสาร : 0-2290-2033&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt; &lt;tr height="32"&gt; &lt;td align="left" bg style="color:#ffffff;"&gt;&lt;span class="style4"&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;บริษัท มิตรแท้ประกันภัย จำกัด&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/td&gt; &lt;td align="left" bg height="48" style="color:#ffffff;"&gt;&lt;span class="style4"&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;295 ถนนสี่พระยา ข.สี่พระยา เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500 โทร. : 0-2236-0035, 0-2236-8635 - 8, 0-2237-4646 โทรสาร : 0-2652-2870-2&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt; &lt;tr height="32"&gt; &lt;td align="left" bg style="color:#ffffff;"&gt;&lt;span class="style4"&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;บริษัท ไอเอจี ประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด&lt;br /&gt;(ชื่อเดิม : บริษัท โรยัลแอนด์ซันอัลลายแอนซ์ประกันภัย จำกัด)&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/td&gt; &lt;td align="left" bg height="48" style="color:#ffffff;"&gt;&lt;span class="style4"&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;1550 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ข.ถนนเพชรบุรี เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10310 โทร. : 0-2207-0266 - 85 โทรสาร : 0-2207-0575&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt; &lt;tr height="32"&gt; &lt;td align="left" bg style="color:#ffffff;"&gt;&lt;span class="style4"&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;บริษัท ลิเบอร์ตี้ประกันภัย จำกัด&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/td&gt; &lt;td align="left" bg height="48" style="color:#ffffff;"&gt;&lt;span class="style4"&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;1466 ถนนพัฒนาการ ข.สวนหลวง เขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร 10250 โทร. : 0-2322-3001 - 49 โทรสาร : 0-2321-7332&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt; &lt;tr height="32"&gt; &lt;td align="left" bg style="color:#ffffff;"&gt;&lt;span class="style4"&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/td&gt; &lt;td align="left" bg height="48" style="color:#ffffff;"&gt;&lt;span class="style4"&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;1242 ถนนกรุงเกษม ข.คลองมหานาค เขตป้อมปราบ กรุงเทพมหานคร 10100 โทร. : 0-2223-0851, 0-2225-0137, 0-2224-0059 โทรสาร : 0-2224-9876&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt; &lt;tr height="32"&gt; &lt;td align="left" bg style="color:#ffffff;"&gt;&lt;span class="style4"&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;บริษัท ส่งเสริมประกันภัย จำกัด&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/td&gt; &lt;td align="left" bg height="48" style="color:#ffffff;"&gt;&lt;span class="style4"&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;42 ถนนสุรวงศ์ ข.สีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500&lt;br /&gt;โทร. : 0-2235-2510 - 9, 0-2267-0240 - 9 โทรสาร : 0-2237-0808, 0-2267-0259&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt; &lt;tr height="32"&gt; &lt;td align="left" bg style="color:#ffffff;"&gt;&lt;span class="style4"&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;บริษัท ไทยพาณิชย์สามัคคีประกันภัย จำกัด (มหาชน)&lt;br /&gt;(ชื่อเดิม : บริษัท สามัคคีประกันภัย จำกัด (มหาชน)&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/td&gt; &lt;td align="left" bg height="48" style="color:#ffffff;"&gt;&lt;span class="style4"&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;2/4 อาคารไทยพาณิชย์สามัคคีประกันภัย ชั้น 12 อาคารนอร์ธปาร์ค ข.ทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 10210&lt;br /&gt;โทร. : 0-2555-9100 โทรสาร : 0-2955-0150 - 1&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt; &lt;tr height="32"&gt; &lt;td align="left" bg style="color:#ffffff;"&gt;&lt;span class="style4"&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;บริษัท สินมั่นคงประกันภัย จำกัด (มหาชน)&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/td&gt; &lt;td align="left" bg height="48" style="color:#ffffff;"&gt;&lt;span class="style4"&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;313 ถนนศรีนครินทร์ ข.หัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร 10240 โทร. : 0-2378-7000 โทรสาร : 0-2731-6590&lt;br /&gt;โทรสาร : 0-2541-5170&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt; &lt;tr height="32"&gt; &lt;td align="left" bg style="color:#ffffff;"&gt;&lt;span class="style4"&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;บริษัท อลิอันช์ ซี.พี. ประกันภัย จำกัด&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/td&gt; &lt;td align="left" bg height="48" style="color:#ffffff;"&gt;&lt;span class="style4"&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;313 อาคารซี.พี.ทาวเวอร์ ชั้น 19 ถนนสีลม ข.สีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500 โทร. : 0-2638-9000 โทรสาร : 0-2638-9050&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt; &lt;tr height="32"&gt; &lt;td align="left" bg style="color:#ffffff;"&gt;&lt;span class="style4"&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;บริษัท เอ ไอ จี ประกันวินาศภัย (ประเทศไทย) จำกัด&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/td&gt; &lt;td align="left" bg height="48" style="color:#ffffff;"&gt;&lt;span class="style4"&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;181/19 ถนนสุรวงศ์ ข.สุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500 โทร. : 0-2634-8888 โทรสาร : 0-2236-6489&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt; &lt;tr height="32"&gt; &lt;td align="left" bg style="color:#ffffff;"&gt;&lt;span class="style4"&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;บริษัท เอ็ม เอส ไอ จี ประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด&lt;br /&gt;(ชื่อเดิม บริษัท อวีว่า ประกันภัย (ไทย) จำกัด)&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/td&gt; &lt;td align="left" bg height="48" style="color:#ffffff;"&gt;&lt;span class="style4"&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;908 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ข.บางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10320 โทร. : 0-2318-8318, 0-2319-1199&lt;br /&gt;โทรสาร : 0-2318-8550, 0-2319-1166&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt; &lt;tr height="32"&gt; &lt;td align="left" bg style="color:#ffffff;"&gt;&lt;span class="style4"&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;บริษัท อาคเนย์ประกันภัย (2000) จำกัด&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/td&gt; &lt;td align="left" bg height="48" style="color:#ffffff;"&gt;&lt;span class="style4"&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;315 ชั้น G - ชั้น 3 อาคารอาคเนย์ประกันภัย ถนนสีลม&lt;br /&gt;ข.บางรัก เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500 โทร. : 0-2631-1331, 0-2267-7777 โทรสาร : 0-2237-7409&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt; &lt;tr height="32"&gt; &lt;td align="left" bg style="color:#ffffff;"&gt;&lt;span class="style4"&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;บริษัท เอเซียประกันภัย 1950 จำกัด&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/td&gt; &lt;td align="left" bg height="48" style="color:#ffffff;"&gt;&lt;span class="style4"&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;183 อาคารรีเจ้นท์เฮ้าส์ ชั้น 12 ถนนราชดำริ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330 โทร. : 0-2254-9977&lt;br /&gt;โทรสาร : 0-2250-5277&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt; &lt;tr height="32"&gt; &lt;td align="left" bg style="color:#ffffff;"&gt;&lt;span class="style4"&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;บริษัท เอราวัณประกันภัย จำกัด&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/td&gt; &lt;td align="left" bg height="48" style="color:#ffffff;"&gt;&lt;span class="style4"&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;292 ถนนเยาวราช ข.สัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร 10100 โทร. : 0-2224-0056, 0-2224-4727 - 36&lt;br /&gt;โทรสาร : 0-2221-1390&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt; &lt;tr height="32"&gt; &lt;td align="left" bg style="color:#ffffff;"&gt;&lt;span class="style4"&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;บริษัท แอ๊ดวานซ์ อินชัวรันส์ จำกัด&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/td&gt; &lt;td align="left" bg height="48" style="color:#ffffff;"&gt;&lt;span class="style4"&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;2 อาคารเพลินจิตเซ็นเตอร์ ชั้น 5 ถนนสุขุมวิท แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110 โทร. : 0-2648-3800&lt;br /&gt;โทรสาร : 0-2648-3830&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt; &lt;tr height="32"&gt; &lt;td align="left" bg style="color:#ffffff;"&gt;&lt;span class="style4"&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;บริษัท แอลเอ็มจี ประกันภัย จำกัด&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/td&gt; &lt;td align="left" bg height="48" style="color:#ffffff;"&gt;&lt;span class="style4"&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;2 อาคารจัสมินซิตี้ ชั้นที่ 14-15,17 ซ.สุขุมวิท 23(ประสานมิตร) ถ.สุขุมวิท แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110 โทร. : 0-2661-6000 โทรสาร : 0-2665-2728&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt; &lt;tr height="32"&gt; &lt;td align="left" bg style="color:#ffffff;"&gt;&lt;span class="style4"&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;บริษัท ไอโออิ กรุงเทพ ประกันภัย จำกัด&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/td&gt; &lt;td align="left" bg height="48" style="color:#ffffff;"&gt;&lt;span class="style4"&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;25 อาคารกรุงเทพประกันภัย / YWCA ชั้น 22 ถนนสาทรใต้&lt;br /&gt;ข.ทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 โทร. : 0-2677-3999, 0-2620-8000 โทรสาร : 0-2677-3978-79&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;/tbody&gt;&lt;/table&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5307417485713759266-8737846826463270958?l=raisaramak.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://raisaramak.blogspot.com/feeds/8737846826463270958/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://raisaramak.blogspot.com/2009/11/blog-post_8903.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5307417485713759266/posts/default/8737846826463270958'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5307417485713759266/posts/default/8737846826463270958'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://raisaramak.blogspot.com/2009/11/blog-post_8903.html' title='รวมเบอร์โทรศัพท์ของบริษัทประกันภัยรถยนต์'/><author><name>mixer</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17096518705531486329</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://4.bp.blogspot.com/_tshc1bf64uk/SmxUN5b2ZII/AAAAAAAAAAU/w4Eufop1EXA/S220/Picture+186_1.JPG'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5307417485713759266.post-5817722040028392952</id><published>2009-11-28T20:21:00.000-08:00</published><updated>2009-11-28T20:22:24.798-08:00</updated><title type='text'>ถาม - ตอบเกี่ยวกับบริการรถยนต์พลังน้ำ</title><content type='html'>&lt;span class="style17"&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#0000ff;"&gt;1. ไฮโดรเจนคืออะไร&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;     &lt;strong&gt;ตอบ&lt;/strong&gt;  น้ำที่เราใช้ดี่ม ใช้ชำระร่างกาย และนานาประโยชน์  มีองค์ประกอบอยู่ในรูป H2 O กล่าวคือ ไฮโดรเจน 2 ส่วน และออกซิเจน O1 ส่วน เราใช้ไฟฟ้าและสารเคมี เป็นตัวทำปฏิกิริยา แยกเอาเฉพาะก๊าซไฮโดรเจน ออกมาเป็นเชื้อเพลิง&lt;/p&gt; &lt;p&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#0000ff;"&gt;2. ก๊าซไฮโดรเจนนี้ ใช้เป็นเชื้อเพลิงร่วม กับรถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงหลัก อะไรได้บ้าง&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;     &lt;strong&gt;ตอบ &lt;/strong&gt;ใช้เป็นเชื้อเพลิงร่วม กับรถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงหลัก เช่น เบนซิน ดีเชล  แก๊ส LPG  NGV&lt;/p&gt; &lt;p&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#0000ff;"&gt;3. ใช้กับรถยนต์ที่เป็นรุ่นหัวฉีด คอมมอนด์เรล คาบูเรเตอร์ หรือ เครื่องเจได้ไหม&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;     &lt;strong&gt;ตอบ &lt;/strong&gt;ใช้ ได้ เพราะก๊าซไฮโดรเจน เป็นเชื้อเพลิงที่มีค่าออกเทนสูงกว่า น้ำมันเบนซิน ดีเซล และแก๊ส NGV  LPG  ทำให้การจุดระเบิดในห้องเครื่องยนต์ดีกว่า สันดาปสมบูรณ์ ส่งผลให้อัตราเร่งดีขึ้น  เครื่องยนต์สะอาด  ไม่เป็นมลภาวะต่อสิ่งมีชีวิตและโลก&lt;/p&gt; &lt;p&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#0000ff;"&gt;4. ถ้านำไปติดตั้งกับเครื่องยนต์ขนาด 3000 cc.ขึ้นไป หรือนำไปติดตั้งกับ  เรือ รถบรรทุกหัวลาก รถไถนา รถสิบล้อ หรือ รถทัวร์ได้หรือไม่&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;     &lt;strong&gt;ตอบ &lt;/strong&gt;สามารถติดตั้งได้ &lt;/p&gt; &lt;p&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#0000ff;"&gt;5. ติดตั้งใช้แล้วจะมีผลกระทบอะไรกับเครื่องยนต์หรือไม่&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;    &lt;strong&gt;ตอบ&lt;/strong&gt; ไม่มีผลใด ๆ ต่อเครื่องยนต์ เพราะเป็นเชื้อเพลิงเช่นเดียวกับน้ำมันเชื้อเพลิงที่ใช้อยู่ แถมไฮโดรเจนค่าออกเทนสูงกว่า&lt;/p&gt; &lt;p&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#0000ff;"&gt;6. การติดตั้งต้องมีการเจาะ ตัด ดัดแปลง หรือ ปลี่ยนเครื่อง เปลี่ยนชิ้นส่วนของรถยนต์เดิมๆ หรือไม่&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;    &lt;strong&gt;ตอบ&lt;/strong&gt; ไม่มีการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับชิ้นส่วนเดิมของเครื่องยนต์แม้แต่อย่างเดียว เรานำก๊าซไฮโดรเจนเข้าทางท่อไอดี&lt;br /&gt;( ท่อดูดอากาศของรถยนต์ ) เพื่อให้เครื่องยนต์ดูดเอาก๊าซไปใช้เป็นพลังงานร่วมกับเชื้อเพลิงหลักเดิมของรถยนต์ที่ใช้อยู่แล้ว&lt;/p&gt; &lt;p&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#0000ff;"&gt;7.  กรณีรถชนกัน จะเกิดการระเบิดได้หรือไม่&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;     &lt;strong&gt;ตอบ&lt;/strong&gt; ไม่เกิดการระเบิด เพราะเมื่อเครื่องสร้างก๊าซให้เกิดขึ้นแล้ว เครื่องยนต์จะดูดไปใช้เลย ไม่มีการสะสม หรือเก็บไว้ในถังเหมือนกับแก๊ส NGV หรือ LPG &lt;/p&gt; &lt;p&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#0000ff;"&gt;8.  ติดตั้งเครื่อง รถใช้น้ำ แล้วดีอย่างไร&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;      &lt;br /&gt;    &lt;strong&gt;ตอบ &lt;/strong&gt; ใช้ไฮโดรเจน เป็นเชื้อเพลิงร่วม กับเชื้อเพลิงหลักเดิม ทำให้ประหยัดเชื้อเพลิงสูงสุด - 60% ( ขึ้นอยู่กับขนาดเครื่องยนต์ )  ช่วยลดภาวะโลกร้อน เครี่องยนต์มีแรงม้าเพิ่มขึ้น  อัตราเร่งดีขึ้นประมาณ 30% ช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าและช่วยประเทศชาติประหยัด&lt;/p&gt; &lt;p&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#0000ff;"&gt;9.ถ้าใช้เป็นระยะเวลานานจะมีผลต่อการสึกของเครื่องยนต์หรือไม่ ถ้ามีจะเป็นอย่างไร&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;     &lt;strong&gt;ตอบ&lt;/strong&gt; ไม่มีผลกระทบ  เพราะเราใช้ก๊าซไฮโดรเจน เป็นเชื้อเพลิงร่วม และปริมาณที่ใช้ในการร่วม เรากำหนดไว้ไม่เกิน 75 % &lt;/p&gt; &lt;p&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#0000ff;"&gt;10. อายุการใช้งานนานเท่าไหร่&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;     &lt;strong&gt;ตอบ&lt;/strong&gt; ไม่ต่ำกว่า 10 ปี  เพราะเครื่องสร้างก๊าซไฮโดรเจน ผลิตจากเหล็กสแตนเลส อย่างดีที่ทนความร้อนและ     ป้องกันการเกิดสนิม&lt;/p&gt; &lt;p&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#0000ff;"&gt;11. ใช้พลังงานไฟจากแบตเตอร์รี่ในการทำงานเท่าไหร่&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;      &lt;strong&gt;ตอบ&lt;/strong&gt; สูงสุดไม่เกิน  30 แอมป์&lt;/p&gt; &lt;p&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#0000ff;"&gt;12. มีผลต่ออายุการใช้งานของ Battery (แบตเตอรี่) หรือไม่&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;      &lt;strong&gt;ตอบ&lt;/strong&gt;  ไม่มีผลเพราะระบบเพราะ Hydrogen Gernerator ของเรามีระบบ Power Control ที่ควบคุมระบบการจ่ายไฟ&lt;br /&gt;จึ่งทำให้หมดปัญหาเรื่องแบตเตอรี่เสื่อม &lt;/p&gt; &lt;p&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#0000ff;"&gt;13. สามารถใช้กับรถที่ติดตั้งแก๊ส NGV หรือ LPG ได้หรือไม่&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;     &lt;br /&gt;     &lt;strong&gt;ตอบ&lt;/strong&gt; รถ ยนต์ที่ใช้แก๊ส NGV หรือ LPG เป็นเชื้อเพลิงหลัก สามารถนำก๊าซไฮโดรเจนไปเป็นเชื้อเพลิงร่วมได้ ช่วยให้แรงม้า เครื่องยนต์เพิ่ม อัตราการเร่ง การออกตัวดีขึ้น 30 % การเผาไฟไหม้ของห้องเครื่องยนต์สมบูรณ์ ยืดอายุการใช้งานของ เครื่องยนต์ ได้นานขึ้น และช่วยประหยัดเงินในการซื้อแก๊สเติม โดยการปรับอัตราส่วนผสมลดลง  เพราะน้ำไม่มีต้นทุน ใช้น้ำบ่อน้ำตามแหล่งธรรมชาติได้ทุกอย่าง ไม่ต้องซื้อหา&lt;/p&gt; &lt;p&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#0000ff;"&gt;14.  บริษัทประกันภัยจะรับเคลมหรือไม่&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;      &lt;strong&gt;ตอบ &lt;/strong&gt; รับแคลมเพราะเราใช้ก๊าซไฮโดรเจน เป็นเชื่อเพลิงร่วม ไม่มีการดัดแปลงเครื่องยนต์ ชิ้นส่วนเครื่องยนต์แต่อย่างใด&lt;/p&gt; &lt;p&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#0000ff;"&gt;15. ต้องเติมน้ำบ่อยหรือไม่&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt; &lt;br /&gt;     &lt;strong&gt;ตอบ&lt;/strong&gt; ไม่บ่อย 1 ลิตรวิ่งได้ประมาณ 400-600 กม. ถ้าน้ำจะหมดหรือสกปรก Senser ร้องเตือนให้ทำการตรวจสอบทันที&lt;br /&gt;   &lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#0000ff;"&gt;16. ไฮโดรเจนจะระเบิดได้ไหม&lt;/span&gt; &lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;     &lt;strong&gt;ตอบ&lt;/strong&gt; สามารถระเบิดได้ในกรณีที่เก็บไว้ในถังที่มีอุณหภูมิสูง แต่ระบบ Hydrogen Generator ของเราเป็นเครื่องผลิต ไม่ใช่ถังเก็บ และเครื่องจะผลิตเมื่อสตาร์ทเครื่องยนต์ได้ระดับที่ 900 รอบ/นาทีขึ้นไป เพราะฉะนั้นปัญหาการระเบิด&lt;br /&gt;จึงมีเปอร์เซนต์น้อยมาก&lt;br /&gt;   &lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#0000ff;"&gt;17. ต้องเสียภาษีเพิ่มหรือแจ้งกับกรมการขนส่งหรือไม่&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt; &lt;br /&gt;    &lt;strong&gt; ตอบ&lt;/strong&gt; ไม่ต้องแจ้งเพราะระบบที่เราไปติดตั้งให้ลูกค้า เราไม่มีการดัดแปลงเครื่องยนต์ หรือมีถังเพื่อเก็บแบบแก๊ส&lt;br /&gt;ซึ่งจะต้องแจ้งและลงทะเบียนกับขนส่ง แต่อุปกรณ์ที่เราติดเป็นเครื่องผลิตไฮโดรเจนขนาดเล็ก ๆ ที่ต่อเข้ากับระบบ&lt;br /&gt;รถยนต์ และบริษัทได้ติดต่อเรื่องนี้กับกรมการขนส่งแล้ว &lt;br /&gt;   &lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#0000ff;"&gt;18. ใช้กับหม้อแปลงปั่นไฟได้หรือไม่ &lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;     &lt;strong&gt;ตอบ&lt;/strong&gt; สามารถใช้ได้ &lt;br /&gt;  &lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#0000ff;"&gt;19. สามารถใช้ไฮโดรเจน 100 % โดยไม่ต้องใช้ร่วมกับน้ำมันเชื้อเพลิงได้หรือไม่&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;    &lt;strong&gt; ตอบ&lt;/strong&gt; ขั้นตอนนี้บริษัทอยู่ในระหว่างการทดสอบ และพบปัญหาบางประการที่การทดสอบ 4 หมื่นกว่ากิโล แต่คิดว่าอนาคตอันใกล้นี้ จะสามารถใช้ได้แน่นอน &lt;br /&gt;   &lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#0000ff;"&gt;20. การทดสอบบริษัทใช้การทดสอบอย่างไรเกี่ยวกับการประหยัดพลังงาน &lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;      &lt;strong&gt;ตอบ&lt;/strong&gt; บริษัทได้ทำการทดสอบทั้งในห้องทดลองและทดสอบกับรถโดยทดลองวิ่งในระยะทางเดียวกันและสภาวะเดียวกัน &lt;br /&gt;   &lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#0000ff;"&gt;21. เวลาผลิตไฮโดรเจนเครื่องร้อนมาก มีวิธีการป้องกันอย่างไร&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt; &lt;br /&gt;    &lt;strong&gt; ตอบ&lt;/strong&gt; ระบบ Hydrogen Generator มีระบบระบายความร้อนโดยพัดลมและควบคุมโดยระบบ Cpu เมื่อเครื่องร้อนมาก ๆ ระบบจะตัดการทำงานทันที และเมื่อสถานะกลับสู่สภาวะปกติระบบจะเริ่มทำงานต่อ &lt;/p&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5307417485713759266-5817722040028392952?l=raisaramak.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://raisaramak.blogspot.com/feeds/5817722040028392952/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://raisaramak.blogspot.com/2009/11/blog-post_5955.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5307417485713759266/posts/default/5817722040028392952'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5307417485713759266/posts/default/5817722040028392952'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://raisaramak.blogspot.com/2009/11/blog-post_5955.html' title='ถาม - ตอบเกี่ยวกับบริการรถยนต์พลังน้ำ'/><author><name>mixer</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17096518705531486329</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://4.bp.blogspot.com/_tshc1bf64uk/SmxUN5b2ZII/AAAAAAAAAAU/w4Eufop1EXA/S220/Picture+186_1.JPG'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5307417485713759266.post-912071337443382009</id><published>2009-11-28T20:20:00.000-08:00</published><updated>2009-11-28T20:21:33.286-08:00</updated><title type='text'>เทคนิคการซื้อประกันภัยรถยนต์</title><content type='html'>&lt;p class="style2"&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;หลายคนคงเคย มีประสบการณ์ประเภทวันไม่ชื่น คืนก็ทุกข์กับบริษัทประกันที่เคยตั้งใจคิดอยากจะฝากผีฝากไข้ในยามที่เกิด เหตุ ที่ไม่พึงประสงค์กับรถคันโปรด แต่พอถึงเวลาที่เกิดปัญหาขึ้นมา จริงๆ กลับต้องปวดหัวหนักขึ้นไปอีก เพราะเจอกับการเล่นแง่ของ เจ้าหน้าที่ที่ดูเหมือนเป็นศัตรูฝ่ายตรงข้ามกับเรามากกว่าคู่กรณีที่ เกิดเรื่องกับเราเสียอีก หรือบางครั้งก็อาจจะเจอกับการให้บริการ จากเจ้าหน้าที่ที่รับแจ้งแบบไม่แยแสทั้งๆ ที่เราร้อนใจจนแทบระเบิด เกิดเหตุตอนสิบโมงเช้า กว่าเจ้าหน้าที่จะมาถึงที่เกิดเหตุก็ปาเข้าไป หลังเที่ยงอย่างนี้มันน่าที่เราจะทำประกันด้วยดีไหมเนี่ย &lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p class="style2"&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;     ปัญหาเหล่านี้ทำให้ผู้ที่มีรถหลายคนตัดสินใจไม่ถูกไม่รู้ว่าเราควรจะเลือก บริษัท ประกันไหนดี เวลาที่เราต้องการที่จะทำประกันรถ เพราะฉะนั้นในคอลัมน์นี้จึง อยากจะขอเสนอแนวคิดพร้อมทั้งเกร็ดเล็กๆ น้อยๆ ที่อยากจะฝากกันเอาไว้ เพื่อใช้ในการเลือกบริษัทประกันที่จะไม่ทำให้เรานั่งน้ำตาตกเสียใจในภายหลัง &lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p class="style2"&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;     ก่อนอื่นคงต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่า การทำประกันโดยเนื้อแท้แล้วก็คือ การที่คนหลายๆ คน ตกลงเอาเงินมาลงขันกันเพื่อแชร์ความเสี่ยงร่วมกัน โดยมี บริษัทประกันเป็นโต้โผในการรวมเงิน รวมทั้งกำหนดเงื่อนไขต่างๆ ในการ เรียกเก็บเงินที่เราเรียกว่าเบี้ยประกันของแต่ละคนด้วย &lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p&gt; &lt;table align="center" border="0" cellpadding="4" cellspacing="1" width="100%"&gt; &lt;tbody&gt; &lt;tr&gt; &lt;td class="style2"&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;font-size:85%;"&gt;&lt;a href="http://www.wowinsrue.com/"&gt;&lt;img style="width: 184px; height: 184px;" alt="ประกันภัยรถยนต์" src="http://www.finansa-asset.com/knowledge/082003/Insurance_V4Pic03.jpg" border="0" width="184" height="184" hspace="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/span&gt;&lt;/td&gt; &lt;td&gt; &lt;p class="style2"&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;font-size:85%;"&gt;       การเรียกเก็บเบี้ยประกันจะต้องขึ้นอยู่กับปัจจัยแวดล้อมที่แตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็นอายุของผู้ที่ต้องการจะทำประกัน ซึ่งถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญข้อหนึ่งในการ พิจารณาของบริษัทประกันที่มีมาตรฐานในการลดค่าธรรมเนียมการเอาประกัน ที่แตกต่างกันไปในแต่ละช่วงอายุ&lt;br /&gt;      ประเภทของรถเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้อัตราค่าธรรมเนียมในการรับประกัน ต่างกัน โดยทั่วไปในบรรดารถเก๋งหรือรถยนต์นั่งส่วนบุคคล บริษัทประกันจะจัดแบ่งกลุ่มรถออกเป็นกลุ่มๆ    &lt;br /&gt;      แน่นอนว่ารถที่ซ่อมยาก อะไหล่แพง ค่าเบี้ยประกันก็ย่อมจะสูงกว่ารถที่อะไหล่ถูก ระบบไม่ซับซ้อน แต่ในปัจจุบันหากเกิดคุณไปเลือกใช้รถที่บังเอิญฮอตสุดฮิตในหมู่ นักโจรกรรมรถข้ามประเทศ เช่น รถยนต์นั่งอเนกประสงค์ พวกซีอาร์วี ค่าเบี้ยประกันก็อาจจะแพงกว่ารถประเภทเดียวกัน แต่คนละยี่ห้อกันก็ได้&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;/tbody&gt;&lt;/table&gt; &lt;/p&gt; &lt;p class="style2"&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;     มีหลายบริษัทประกันที่มีข้อเสนอการทำประกันประเภทขับน้อยจ่ายน้อยสำหรับ ผู้ที่มั่นใจว่าตนเองใช้รถน้อย คุณที่อยากจะประหยัดเงินก็อาจจะขอทำประกันประเภทนี้ เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายเบี้ยประกันที่ไม่จำเป็น แต่สำหรับผู้ที่มีอาชีพ บางประเภท เช่น ดารา นักร้อง ที่ต้องเดินทางบ่อยๆ ประกันประเภทนี้ก็คงใช้ ไม่ได้สัจธรรมข้อหนึ่งที่ไม่มีใครปฏิเสธได้ ในการแข่งขันในตลาดที่มีผู้ประกอบ การหลายเจ้าก็คือ การแข่งขันในเรื่องราคา ประกันประเภทเดียวกัน อาจจะมีราคาต่างกันในแต่ละบริษัท ขึ้นอยู่กับการลองตระเวนหาราคาที่ดีที่สุดของผู้ซื้อเอง แต่ สำหรับผู้ซื้อรถที่ต้องอาศัยการผ่อนชำระกับไฟแนนซ์ที่จะต้องถูกบังคับให้ทำ ประกันกับบริษัทใดบริษัทหนึ่งไปเลย ก็คงไม่มีโอกาสทำเช่นนี้ได้ &lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p class="style2"&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;     เพราะฉะนั้นหากลองมาสรุปดูถึงเหตุผลในการเลือกบริษัทประกันของคนไทย น่าจะสรุปได้เป็น &lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p class="style2"&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;strong&gt;1. ถูกกำหนดโดยบริษัทไฟแนนซ์หรือผู้ให้สินเชื่อในการเช่าซื้อ&lt;br /&gt;2. ประกันภัยฟรีที่เป็นแคมเปญควบคู่กับการซื้อรถ&lt;br /&gt;3. เลือกหาที่ชอบเอง&lt;br /&gt;4. เลือกเจรจากับบริษัทที่ให้เงื่อนไขที่ดี สำหรับการเหมารวมทำประกันเป็นล็อต หรือรถหลายๆ คัน &lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p class="style2"&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;     สำหรับกรณีแรกคงเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้จริงๆ ที่จะต้องยอมรับเงื่อนไข แต่ถ้าจะให้ดีก็ลองขอดูรายละเอียดการรับประกันของบริษัทนั้นให้ดีว่าสิทธิ์ ในการเรียกร้อง ของเรามีได้มากน้อยแค่ไหน ถ้าไม่เข้าใจก็ถามไม่ต้องเกรงใจกลัวว่าเดี๋ยวเขาจะไม่ปล่อยสินเชื่อให้ ไม่ต้องห่วงหรอกครับ ถึงขั้นนั้นแล้วเขาไม่ยอมปล่อยให้เรา หลุดมือไปหรอกครับ กำไรเห็นๆ อย่างงั้น แต่ถ้าจะให้มองโลกในแง่ดี บริษัทประกันที่ผู้ให้สินเชื่อเช่าซื้อเลือกมาให้กับลูกค้าของตนต้องเป็น บริษัทที่ไว้เนื้อเชื่อใจ ได้พอสมควรเหมือนกัน เพราะในระหว่างที่คุณเช่าซื้อรถยนต์ไปขับ ก่อนที่จะสิ้นสุดสัญญาเช่าซื้อ รถคันนั้นก็ยังถือว่าเป็นรถของผู้ให้สินเชื่อนั้นด้วยเช่นกัน &lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p&gt; &lt;table border="0" cellpadding="4" cellspacing="1" width="100%"&gt; &lt;tbody&gt; &lt;tr&gt; &lt;td class="style2"&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;font-size:85%;"&gt;&lt;a href="http://www.wowinsure.com/"&gt;&lt;img style="width: 320px; height: 252px;" alt="ประกันภัยรถยนต์" src="http://www.finansa-asset.com/knowledge/082003/Insurance_V4Pic05.jpg" border="0" width="320" height="252" hspace="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/span&gt;&lt;/td&gt; &lt;td&gt; &lt;p class="style2"&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;font-size:85%;"&gt;สำหรับเงื่อนไขที่สอง ไม่ต้องคิดมากครับ เพราะสภาพการแข่งขันทางการตลาด ของเหล่าบรรดาตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ทำให้ต้องคิดหาแคมเปญมาล่อใจผู้ซื้อ สารพัดวิธี และที่เห็นบ่อยครั้งก็หนีไม่พ้นประกันภัยที่แนบมาด้วยโดยผู้ซื้อไม่ต้อง จ่ายค่าเบี้ยประกัน ส่วนแบบสุดท้ายที่เหมารวมเป็นล็อต มักจะเป็นในรูปแบบ ของการเจรจาตกลงกันระหว่างตัวแทนนายหน้ากับบริษัทที่มีรถหลายคัน หรืออาจจะเป็นบริษัทที่ประกอบการเกี่ยวกับการใช้รถหลายคัน อาจจะเป็นบริษัทรับส่งสินค้าหรือบริษัทที่ประกอบการขนส่งต่างๆ &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;/tbody&gt;&lt;/table&gt; &lt;/p&gt; &lt;p class="style2"&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;     จุดสำคัญที่เราจะมาคุยกันคงเป็นเงื่อนไขแบบที่สาม ที่เรามีความเป็นอิสระเต็มที่ ในการเลือกบริษัทประกันที่เรารู้สึกว่าคุ้มค่าและมั่นใจว่าเลือกไม่ผิด &lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p class="style2"&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;strong&gt;ทุกบาทควรจะต้องคุ้มค่า&lt;/strong&gt; &lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p class="style2"&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;     ถึงแม้ว่าคุณจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงปัจจัยความเสี่ยงที่เกี่ยวกับตัวคุณได้ เช่น อายุของคุณหรือรถที่คุณขับ แต่ก็มีหลายวิธีที่คุณน่าจะลองนำเอามาใช้เวลาที่จะซื้อประกันเพื่อประหยัด รายจ่ายเบี้ยประกันให้กับตัวคุณเอง &lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p&gt;&lt;span class="style2"&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;b&gt;คุ้มครองมากกว่าหนึ่ง&lt;/b&gt; &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p class="style2"&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;     หากคุณมีรถหลายคัน หรือว่าญาติพี่น้องที่มีรถอาจจะรวมทำประกันบริษัทเดียวกัน เพื่อการต่อรองแบบทำประกันยกล็อต ซึ่งอาจจะทำให้บริษัทประกัน สามารถที่จะให้ข้อเสนอพิเศษกับคุณได้บ้างไม่มากก็น้อย &lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p&gt;&lt;span class="style2"&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;b&gt;NCB No Claim Bonus&lt;/b&gt; &lt;/span&gt;&lt;/span&gt; &lt;table id="TABLE1" align="center" border="0" cellpadding="3" cellspacing="1" width="100%"&gt; &lt;tbody&gt; &lt;tr&gt; &lt;td class="style2" align="middle"&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;font-size:85%;"&gt;&lt;img style="width: 179px; height: 179px;" alt="ประกันภัยรถยนต์" src="http://www.finansa-asset.com/knowledge/082003/Insurance_V4Pic04.jpg" border="0" width="179" height="179" hspace="0" /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/td&gt; &lt;td align="middle"&gt; &lt;p class="style2" align="left"&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;font-size:85%;"&gt;     ถ้าอยากจะลดค่าเบี้ยในปีถัดไป หมายความว่าคุณอาจจะต้องมีประวัติที่ไม่เคย ขอเคลมประกัน ในกรณีที่คุณเป็นฝ่ายผิด แต่หากเป็นความผิดของฝ่ายคู่กรณี ก็เป็นคนละเรื่องกัน แต่หากคุณเป็นประเภทขับรถไม่แคร์ใคร ชนก็ช่าง เดี๋ยวประกันก็จ่าย ถ้าในหนึ่งปีคุณต้องเจอหน้ากับเจ้าหน้าที่ทำเรื่องเคลมบ่อยๆประวัติของคุณจะ ถูกบันทึกเอาไว้ และเป็นไปได้ว่าคุณอาจจะถูกปฏิเสธไม่รับประกันในปีถัดไป และประวัติของคุณก็จะถูกส่งไปเก็บเอาไว้ที่ศูนย์กลางข้อมูล เมื่อคุณไปขอทำกับบริษัทอื่น ข้อมูลนั้นก็จะถูกเรียกมาดู เห็นประวัติการชนอัน โชกโชน คุณก็อาจจะถูกปฏิเสธไปเรื่อยๆ หรือถ้าอยากจะทำจริงๆ ก็ต้องจ่ายแพง ขึ้นกว่าที่ควรจะเป็น เพราะฉะนั้นขับรถระวังชนไม่ต้องทนกับค่าประกันแพง หรือ อีกกรณีหนึ่งที่ความเสียหายไม่มากนัก ที่คุณอาจจะเสียเพียงสองถึงสามพันบาท คุณอาจจะยอม&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;/tbody&gt;&lt;/table&gt;&lt;span class="style2"&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;จ่าย ค่าเสียหายในส่วนนี้ เอง อาจจะช่วยทำให้คุณประหยัดค่าเบี้ย ประกันในปีถัดไปได้มากกว่าลองมาดูตัวเลข No Claim Bonus ที่ถือ เป็นส่วนลดหากคุณไม่มีประวัติการขอ เคลมประกัน ซึ่งอาจจะทำให้คุณสนใจ อยากจะลองคิดถึงการประหยัดค่าเบี้ย ประกันในส่วนนี้บ้าง &lt;/span&gt;&lt;/span&gt; &lt;/p&gt; &lt;p class="style2"&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;strong&gt;Deductible ส่วนหักลด&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p class="style2"&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;     ท่านทราบหรือไม่ว่า โดยเฉลี่ยแล้วผู้เอาประกันรถยนต์หนึ่งคนจะทำเรื่องเพื่อ ขอเคลมประกันหนึ่งครั้งในทุกสามปี และหนึ่งครั้งที่เป็นอุบัติเหตุที่มีค่าความ เสียหายมากในทุกสิบปี ใช่ครับ ไม่ผิดหรอกครับ หลายท่านคงอาจจะลองเปรียบเทียบกับประวัติของตนดูบ้าง บางท่านก็อาจจะมากกว่า หรือน้อยกว่า ก็คงขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยตามที่กล่าวมาแล้ว แต่หาก ท่านมั่นใจว่าจะตั้งใจขับรถด้วยความไม่ประมาท แล้วท่านก็ไม่ต้อง ใช้รถบ่อยนัก ไม่ต้องอยู่ในภาวะเสี่ยงในเวลาขับรถภาวะเสี่ยงที่ว่า ก็เช่น บ้านอยู่ห่างกับที่ทำงาน ต้องขับรถไกล หรือต้องทำงานหนัก เหนื่อยมากทุกวันตอนขับรถกลับบ้านแอบเผลอหลับตอนติดไฟแดง (ขอเถอะครับ ไม่ขับได้ก็เป็นดี ผมเป็นห่วง) เหล่านี้ ลองคิดถึงส่วนหักลดที่ผู้เอาประกันยอมจ่ายเองเวลา ที่เกิดเหตุ ไม่ว่าจะเป็น 2,000 บาท หรือ 5,000 บาท ที่จะช่วยลดค่าเบี้ยประกันลงไปได้มากทีเดียว&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span class="style2"&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;b&gt;กำหนดผู้ขับขี่รถยนต์คันที่เอาประกันไว้ อย่างแน่นอน&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p class="style2"&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;     ความแตกต่างอย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัดในเรื่องการทำประกันรถยนต์ในเมืองไทย และที่ต่างประเทศ ก็คือ ที่ต่างประเทศจะมีทั้งการทำประกันรถและการทำประกัน ผู้ขับขี่ ซึ่งหมายถึงผู้เอาประกันสามารถไปขับรถคันไหนก็ได้ สัญญาการประกัน จะตามไปรับผิดชอบให้ แต่สำหรับเมืองไทยที่เห็นจะเป็นการทำประกันรถยนต์ โดยตรง คือใครมาขับรถคันนี้ขอให้มีใบขับขี่ สัญญาการรับประกันก็จะรับผิดชอบ ให้ แต่ก็มีบ้างเหมือนกันหากคุณจะลองถามบริษัทผู้รับประกันดูว่า หากคุณ ต้องการจะกำหนดผู้ขับขี่สำหรับรถคันนี้ ก็จะสามารถช่วยคุณลดค่าเบี้ยประกันลงไปได้มากทีเดียว &lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p class="style2"&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;     เมื่อได้ข้อคิดในการทำประกันที่น่าจะช่วยลดค่าเบี้ยประกันได้ คราวนี้คงมาถึง คำแนะนำในการเลือกบริษัทประกัน ที่มีอยู่หลายบริษัท&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p&gt;&lt;span class="style2"&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;b&gt;ดูที่การให้บริการ&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p class="style2"&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;     อย่างที่เกริ่นกันเอาไว้ตั้งแต่ต้นว่า ผู้ซื้อประกันหลายคนที่ต้องผิดหวังอย่างแรง เวลาที่ต้องเรียกใช้บริการหลังจากที่ประสบเหตุ รอเป็นวัน โทรไปเรียกกว่าจะมาปา เข้าไปสามชั่วโมง มาถึงบางครั้งก็เหมือนกับอยู่ฝ่ายตรงข้ามไปซะเฉยๆ ทำไมจะมายกให้เราผิดซะอยู่เรื่อย ไม่เท่านั้น เวลาที่เจรจาเรื่องค่าซ่อม ฝ่ายเจ้าของรถก็ อยากจะซ่อมให้ดีที่สุด ในขณะที่ฝ่ายบริษัทก็อยากจะจ่ายให้ถูกที่สุด จนบางครั้ง เจ้าของรถต้องยอมที่จะจ่ายส่วนต่างเอง เพื่อให้จบเรื่องไป แล้วสาปส่งไม่ขอ ข้องเกี่ยวกับบริษัทประกันที่ว่านั้นอีก ถึงแม้ว่าจะมีข้อเสนอให้ส่วนลดในการซื้อประกัน แต่ก็คงไม่สามารถซื้อใจเจ้าของรถผู้นั้นได้อีกต่อไป &lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p class="style2"&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;     เพราะฉะนั้นหากจะเลือกซื้อประกันกับบริษัทใด ขอให้ดูและหาข้อมูลเรื่องการให้ บริการของบริษัทนั้นให้ละเอียด ถามผู้ที่เคยทำประกันกับบริษัทนั้นมาก่อนก็ได้ หรืออาจจะลองตรวจสอบดูเครื่องหมายรับประกัน คุณภาพ ISO ก็อาจจะช่วยให้ เชื่อใจได้บ้างเช่นกัน&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p&gt;&lt;span class="style2"&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;b&gt;ฐานะทางการเงินของบริษัท&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p class="style2"&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;     การพิจารณาที่มีความสำคัญค่อนข้างมากก็คือ ฐานะทางการเงินของบริษัท เพราะบริษัทประกันนั้นไม่ต่างไปจากสถาบันการเงิน ซึ่งหากมีฐานะทางการเงินที่ไม่มั่นคง ก็อาจจะเกิดเหตุบริษัทประกันล่ม เหมือนอย่างที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วกับบริษัทประกันดังๆ หลายบริษัทในอดีตที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นถ้าเป็นไปได้ควรจะพิจารณาถึงเรื่องนี้ให้ดีก่อนที่จะตัดสินใจ &lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p class="style2"&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;     แต่อุปสรรคอย่างหนึ่งสำหรับการตรวจสอบในเรื่องนี้ก็เห็นจะเป็นข้อมูลที่อาจ จะไม่สามารถหาดูได้ง่ายนัก ถึงแม้ว่าบริษัทรับประกันวินาศภัยในไทยที่มีอยู่ทั้งหมด 72 บริษัท แต่มีเพียง 6 บริษัทเท่านั้นที่ครองมาร์เก็ตแชร์เป็นส่วนใหญ่ และทั้ง 6 บริษัทก็ไม่ได้จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ทั้งหมด เพราะฉะนั้นการตรวจ สอบจึงค่อนข้างยาก แต่อย่างน้อยที่สุดให้ลองดูว่าบริษัทที่สนใจมีทุนจดทะเบียน มากน้อยกว่ากันแค่ไหน&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p&gt;&lt;span class="style2"&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;b&gt;การเคลมประกัน&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p class="style2"&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;“ซื้อประกัน แต่ไม่หวังอยากเคลมประกัน”&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p class="style2"&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;      อย่ายอมประนีประนอมระหว่างความสะดวก รวดเร็ว กับคุณภาพ ที่อาจจะถูกตัดทอนออกไป โดยที่คุณมองไม่เห็น หลายครั้งเมื่อเกิดเหตุ บริษัทประกันมักจะมีอู่ซ่อมในเครือที่เจ้าของรถสามารถนำรถเข้าไปให้ซ่อมได้ เลย โดยไม่ต้องเสีย ค่าใช้จ่าย แต่อย่างไรก็ตาม ขอให้ท่านได้ลองตรวจสอบดูอู่ที่ว่านั้นให้ดีก่อนว่า ไว้เนื้อเชื่อใจได้หรือเปล่า มิเช่นนั้น อาจจะต้องเสียใจในภายหลังได้ โดยเฉพาะท่านที่มีรถราคาแพง ซึ่งอาจจะโดนหลอกเอาอะไหล่ปลอมใส่เข้ามาโดยที่คุณเอง ก็ไม่รู้ จนกระทั่งเจ้าอะไหล่ตัวนั้นเกิดเหตุทำพิษขึ้นในตอนหลังถึงแม้ว่าเราจะตั้งอก ตั้งใจเลือกบริษัทประกัน จนได้บริษัทที่เราคิดว่าดีที่สุดแล้ว ข้อแนะนำเวลาเกิดเหตุที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขอให้คุณจดรายละเอียดข้อมูลทั้ง หมดเอาไว้ให้ได้มากที่สุด ทั้งทะเบียนรถ ชื่อของฝ่ายคู่กรณี หมายเลขใบขับขี่ พยานผู้รู้เห็น หากมีหรือจะถ่ายภาพเอาไว้ก็ยิ่งดี ถ้าหากคุณมีกล้องติดตัวไปด้วย แต่ที่สำคัญที่สุด ที่เราๆ ท่านๆ ควรจะมีพกติดตัวและใช้มันอยู่ตลอดเวลา ก็คือ ความไม่ประมาทในการขับรถ&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5307417485713759266-912071337443382009?l=raisaramak.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://raisaramak.blogspot.com/feeds/912071337443382009/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://raisaramak.blogspot.com/2009/11/blog-post_1186.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5307417485713759266/posts/default/912071337443382009'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5307417485713759266/posts/default/912071337443382009'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://raisaramak.blogspot.com/2009/11/blog-post_1186.html' title='เทคนิคการซื้อประกันภัยรถยนต์'/><author><name>mixer</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17096518705531486329</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://4.bp.blogspot.com/_tshc1bf64uk/SmxUN5b2ZII/AAAAAAAAAAU/w4Eufop1EXA/S220/Picture+186_1.JPG'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5307417485713759266.post-1015550852557905175</id><published>2009-11-28T20:10:00.000-08:00</published><updated>2009-11-28T20:19:40.373-08:00</updated><title type='text'>เมื่อผู้ประกันตนเป็นผู้ประสบภัยจากรถ จะเบิกได้ทั้งจากประกันสังคมและประกันภัยหรือไม่่</title><content type='html'>&lt;span class="style17"&gt; &lt;a href="http://www.wowinsure.com/"&gt;&lt;strong&gt; พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533&lt;/strong&gt; &lt;/a&gt;เป็น กฎหมายที่มีวัตถุประสงค์ ให้ความคุ้มครอง แก่ลูกจ้างของสถานประกอบการ ซึ่งประสบอันตราย เจ็บป่วย ทุพพลภาพ หรือตาย อันมิใช่เนื่องจากการทำงาน และในกรณีอื่น ๆ ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ ในกรณีผู้ประกันตน จะต้องเข้ารับการรักษาพยาบาล ในโรงพยาบาล จะต้องเข้ารับการรักษาพยาบาล ในโรงพยาบาล ตามที่ระบุไว้ ในบัตรรับรองสิทธิ หรือเครือข่ายของโรงพยาบาลนั้น ในกรณีนี้ ผู้ประกันตน ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ในการรักษาพยาบาล แต่ถ้าเป็นกรณีฉุกเฉิน ผู้ประกันตน อาจเข้ารับการรักษาพยาบาล ในโรงพยาบาลอื่น อันมิใช่โรงพยาบาล ที่ระบุไว้ในบัตรรับรองสิทธิ ได้ไม่เกิน 72 ชั่วโมง แต่ผู้ประกันตน ต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลไปก่อน แล้วนำใบเสร็จ มาเบิกคืนจาก สำนักงานประกันสังคมภายหลัง ตามสิทธิที่ได้รับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;       ส่วน&lt;a href="http://www.wowinsure.com/"&gt;&lt;strong&gt;พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535&lt;/strong&gt; &lt;/a&gt;เป็น กฎหมายที่มีวัตถุประสงค์ ให้ความคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถทุกคน ซึ่งได้รับอันตรายแก่ชีวิต ร่างกาย หรืออนามัย เนื่องจากรถที่ใช้ หรืออยู่ในทาง หรือเนื่องจากสิ่งที่บรรทุก หรือติดตั้งในรถนั้น โดยความเสียหายที่เกิดแก่ชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยนั้น ต้องเป็นความเสียหาย ที่เกิดจากรถ เช่น รถชน หรือรถพลิกคว่ำ เป็นต้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;       ปัญหาที่จะต้องพิจารณาก็คือ ถ้าผู้ประกันตน ตกเป็นผู้ประสบภัยจากรถ จะเรียกร้องได้ทั้งจาก พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 และจาก&lt;a href="http://www.wowinsure.com/"&gt;&lt;strong&gt;บริษัทประกันภัย&lt;/strong&gt;&lt;/a&gt;หรือ ไม่ ถ้าผู้ประกันตน ได้รับอันตรายจากรถ ที่ปฏิบัติกันอยู่เป็นปกติในเวลานี้ก็คือ โรงพยาบาลจะให้ผู้ประกันตน ใช้สิทธิจากพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 ก่อน เพื่อโรงพยาบาล จะได้ไม่ต้องควักกระเป๋าของโรงพยาบาล เพราะโรงพยาบาล ได้รับเงินมาจำนวนหนึ่ง เป็นการเหมาจากสำนักงานประกันสังคม ขาดทุนกำไรเป็นเรื่องของโรงพยาบาลเอง เท่ากับว่าโรงพยาบาล เป็นบริษัทประกันภัยบริษัทหนึ่ง ถ้าผู้ประกันตน ใช้สิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 ได้ครบถ้วนแล้ว ก็จบกันไป เพราะถือว่า ได้รับค่าสินไหมทดแทนครบถ้วนแล้ว จะมาเรียกร้องตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 อีกไม่ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;       เมื่อมีผู้ประสบภัยจากรถ มาเข้ารับการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาล โรงพยาบาลทั้งหลาย ต่างก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ผู้ประสบภัย ต้องใช้สิทธิจากพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 ก่อน ถ้าไม่พอ จึงจะเบิกจากพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 ได้ ซึ่งก็มีความหมายอยู่ในตัวว่า จะเบิกทั้งสองทางไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่ไม่มีกฎหมายเขียนไว้ตรงไหนเลยว่า ผู้ประกันตน จะต้องเบิกจาก&lt;strong&gt;&lt;a href="http://www.wowinsure.com/"&gt;พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535&lt;/a&gt;&lt;/strong&gt; ก่อน เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า นายธนวัฒน์ เป็นลูกจ้างของบริษัท วิงเกิ้ล จำกัด และเป็นผู้ประกันตน โดยให้โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท เป็นสถานพยาบาล ที่ให้บริการทางการแพทย์ ต่อมาเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2537 นายธนวัฒน์ ได้ขับรถยนต์ประสบอุบัติเหตุ ชนกับรถจักรยานยนต์ เป็นผลทำให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส และหมดสติ มีผู้นำส่งโรงพยาบาลแพทย์รังสิต นายธนวัฒน์ เสียค่าบริการทางการแพทย์ ไปเป็นเงิน 7,905 บาท หลังจากนั้น น้องภริยาของนายธนวัฒน์ ได้นำนายธนวัฒน์ ไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลสมิติเวช เสียค่ารักษาพยาบาลทางการแพทย์ไปอีก 138,420 บาท รวมสองแห่งเป็นเงินทั้งสิ้น 146,325 บาท นายธนวัฒน์ ได้ใช้สิทธิของภริยา ซึ่งรับราชการเบิกค่ารักษาพยาบาล จากทางราชการเป็นเงินทั้งสิ้น 23,643 บาท และได้เบิกเงินค่ารักษาพยาบาล จากบริษัทประกันภัย ที่รับประกันภัยรถ ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 อีกจำนวน 10,000 บาท&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;       หลังจากนั้น นายธนวัฒน์ ได้ยื่นคำร้องขอรับเงินผลประโยชน์ทดแทน กรณีเจ็บป่วย จากสำนักงานประกันสังคม แต่สำนักงานประกันสังคม วินิจฉัยว่า นายธนวัฒน์ ไม่มีสิทธิได้รับจาก&lt;a href="http://www.wowinsure.com/"&gt;&lt;strong&gt;พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533&lt;/strong&gt; &lt;/a&gt;ใน ส่วนที่เกี่ยวกับค่ารักษาพยาบาล ที่โรงพยาบาลรังสิต จำนวน 7,905 บาท เพราะนายธนวัฒน์ ได้เบิกจากบริษัทประกันภัย ที่รับประกันภัยรถตาม &lt;a href="http://www.wowinsure.com/"&gt;&lt;strong&gt;พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 แล้ว&lt;/strong&gt; &lt;/a&gt;จำนวน 10,000 บาท เพราะเป็นการซ้ำซ้อน ถือเป็นการค้ากำไร จากการประกันสังคม ส่วนค่ารักษาพยาบาล ที่โรงพยาบาลสมิติเวช มิใช่โรงพยาบาลที่กำหนด จึงไม่มีสิทธิได้รับค่าบริการทางการแพทย์ในส่วนนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;       นายธนวัฒน์ ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการอุทธรณ์ คณะกรรมการอุทธรณ์ วินิจฉัยว่า อาการบาดเจ็บของนายธนวัฒน์ ที่เกิดจากอุบัติเหตุ และถูกนำส่งโรงพยาบาลแพทย์รังสิต ซึ่งอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ มีสิทธิได้รับเงินทดแทนค่าบริการทางการแพทย์ แต่เนื่องจาก นายธนวัฒน์ ได้รับเงินทดแทนค่ารักษาพยาบาล ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 จำนวน 10,000 บาทแล้ว จึงไม่มีสิทธิได้รับเงินค่ารักษาพยาบาลในส่วนนี้อีก ส่วนการรักษาพยาบาลต่อมา ที่โรงพยาบาลสมิติเวช นายธนวัฒน์ มิได้ปฏิบัติตามระเบียบของสำนักงานประกันสังคม จึงไม่มีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทน ค่าบริการทางการแพทย์ (คำวินิจฉัยที่ 271/2538)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;       นายธนวัฒน์ จึงฟ้องสำนักงานประกันสังคม เป็นจำเลยต่อศาล สำนักงานประกันสังคม ให้การต่อสู้ว่า กรณีที่นายธนวัฒน์ เข้ารับการรักษาพยาบาล ที่โรงพยาบาลแพทย์รังสิต เพราะประสบอุบัติเหตุ ถือว่าเป็นกรณีฉุกเฉิน ที่ไม่สามารถไปรับการรักษาพยาบาล ที่โรงพยาบาลกล้วยน้ำไทได้ นายธนวัฒน์ จึงมีสิทธิได้รับเงินค่าบริการทางการแพทย์ จำนวน 7,905 บาท จากสำนักงานประกันสังคม ซึ่งเป็นการให้การสงเคราะห์แก่ลูกจ้าง เมื่อประสบอันตราย หรือเจ็บป่วย อันมิใช่เนื่องจากการทำงาน เป็นการให้ความคุ้มครองด้านสวัสดิการแก่ลูกจ้าง เมื่อได้รับความเดือดร้อนเจ็บป่วย ตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 แต่เมื่อนายธนวัฒน์ ได้รับสิทธิประโยชน์จากบริษัทผู้รับประกันภัยรถ ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 เป็นเงิน 10,000 บาท ซึ่งคุ้มกับจำนวนเงินที่นายธนวัฒน์ ได้เสียค่าบริการทางการแพทย์ ให้แก่โรงพยาบาลแพทย์รังสิตแล้ว นายธนวัฒน์ จึงไม่มีสิทธิเรียกจาก สำนักงานประกันสังคมอีก ส่วนค่ารักษาพยาบาล ที่โรงพยาบาลสมิติเวช มิใช่สถานพยาบาล ที่สำนักงานประกันสังคมกำหนด แต่เป็นความประสงค์ของนายธนวัฒน์เอง โดยยังอยู่ในวิสัยที่นายธนวัฒน์ จะมารักษาพยาบาล ที่โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท อันเป็นโรงพยาบาลที่กำหนด ให้นายธนวัฒน์เข้ารักษา แต่นายธนวัฒน์ ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข จึงไม่มีสิทธิได้รับค่าบริการทางการแพทย์ในส่วนนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;       ศาลแรงงานกลางพิจารณา แล้วพิพากษาให้เพิกถอนคำวินิจฉัยของกองประโยชน์ทดแทน และคำวินิจฉัยของคณะกรรมการอุทธรณ์ เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับค่ารักษาพยาบาล ที่โรงพยาบาลรังสิต จำนวน 7,905 บาท สำนักงานประกันสังคม อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงาน วินิจฉัยว่า คดีคงมีปัญหาตามอุทธรณ์ ของสำนักงานประกันสังคม เฉพาะที่เกี่ยวกับค่ารักษาพยาบาล ที่โรงพยาบาลแพทย์รังสิต จำนวน 7,905 บาท ว่า เมื่อนายธนวัฒน์ ได้รับเงินทดแทนค่ารักษาพยาบาล จำนวน 10,000 บาท จากบริษัทผู้รับประกันภัยรถ ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 แล้ว นายธนวัฒน์ จะมีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทนค่าบริการทางการแพทย์ จำนวน 7,905 บาท ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 อีกหรือไม่ ซึ่งสำนักงานประกันสังคมอุทธรณ์ว่า พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 มีเจตนารมณ์ ที่จะช่วยเหลือสงเคราะห์ลูกจ้าง และบุคคลอื่น ที่ประสบอันตราย เจ็บป่วย ทุพพลภาพ หรือตาย อันมิใช่เนื่องจากการทำงาน รวมทั้งการคลอดบุตร ชราภาพ และกรณีว่างงาน ซึ่งให้หลักประกัน เฉพาะลูกจ้างอันเป็นการช่วยเหลือ โดยไม่มีวัตถุประสงค์ ให้ลูกจ้างมาค้ากำไรจากการประกันสังคมนี้ ฉะนั้น จึงเบิกซ้ำซ้อนไม่ได้ เมื่อเงินในส่วนที่ลูกจ้างได้จ่ายไป เบิกได้จากบริษัทประกันภัย ที่ได้รับประกันภัยรถแล้ว หากให้สิทธิแก่ลูกจ้าง มาเบิกจากสำนักงานประกันสังคมได้อีก ก็เท่ากับลูกจ้าง เบิกได้ซ้ำซ้อนสองทาง จากอุบัติเหตุเดียวกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;       กรณีจะเทียบเคียงกับพระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ. 2537 ไม่ได้ ต้องใช้หลักกฎหมายทั่วไป ในเรื่องประกันวินาศภัย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 870, 871, 872, 873, 874 และมาตรา 877&lt;br /&gt;ประกอบด้วยมาตรา 4 มาบังคับเห็นว่า สิทธิของนายธนวัฒน์ ที่ได้รับเงินทดแทน ค่ารักษาพยาบาล จากบริษัทประกันภัย เป็นสิทธิตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 ที่บังคับให้เจ้าของรถ ซึ่งใช้รถ หรือมีรถไว้ เพื่อใช้ ต้องจัดให้มีการประกันความเสียหาย สำหรับผู้ประสบภัย โดยประกันภัย กับบริษัทประกันภัย และต้องเสียเบี้ยประกันภัย ส่วนสิทธิของนายธนวัฒน์ที่จะได้รับเงินทดแทน ค่าบริการทางการแพทย์ จากสำนักงานประกันสังคม เป็นสิทธิตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 ซึ่งบังคับให้ลูกจ้าง ต้องเป็นผู้ประกันตน และส่งเงินเข้ากองทุนสมทบ เมื่อเป็นสิทธิของผู้ประกันตน ตามกฎหมายแต่ละฉบับ โดยนายธนวัฒน์ต้องเสียเบี้ยประกันภัย และส่งเงินเข้ากองทุนสมทบแล้วแต่กรณี ตามที่กฎหมายแต่ละฉบับดังกล่าว กำหนดไว้ ซึ่งต้องชำระทั้งสองทาง และเมื่อพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 ไม่มีบทบัญญัติตัดสิทธิ มิให้ผู้ที่ได้รับเงินทดแทนตามกฎหมายอื่น แล้วมารับเงินทดแทนอีก สำนักงานประกันสังคม จึงจะยกเอาเหตุที่นายธนวัฒน์ ได้รับเงินทดแทนค่ารักษาพยาบาล จากบริษัทประกันภัยแล้ว มาเป็นข้ออ้าง เพื่อไม่จ่ายเงินทดแทน แก่นายธนวัฒน์หาได้ไม่ พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 เป็นกฎหมายพิเศษ ที่บัญญัติขึ้น เพื่อให้การสงเคราะห์แก่ลูกจ้าง หรือบุคคลอื่น ซึ่งประสบอันตราย เจ็บป่วย ทุพพลภาพ หรือตาย อันมิใช่เนื่องจากการทำงานรวมทั้งกรณีอื่นอีก จึงจะนำหลักกฎหมายทั่วไป ในเรื่องประกันวินาศภัย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาใช้บังคับแก่กรณีนี้ไม่ได้ นายธนวัฒน์ มีสิทธิได้รับเงินทดแทนค่าบริการทางการแพทย์ จำนวน 7,905 บาท จากสำนักงานประกันสังคม ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษานั้นชอบแล้ว อุทธรณ์ของสำนักงานประกันสังคมฟังไม่ขึ้น (คำพิพากษาฎีกาที่ 2040/2539)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;       จากคำพิพากษาฎีกาที่กล่าวข้างต้น จึงสามารถถือเป็นบรรทัดฐานได้ว่า ถ้าผู้ประกันตน ตกเป็นผู้ประสบภัยจากรถ ย่อมจะสามารถเบิกได้ทั้งจากพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 และจากบริษัทประกันภัย ใน&lt;br /&gt;ทำนองเดียวกัน ผู้ประกันตน ต้องเข้ารับการรักษาพยาบาล ในโรงพยาบาล และผู้ประกันตน มีการทำประกันภัยสุขภาพ ไว้กับบริษัทประกันชีวิต หรือบริษัทประกันวินาศภัย ก็ย่อมจะเบิกทั้งจาก พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 และจากการประกันสุขภาพในขณะเดียวกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;       ปัญหามีอยู่ว่า ถ้าผู้ประกันตน ตกเป็นผู้ประสบภัยจากรถ ที่ฝ่าฝืน ไม่ได้จัดให้มีการประกันความเสียหาย สำหรับผู้ประสบภัย ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 นอกจากผู้ประกันตน จะเบิกตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 ได้แล้ว สำนักงานกองทุนทดแทนผู้ประสบภัย ของกรมการประกันภัย ยังจะต้องจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้น ให้กับผู้ประสบภัย ซึ่งเป็นผู้ประกันตนอีกหรือไม่ สมมุติว่านายกำปง ขับรถยนต์ของนายกำปั่น ซึ่งฝ่าฝืนไม่ได้จัดให้มีการประกันความเสียหาย ไปชนนายกำไรบนท้องถนน และนายกำปั่น ในฐานะเจ้าของรถ ไม่ยอมจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้น ให้กับนายกำไร นายกำไร จึงมายื่นคำร้องขอรับค่าเสียหายเบื้องต้น จากสำนักงานกองทุนทดแทนผู้ประสบภัย กรณีเช่นนี้ ไม่ต่างไปจากกรณีของนายธนวัฒน์แต่ประการใด ดังนั้น กองทุนทดแทนผู้ประสบภัย จึงต้องจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้น ให้กับนายกำไร แล้วไปใช้สิทธิไล่เบี้ยเอาจากนายกำปั่น ผู้เป็นเจ้าของรถ โดยอาศัยบทบัญญัติในมาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 &lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5307417485713759266-1015550852557905175?l=raisaramak.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://raisaramak.blogspot.com/feeds/1015550852557905175/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://raisaramak.blogspot.com/2009/11/blog-post_5792.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5307417485713759266/posts/default/1015550852557905175'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5307417485713759266/posts/default/1015550852557905175'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://raisaramak.blogspot.com/2009/11/blog-post_5792.html' title='เมื่อผู้ประกันตนเป็นผู้ประสบภัยจากรถ จะเบิกได้ทั้งจากประกันสังคมและประกันภัยหรือไม่่'/><author><name>mixer</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17096518705531486329</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://4.bp.blogspot.com/_tshc1bf64uk/SmxUN5b2ZII/AAAAAAAAAAU/w4Eufop1EXA/S220/Picture+186_1.JPG'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5307417485713759266.post-8357213329291548505</id><published>2009-11-28T20:08:00.000-08:00</published><updated>2009-11-28T20:09:37.118-08:00</updated><title type='text'>วิธีประหยัดเบี้ยประกันภัยรถยนต์</title><content type='html'>&lt;p class="MsoPlainText" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma;" lang="TH"&gt;&lt;span style=""&gt; &lt;/span&gt;หลาย ท่านซื้อประกันภัยรถยนต์ปีหนึ่งหลายหมื่นบาท หากมีหลายคันค่าใช้จ่ายยิ่งจะเพิ่มมากขึ้นเป็นเงาตามตัว ด้านล่างนี้เป็นวิธีการลดค่าใช้จ่ายของคุณในแต่ละปี ในการซื้อประกันภัยรถยนต์ในราคาประหยัด&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p class="MsoPlainText" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma;"&gt;&lt;o:p&gt; &lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p class="MsoPlainText" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="background: yellow none repeat scroll 0% 0%; -moz-background-clip: border; -moz-background-origin: padding; -moz-background-inline-policy: continuous; color: blue; font-family: Tahoma;"&gt;1.&lt;span lang="TH"&gt; &lt;span style=""&gt; &lt;/span&gt;ส่วนลดประวัติดี&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="color: blue; font-family: Tahoma;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;/p&gt; &lt;p class="MsoPlainText" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 18pt;"&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma;" lang="TH"&gt;ใน แต่ละปีที่ท่านทำประกันไว้ ถ้ารถยนต์ที่เอาประกันภัยของท่านไม่เคยมีเคลมเลยในปีที่ผ่านมา หรือมีเคลมแต่ไม่ได้เป็นฝ่ายผิด ท่านจะได้รับส่วนลดประวัติดี ตามลำดับขั้นในแต่ละปี สูงสุดถึง &lt;/span&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma;"&gt;50%&lt;span lang="TH"&gt; ของเบี้ยประกันภัยในปีที่ต่ออายุ ดังนี้&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p class="MsoPlainText" style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt;"&gt;&lt;span style="font-family: Symbol;"&gt;&lt;span style=""&gt;·&lt;span style="font-family: 'Times New Roman'; font-style: normal; font-variant: normal; font-weight: normal; font-size: 7pt; line-height: normal; font-size-adjust: none; font-stretch: normal;"&gt;         &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma;" lang="TH"&gt;ขั้นที่ &lt;/span&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma;"&gt;1&lt;span lang="TH"&gt; ขับรถดีในปีแรก รับส่วนลด &lt;/span&gt;20% &lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p class="MsoPlainText" style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt;"&gt;&lt;span style="font-family: Symbol;"&gt;&lt;span style=""&gt;·&lt;span style="font-family: 'Times New Roman'; font-style: normal; font-variant: normal; font-weight: normal; font-size: 7pt; line-height: normal; font-size-adjust: none; font-stretch: normal;"&gt;         &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma;" lang="TH"&gt;ขั้นที่ &lt;/span&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma;"&gt;2&lt;span lang="TH"&gt; ขับรถดี &lt;/span&gt;2&lt;span lang="TH"&gt; ปีติดต่อกัน รับส่วนลด &lt;/span&gt;30% &lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p class="MsoPlainText" style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt;"&gt;&lt;span style="font-family: Symbol;"&gt;&lt;span style=""&gt;·&lt;span style="font-family: 'Times New Roman'; font-style: normal; font-variant: normal; font-weight: normal; font-size: 7pt; line-height: normal; font-size-adjust: none; font-stretch: normal;"&gt;         &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma;" lang="TH"&gt;ขั้นที่ &lt;/span&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma;"&gt;3&lt;span lang="TH"&gt; ขับรถดี &lt;/span&gt;3&lt;span lang="TH"&gt; ปีติดต่อกัน รับส่วนลด &lt;/span&gt;40% &lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p class="MsoPlainText" style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt;"&gt;&lt;span style="font-family: Symbol;"&gt;&lt;span style=""&gt;·&lt;span style="font-family: 'Times New Roman'; font-style: normal; font-variant: normal; font-weight: normal; font-size: 7pt; line-height: normal; font-size-adjust: none; font-stretch: normal;"&gt;         &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma;" lang="TH"&gt;ขั้นที่ &lt;/span&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma;"&gt;4&lt;span lang="TH"&gt; ขับรถดีติดต่อกันตั้งแต่ &lt;/span&gt;4&lt;span lang="TH"&gt; ปีขึ้นไป รับส่วนลด &lt;/span&gt;50% &lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p class="MsoPlainText" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"&gt;&lt;span style="color: blue; font-family: Tahoma;" lang="TH"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style=""&gt;      &lt;/span&gt;หมายเหตุ &lt;/span&gt;&lt;span style="color: blue; font-family: Tahoma;"&gt;: &lt;span lang="TH"&gt;หาก ท่านเป็นฝ่ายผิด ส่วนลดประวัติดีจะลดลงทีละขั้น เช่นหากท่านมีประวัติดี 40 เปอร์เซ็นต์ และเป็นฝ่ายผิด 1 ครั้ง ส่วนลดก็จะลดลงเหลือ 30 เปอร์เซ็นต์ บางคนอาจจะเข้าใจว่าหากเป็นฝ่ายผิดเพียงครั้งเดียว ประวัติดีจะหมายหมด ซึ่งเป็นความคิดที่ผิด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p class="MsoPlainText" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="background: yellow none repeat scroll 0% 0%; -moz-background-clip: border; -moz-background-origin: padding; -moz-background-inline-policy: continuous; color: blue; font-family: Tahoma;"&gt;2.&lt;span lang="TH"&gt;ระบุชื่อผู้ขับขี่&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="color: blue; font-family: Tahoma;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;/p&gt; &lt;p class="MsoPlainText" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma;" lang="TH"&gt;&lt;span style=""&gt;     &lt;/span&gt;การประกันภัยรถยนต์ แบบระบุชื่อผู้ขับขี่ สำหรับรถยนต์นั่ง รถยนต์โดยสาร ที่ใช้ส่วนบุคคล สามารถเลือกระบุชื่อผู้ขับขี่ได้ไม่เกิน &lt;/span&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma;"&gt;2&lt;span lang="TH"&gt; คน โดยจะได้รับส่วนลดเบี้ยประกันภัยตามช่วงอายุของผู้ขับขี่ ตั้งแต่ &lt;/span&gt;5 - 20%&lt;span lang="TH"&gt; ดังนี้ &lt;/span&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p&gt; &lt;table class="MsoTableGrid" style="border: medium none ; border-collapse: collapse;" border="1" cellpadding="0" cellspacing="0"&gt; &lt;tbody&gt; &lt;tr style=""&gt; &lt;td style="border: 1pt solid windowtext; padding: 0cm 5.4pt; width: 80.6pt; background-color: transparent;" width="107" valign="top"&gt; &lt;p class="MsoPlainText" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: center;" align="center"&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color: red; font-family: Tahoma;" lang="TH"&gt;ช่วงอายุ&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="color: red; font-family: Tahoma;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;/td&gt; &lt;td style="border-style: solid solid solid none; border-color: windowtext windowtext windowtext rgb(212, 208, 200); border-width: 1pt 1pt 1pt medium; padding: 0cm 5.4pt; width: 72pt; background-color: transparent;" width="96" valign="top"&gt; &lt;p class="MsoPlainText" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: center;" align="center"&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="color: red; font-family: Tahoma;" lang="TH"&gt;ส่วนลดเบี้ย&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="color: red; font-family: Tahoma;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt; &lt;tr style=""&gt; &lt;td style="border-style: none solid solid; border-color: rgb(212, 208, 200) windowtext windowtext; border-width: medium 1pt 1pt; padding: 0cm 5.4pt; width: 80.6pt; background-color: transparent;" width="107" valign="top"&gt; &lt;p class="MsoPlainText" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: center;" align="center"&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma;" lang="TH"&gt;18 / 24 ปี&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;/td&gt; &lt;td style="border-style: none solid solid none; border-color: rgb(212, 208, 200) windowtext windowtext rgb(212, 208, 200); border-width: medium 1pt 1pt medium; padding: 0cm 5.4pt; width: 72pt; background-color: transparent;" width="96" valign="top"&gt; &lt;p class="MsoPlainText" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: center;" align="center"&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma;" lang="TH"&gt;5&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma;"&gt;%&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt; &lt;tr style=""&gt; &lt;td style="border-style: none solid solid; border-color: rgb(212, 208, 200) windowtext windowtext; border-width: medium 1pt 1pt; padding: 0cm 5.4pt; width: 80.6pt; background-color: transparent;" width="107" valign="top"&gt; &lt;p class="MsoPlainText" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: center;" align="center"&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma;" lang="TH"&gt;25 &lt;/span&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma;"&gt;–&lt;span lang="TH"&gt; 35 ปี&lt;/span&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;/td&gt; &lt;td style="border-style: none solid solid none; border-color: rgb(212, 208, 200) windowtext windowtext rgb(212, 208, 200); border-width: medium 1pt 1pt medium; padding: 0cm 5.4pt; width: 72pt; background-color: transparent;" width="96" valign="top"&gt; &lt;p class="MsoPlainText" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: center;" align="center"&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma;"&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;10%&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt; &lt;tr style="height: 3.5pt;"&gt; &lt;td style="border-style: none solid solid; border-color: rgb(212, 208, 200) windowtext windowtext; border-width: medium 1pt 1pt; padding: 0cm 5.4pt; width: 80.6pt; height: 3.5pt; background-color: transparent;" width="107" valign="top"&gt; &lt;p class="MsoPlainText" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: center;" align="center"&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma;" lang="TH"&gt;36 &lt;/span&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma;"&gt;–&lt;span lang="TH"&gt; 50 ปี&lt;/span&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;/td&gt; &lt;td style="border-style: none solid solid none; border-color: rgb(212, 208, 200) windowtext windowtext rgb(212, 208, 200); border-width: medium 1pt 1pt medium; padding: 0cm 5.4pt; width: 72pt; height: 3.5pt; background-color: transparent;" width="96" valign="top"&gt; &lt;p class="MsoPlainText" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: center;" align="center"&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma;"&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;15%&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt; &lt;tr style=""&gt; &lt;td style="border-style: none solid solid; border-color: rgb(212, 208, 200) windowtext windowtext; border-width: medium 1pt 1pt; padding: 0cm 5.4pt; width: 80.6pt; background-color: transparent;" width="107" valign="top"&gt; &lt;p class="MsoPlainText" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: center;" align="center"&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma;" lang="TH"&gt;50 ปีขึ้นไป&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;/td&gt; &lt;td style="border-style: none solid solid none; border-color: rgb(212, 208, 200) windowtext windowtext rgb(212, 208, 200); border-width: medium 1pt 1pt medium; padding: 0cm 5.4pt; width: 72pt; background-color: transparent;" width="96" valign="top"&gt; &lt;p class="MsoPlainText" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: center;" align="center"&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma;"&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;20%&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;/tbody&gt;&lt;/table&gt;&lt;/p&gt; &lt;p class="MsoPlainText" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p class="MsoPlainText" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="background: yellow none repeat scroll 0% 0%; -moz-background-clip: border; -moz-background-origin: padding; -moz-background-inline-policy: continuous; color: blue; font-family: Tahoma;"&gt;3.&lt;span lang="TH"&gt;&lt;span style=""&gt;  &lt;/span&gt;ความเสียหายส่วนแรก (&lt;/span&gt;Deductible)&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="color: blue; font-family: Tahoma;"&gt; &lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;/p&gt; &lt;p class="MsoPlainText" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma;" lang="TH"&gt;&lt;span style=""&gt;     &lt;/span&gt;การทำประกันภัยรถยนต์แบบมี &lt;/span&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma;"&gt;Deductible &lt;span lang="TH"&gt;เป็น วิธีการที่ท่านเลือกรับความเสี่ยงภัยไว้เองบางส่วน ในกรณีที่เกิดความเสียหายจากอุบัติเหตุในละครั้ง ซึ่งจะทำให้สามารถประหยัดค่าเบี้ยประกันภัยได้ส่วนหนึ่ง เช่น หากคุณซื้อค่าเสียหายส่วนแรกเพิ่มเป็นจำนวนเงิน &lt;span style=""&gt; &lt;/span&gt;2,000 บาท เป็นต้น คุณก็จะได้ลดเบี้ยประกันจากยอดเดิม อาจจะ 4,000 &lt;/span&gt;–&lt;span lang="TH"&gt; 5,000 บาท แล้วแต่บริษัท แต่หากมีอุบัติเหตุ และคุณเป็นฝ่ายผิดคุณก็ต้องเสียเงินจำนวน 2,000 บาท/ครั้ง เพราะว่าว่าเงินตรงนี้เป็นการร่วมรับผิดกับบริษัทประกันฯ นั่นเอง&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p class="MsoPlainText" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma;"&gt;&lt;o:p&gt; &lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p class="MsoPlainText" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="background: yellow none repeat scroll 0% 0%; -moz-background-clip: border; -moz-background-origin: padding; -moz-background-inline-policy: continuous; color: blue; font-family: Tahoma;"&gt;4.&lt;span lang="TH"&gt;ส่วนลดกลุ่ม&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style=""&gt;     &lt;/span&gt;&lt;span lang="TH"&gt;หากท่านมีรถยนต์ตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป ที่จดทะเบียนชื่อเดียวกัน จะได้รับส่วนกลุ่ม&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p class="MsoPlainText" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma;"&gt;&lt;o:p&gt; &lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p class="MsoPlainText" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="background: yellow none repeat scroll 0% 0%; -moz-background-clip: border; -moz-background-origin: padding; -moz-background-inline-policy: continuous; color: blue; font-family: Tahoma;"&gt;5. &lt;span lang="TH"&gt;สมัครตัวแทนเพื่อใช้เอง&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="color: blue; font-family: Tahoma;" lang="TH"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma;" lang="TH"&gt;&lt;span style=""&gt;     &lt;/span&gt;วิธี การสุดท้ายที่จะทำให้คุณซื้อประกันภัยได้ในราคาประหยัด นั่นก็คือการสมัครตัวแทน เพื่อซื้อในราคาทุน การสมัครตัวแทนมีอยู่หลายบริษัท เงื่อนไข และรายละเอียดก็จะแตกต่างกัน และบริษัทไอบีเอสซี โบรคเกอร์ก็เป็นอีกบริษัทหนึ่งที่รับสมัครตัวแทน เพื่อขายประกัน หรือว่าเอาไว้ซื้อประกันใช้เอง เงื่อนไขก็ไม่ยาก ใช้แค่สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน และค่าสมัครเพียง 200 บาทแค่นั้นเอง ง่ายๆ แค่นี้แต่อาจจะประหยัดค่าเบี้ยปีละ 2,000 &lt;/span&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma;"&gt;–&lt;span lang="TH"&gt; 5,000 บาทเลยก็ได้ แถมบริษัทมีบริการเงินผ่อนด้วย&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5307417485713759266-8357213329291548505?l=raisaramak.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://raisaramak.blogspot.com/feeds/8357213329291548505/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://raisaramak.blogspot.com/2009/11/blog-post_6073.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5307417485713759266/posts/default/8357213329291548505'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5307417485713759266/posts/default/8357213329291548505'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://raisaramak.blogspot.com/2009/11/blog-post_6073.html' title='วิธีประหยัดเบี้ยประกันภัยรถยนต์'/><author><name>mixer</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17096518705531486329</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://4.bp.blogspot.com/_tshc1bf64uk/SmxUN5b2ZII/AAAAAAAAAAU/w4Eufop1EXA/S220/Picture+186_1.JPG'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5307417485713759266.post-7083486787553024338</id><published>2009-11-28T20:05:00.000-08:00</published><updated>2009-11-28T20:06:17.714-08:00</updated><title type='text'>ค่าเสียหายส่วนแรกคืออะไร</title><content type='html'>&lt;div&gt; &lt;strong&gt;ความเสียหายส่วนแรก&lt;/strong&gt; หมายถึงจำนวนเงินค่าความเสียหายในแต่ละครั้งที่ผู้เอาประกันภัยตกลงรับ ผิดชอบเองในกรณีที่เกิดความเสียหายขึ้นจากอุบัติเหตุจากรถ ค่าเสียหายส่วนแรกแบ่งได้ 2 ประเภท ดังนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;span style="color:#3333ff;"&gt;&lt;strong&gt;1. ความเสียหายส่วนแรกโดยสมัครใจ&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;      สำหรับเจ้าของรถที่มีความเชื่อมั่นในตนเอง และมีความระมัดระวังในการขับรถอาจเลือกรับผิดชอบความเสียหายส่วนแรกเอง ซึ่งสามารถเลือกได้ 2 ประเภทความคุ้มครอง คือ คุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถยนต์ (รถเราเอง) และคุ้มครองความเสียหายต่อทรัพย์สินบุคคลภายนอก (รถหรือทรัพย์ สินของบุคคลภายนอก) โดยบริษัทประกันภัยจะลดเบี้ยประกันภัยให้เป็นจำนวนเงินตามเงื่อนไขในสัญญา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;     ความเสียหายโดยสมัครใจนี้ เช่น ประกันภัยรถยนต์ 3 พลัส หรือประกันภัยรถยนต์ 2 พลัส ถือเป็นตัวอย่างของความเสียหายส่วนแรกโดยสมัครใจ เพราะกรมธรรมธ์ทั้ง 2 ประเภทนี้หากผู้เอาประกันเป็นฝ่ายผิดจะต้องรับผิดชอบเองส่วนหนึ่ง ปกติแล้วคือ 2,000 บาท&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#3333ff;"&gt;2. ความเสียหายส่วนแรกในกรณีผิดสัญญา&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;      เป็นความเสียหายที่ไม่ได้เป็นไปตามสัญญากรมธรรมธ์ กล่าวคือกรมธรรม์ระบุอีกแบบหนึ่ง แต่ในความเป็นจริงเป็นอีกแบบหนึ่ง กรณีเช่นนี้บริษัทประกันยังคงรับผิดในความเสียหาย แต่อาจจะเรียกเก็บเบี้ยเพิ่มกับผู้เอาประกัน เบี้ยเพิ่มส่วนนี้อาจเรียกได้ว่าค่าเสียหายส่วนแรก หรือค่าธรรมเนียมกรณีผิดเงื่อนไขการรับประกัน ซึ่งมีดังนี้&lt;br /&gt;&lt;/div&gt; &lt;div&gt;&lt;span style="background-color: rgb(255, 255, 255);"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#3333ff;"&gt;    2.1 กรณีกรมธรรม์แบบระบุชื่อ&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;     โดยปกติเราสามารถระบุผู้ขับขี่ได้ 2 คนเผื่อทำให้เบี้ยถูกลง แต่ตอนเกิดอุบัติเหตุ ปรากฎว่ามีบุคคลอื่นขับขี่ ไม่ใช่ 2 คนที่ระบุไว้ในกรมธรรมธ์แถมเป็นฝ่ายผิดด้วย หากเกิดกรณีนี้ผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายส่วนแรกต่อความ เสียหายดังนี้ &lt;/div&gt; &lt;ul&gt;&lt;li&gt;6,000 บาทแรก สำหรับความเสียหายต่อตัวรถยนต์คันเอาประกันภัย  &lt;/li&gt;&lt;li&gt;2,000 บาทแรก สำหรับความเสียหายต่อทรัพย์สินบุคคลภายนอก&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt; &lt;p&gt;   &lt;span style="background-color: rgb(51, 51, 255);"&gt;&lt;span style="background-color: rgb(255, 255, 255);" &gt;&lt;strong&gt;2.2 กรณีใช้รถผิดประเภท&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;     จะเกิดขึ้นในกรณีผู้ซื้อประกัน ซื้อประกันภัยรถยนต์ โดยระบุไว้ว่ารถยนตืดังกล่าวเป็นรถยนต์ส่วนบุคคล แต่ตอนเกิดอุบัติเหตุพบว่าเอารถไปรับจ้าง ซึ่งมีความเสี่ยงสูงกว่ารถยนต์ส่วนบุคคล กรณีเช่นนี้ หากบริษัทพิสูจน์ได้ว่ามีการใช้รถยนต์ผิดประเภท ผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดชอบเอง ดังนี้ 2,000 บาทแรก สำหรับความเสียหายต่อทรัพย์สินบุคคลภายนอก &lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5307417485713759266-7083486787553024338?l=raisaramak.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://raisaramak.blogspot.com/feeds/7083486787553024338/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://raisaramak.blogspot.com/2009/11/blog-post_5917.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5307417485713759266/posts/default/7083486787553024338'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5307417485713759266/posts/default/7083486787553024338'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://raisaramak.blogspot.com/2009/11/blog-post_5917.html' title='ค่าเสียหายส่วนแรกคืออะไร'/><author><name>mixer</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17096518705531486329</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://4.bp.blogspot.com/_tshc1bf64uk/SmxUN5b2ZII/AAAAAAAAAAU/w4Eufop1EXA/S220/Picture+186_1.JPG'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5307417485713759266.post-3305967721744438775</id><published>2009-11-28T20:04:00.001-08:00</published><updated>2009-11-28T20:04:47.700-08:00</updated><title type='text'>30 อันดับบริษัทประกัน รถยนต์ ตามเบี้ยประกัน รถยนต์ ปี 2549</title><content type='html'>&lt;table border="0" cellpadding="3" cellspacing="1" width="141"&gt;&lt;tbody&gt;&lt;tr&gt;&lt;td bgcolor="#ece9d8" width="9"&gt;&lt;div align="center"&gt; 1&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;                                                 &lt;td bgcolor="#d8d1af"&gt;&lt;div align="left"&gt;วิริยะประกันภัย&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;                                               &lt;/tr&gt;                                               &lt;tr&gt;                                                 &lt;td bgcolor="#ece9d8"&gt;&lt;div align="center"&gt;2&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;                                                 &lt;td bgcolor="#d8d1af"&gt;&lt;div align="left"&gt;กรุงเทพประกันภัย&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;                                               &lt;/tr&gt;                                               &lt;tr&gt;                                                 &lt;td bgcolor="#ece9d8"&gt;&lt;div align="center"&gt;3&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;                                                 &lt;td bgcolor="#d8d1af"&gt;&lt;div align="left"&gt;สินมั่นคงประกันภัย&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;                                               &lt;/tr&gt;                                               &lt;tr&gt;                                                 &lt;td bgcolor="#ece9d8"&gt;&lt;div align="center"&gt;4&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;                                                 &lt;td bgcolor="#d8d1af"&gt;&lt;div align="left"&gt;ประกันคุ้มภัย&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;                                               &lt;/tr&gt;                                               &lt;tr&gt;                                                 &lt;td bgcolor="#ece9d8"&gt;&lt;div align="center"&gt;5&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;                                                 &lt;td bgcolor="#d8d1af"&gt;&lt;div align="left"&gt;แอลเอ็มจี ประกันภัย&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;                                               &lt;/tr&gt;                                               &lt;tr&gt;                                                 &lt;td bgcolor="#ece9d8"&gt;&lt;div align="center"&gt;6&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;                                                 &lt;td bgcolor="#d8d1af"&gt;&lt;div align="left"&gt;ธนชาตประกันภัย&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;                                               &lt;/tr&gt;                                               &lt;tr&gt;                                                 &lt;td bgcolor="#ece9d8"&gt;&lt;div align="center"&gt;7&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;                                                 &lt;td bgcolor="#d8d1af"&gt;&lt;div align="left"&gt;ลิเบอร์ตี้ประกันภัย&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;                                               &lt;/tr&gt;                                               &lt;tr&gt;                                                 &lt;td bgcolor="#ece9d8"&gt;&lt;div align="center"&gt;8&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;                                                 &lt;td bgcolor="#d8d1af"&gt;&lt;div align="left"&gt;มิตรแท้ประกันภัย&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;                                               &lt;/tr&gt;                                               &lt;tr&gt;                                                 &lt;td bgcolor="#ece9d8"&gt;&lt;div align="center"&gt;9&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;                                                 &lt;td bgcolor="#d8d1af"&gt;&lt;div align="left"&gt;ทิพยประกันภัย&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;                                               &lt;/tr&gt;                                               &lt;tr&gt;                                                 &lt;td bgcolor="#ece9d8"&gt;&lt;div align="center"&gt;10&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;                                                 &lt;td bgcolor="#d8d1af"&gt;&lt;div align="left"&gt;เอ็ม เอส ไอ จี ประกันภัย&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;                                               &lt;/tr&gt;                                               &lt;tr&gt;                                                 &lt;td bgcolor="#ece9d8"&gt;&lt;div align="center"&gt;11&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;                                                 &lt;td bgcolor="#d8d1af"&gt;&lt;div align="left"&gt;เมืองไทยประกันภัย&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;                                               &lt;/tr&gt;                                               &lt;tr&gt;                                                 &lt;td bgcolor="#ece9d8"&gt;&lt;div align="center"&gt;12&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;                                                 &lt;td bgcolor="#d8d1af"&gt;&lt;div align="left"&gt;กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยฯ&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;                                               &lt;/tr&gt;                                               &lt;tr&gt;                                                 &lt;td bgcolor="#ece9d8"&gt;&lt;div align="center"&gt;13&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;                                                 &lt;td bgcolor="#d8d1af"&gt;&lt;div align="left"&gt;ไทยศรีประกันภัย&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;                                               &lt;/tr&gt;                                               &lt;tr&gt;                                                 &lt;td bgcolor="#ece9d8"&gt;&lt;div align="center"&gt;14&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;                                                 &lt;td bgcolor="#d8d1af"&gt;&lt;div align="left"&gt;อาคเนย์ประกันภัย&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;                                               &lt;/tr&gt;                                               &lt;tr&gt;                                                 &lt;td bgcolor="#ece9d8"&gt;&lt;div align="center"&gt;15&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;                                                 &lt;td bgcolor="#d8d1af"&gt;&lt;div align="left"&gt;ประกันภัยไทยวิวัฒน์ &lt;/div&gt;&lt;/td&gt;                                               &lt;/tr&gt;                                               &lt;tr&gt;                                                 &lt;td bgcolor="#ece9d8"&gt;&lt;div align="center"&gt;16&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;                                                 &lt;td bgcolor="#d8d1af"&gt;&lt;div align="left"&gt;เจ้าพระยาประกันภัย&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;                                               &lt;/tr&gt;                                               &lt;tr&gt;                                                 &lt;td bgcolor="#ece9d8"&gt;&lt;div align="center"&gt;17&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;                                                 &lt;td bgcolor="#d8d1af"&gt;&lt;div align="left"&gt;ไทยเศรษฐกิจประกันภัย&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;                                               &lt;/tr&gt;                                               &lt;tr&gt;                                                 &lt;td bgcolor="#ece9d8"&gt;&lt;div align="center"&gt;18&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;                                                 &lt;td bgcolor="#d8d1af"&gt;&lt;div align="left"&gt;นวกิจประกันภัย&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;                                               &lt;/tr&gt;                                               &lt;tr&gt;                                                 &lt;td bgcolor="#ece9d8"&gt;&lt;div align="center"&gt;19&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;                                                 &lt;td bgcolor="#d8d1af"&gt;&lt;div align="left"&gt;นำสินประกันภัย&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;                                               &lt;/tr&gt;                                               &lt;tr&gt;                                                 &lt;td bgcolor="#ece9d8"&gt;&lt;div align="center"&gt;20&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;                                                 &lt;td bgcolor="#d8d1af"&gt;&lt;div align="left"&gt;ประกันภัยศรีเมือง&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;                                               &lt;/tr&gt;                                               &lt;tr&gt;                                                 &lt;td bgcolor="#ece9d8"&gt;&lt;div align="center"&gt;21&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;                                                 &lt;td bgcolor="#d8d1af"&gt;&lt;div align="left"&gt;คูเนีย ประกันภัย&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;                                               &lt;/tr&gt;                                               &lt;tr&gt;                                                 &lt;td bgcolor="#ece9d8"&gt;&lt;div align="center"&gt;22&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;                                                 &lt;td bgcolor="#d8d1af"&gt;&lt;div align="left"&gt;สินทรัพย์ประกันภัย&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;                                               &lt;/tr&gt;                                               &lt;tr&gt;                                                 &lt;td bgcolor="#ece9d8"&gt;&lt;div align="center"&gt;23&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;                                                 &lt;td bgcolor="#d8d1af"&gt;&lt;div align="left"&gt;แอกซ่าประกันภัย&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;                                               &lt;/tr&gt;                                               &lt;tr&gt;                                                 &lt;td bgcolor="#ece9d8"&gt;&lt;div align="center"&gt;24&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;                                                 &lt;td bgcolor="#d8d1af"&gt;&lt;div align="left"&gt;ส่งเสริมประกันภัย&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;                                               &lt;/tr&gt;                                               &lt;tr&gt;                                                 &lt;td bgcolor="#ece9d8"&gt;&lt;div align="center"&gt;25&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;                                                 &lt;td bgcolor="#d8d1af"&gt;&lt;div align="left"&gt;สหมงคลประกันภัย&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;                                               &lt;/tr&gt;                                               &lt;tr&gt;                                                 &lt;td bgcolor="#ece9d8"&gt;&lt;div align="center"&gt;26&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;                                                 &lt;td bgcolor="#d8d1af"&gt;&lt;div align="left"&gt;ศรีอยุธยาประกันภัย&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;                                               &lt;/tr&gt;                                               &lt;tr&gt;                                                 &lt;td bgcolor="#ece9d8"&gt;&lt;div align="center"&gt;27&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;                                                 &lt;td bgcolor="#d8d1af"&gt;&lt;div align="left"&gt;เทเวศประกันภัย&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;                                               &lt;/tr&gt;                                               &lt;tr&gt;                                                 &lt;td bgcolor="#ece9d8"&gt;&lt;div align="center"&gt;28&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;                                                 &lt;td bgcolor="#d8d1af"&gt;&lt;div align="left"&gt;กมลประกันภัย&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;                                               &lt;/tr&gt;                                               &lt;tr&gt;                                                 &lt;td bgcolor="#ece9d8"&gt;&lt;div align="center"&gt;29&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;                                                 &lt;td bgcolor="#d8d1af"&gt;&lt;div align="left"&gt;ไทยพาณิชย์สามัคคี&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;                                               &lt;/tr&gt;                                               &lt;tr&gt;                                                 &lt;td bgcolor="#ece9d8"&gt;&lt;div align="center"&gt;30&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;                                                 &lt;td bgcolor="#d8d1af"&gt;&lt;div align="left"&gt;กรุงไทยพานิช ฯ &lt;/div&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;/tbody&gt;&lt;/table&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5307417485713759266-3305967721744438775?l=raisaramak.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://raisaramak.blogspot.com/feeds/3305967721744438775/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://raisaramak.blogspot.com/2009/11/30-2549.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5307417485713759266/posts/default/3305967721744438775'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5307417485713759266/posts/default/3305967721744438775'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://raisaramak.blogspot.com/2009/11/30-2549.html' title='30 อันดับบริษัทประกัน รถยนต์ ตามเบี้ยประกัน รถยนต์ ปี 2549'/><author><name>mixer</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17096518705531486329</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://4.bp.blogspot.com/_tshc1bf64uk/SmxUN5b2ZII/AAAAAAAAAAU/w4Eufop1EXA/S220/Picture+186_1.JPG'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5307417485713759266.post-6231677108183618375</id><published>2009-11-28T19:59:00.000-08:00</published><updated>2009-11-28T20:00:44.433-08:00</updated><title type='text'>เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการสตาร์ทเครื่องยนต์และการขับขี่</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:Cordia New;font-size:180%;"&gt;เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการสตาร์ทเครื่องยนต์และการขับขี่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก่อนจะสตาร์ทเครื่องยนต์&lt;br /&gt;1. ตรวจสอบบริเวณรอบ ๆ ตัวรถก่อนจะก้าวเข้าถายในรถ&lt;br /&gt;2. เบรคมือไว้&lt;br /&gt;3. ปรับเบาะนั่ง พนักพิงและหมอนพิงศรีษะให้เหมาะสมและปรับระดับพวงมาลัยให้ได้&lt;br /&gt;ระยะ&lt;br /&gt;4. ปรับระดับกระจกส่องข้างและหลังให้ชัดเจน&lt;br /&gt;5. ล๊อคประตูทุกบาน&lt;br /&gt;6. รัดเข็มขัดนิรภัยให้เรียบร้อย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วิธีสตาร์ทเครื่องยนต์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(ก่อนการสตาร์ท)&lt;br /&gt;1. ใสเบรคมือไว้&lt;br /&gt;2. ปิดไฟและอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็น&lt;br /&gt;3. เกียร์ธรรมดา เหยียบครัทช์สุด และเข้าเกียร์ว่าง เหยียบครัทช์ค้างไว้จนกระ&lt;br /&gt;ทั่งสตาร์ทเครื่องยนต์ติด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(สตาร์ทเครื่องยนต์ กรณีเครื่องเย็น)&lt;br /&gt;1. เหยียบคันเร่งสุดหนึ่งหรือสองครั้ง แล้วปล่อยเพื่อให้โช๊คอัตโนมัติทำงาน&lt;br /&gt;2. ปล่อยเท้าออกจากคันเร่ง บิดกุญแจไปตำแหน่ง START และปล่อยให้กุญแจคืนตัวเอง&lt;br /&gt;เมื่อเครื่องยนต์ติดแล้ว&lt;br /&gt;3. ปล่อยให้เครื่องยนต์ติดอยู่ประมาณ 10 วินาที เป็นการอุ่นเครื่องแล้วจึงนำรถ&lt;br /&gt;ออกใช้งานได้ตามปกติ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(ถ้าเครื่องยนต์จอดอยู่หลายวันโดยไม่ได้ติดเครื่อง)&lt;br /&gt;1. ก่อนการสตาร์ทเครื่องยนต์เหยียบคันเร่งให้สุดแล้วปล่อยประมาณสองหรือสามค&lt;br /&gt;รั้ง&lt;br /&gt;จะทำให้ส่วนผสมไอดีหนาขึ้นเพียงพอ&lt;br /&gt;2. สตาร์ทเครื่องยนต์โยไม่ต้องเหยียบคันเร่ง&lt;br /&gt;3. เมื่อเครื่องยนต์ติดแล้วประมาณ 30 วินาที ย้ำคันเร่ง หนึ่งหรือสองครั้งเพื่อ&lt;br /&gt;ให้เครื่องยนต์กลับสู่ความเร็วรอบเดินเบาปกติ&lt;br /&gt;4. ให้เครื่องยนต์เดินเบาเพื่ออุ่นเครื่องชั่วขณะหนึ่งก่อนจะเริ่มออกรถ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(การสตาร์ทเครื่องเมื่อเครื่องยังอุ่นอยู่)&lt;br /&gt;1. กดคันเร่งค้างไว้เพียงครึ่งเดียว ขณะที่บิดกุญแจสตาร์ท อย่าปั๊มคันเร่ง&lt;br /&gt;2. ถ้าเครื่องยนต์ร้อน กดคันเร่งให้สุด ขณะสตาร์ทเครื่องอย่าปั๊มคันเร่ง&lt;br /&gt;3. ถ้าเครื่องยนต์ดับ สตาร์ทเครื่องใหม่ โดยอาจแก้ไขตามวิธีที่กล่าวมาแล้วข้าง&lt;br /&gt;ต้น&lt;br /&gt;ซึ่งขึ้นอยู่กับอุณหภูมิเครื่องยนต์ ถ้าเครื่องยนต์สตาร์ทไม่ติด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้อควรระวัง&lt;br /&gt;1. อย่าสตาร์ทเครื่องติดต่อกันนานกว่า 15 วินาทีต่อครั้ง&lt;br /&gt;เพราะอาจทำให้มอเตอร์สตาร์ทและระบบไฟเสียหายได้&lt;br /&gt;2. อย่าเร่งเครื่องทันทีทันใด ขณะเครื่องยนต์ยังเย็นอยู่ ถ้าเครื่องยนต์สตาร์&lt;br /&gt;ทติดยากหรือดับบ่อย ๆ&lt;br /&gt;ควรรีบนำรถไปตรวจสอบเครื่องยนต์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การตรวจเช็คก่อนออกเดินทาง&lt;br /&gt;การตรวจเช็คที่ไม่เสียเวลามากนักก่อนออกเดินทาง จะช่วยให่มั้นใจและสบายใจในการ&lt;br /&gt;ขับขี่&lt;br /&gt;โดยจะตรวจเช็คด้วยตัวเองก็ได้ หรือจะมอบความไว้วางใจให้ศูนย์บริการแห่งใดเป็น&lt;br /&gt;ผู้ตรวจ&lt;br /&gt;เพื่อความปลอดภัยของท่านอย่างมีประสิทธิภาพ หากตรวจเช็คในโรงรถที่ค่อนข้าง&lt;br /&gt;มิดชิดควรให้อากาศถ่ายเทได้เพียงพอ&lt;br /&gt;เพราะไอเสียจะเป้นอันตรายต่อร่างกาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก่อนการสตาร์ทเครื่องยนต์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(ภายนอก)&lt;br /&gt;1. ยาง (รวมทั้งยางอะไหล่) ตรวจระดับความดันลมยาง ดอกยาง และรอบฉีกขาด&lt;br /&gt;2. น๊อตล้อ ตรวจดูว่าแน่นหนาหรือไม่&lt;br /&gt;3. รอยรั่วซึม จอดทิ้งไว้สักครู่ แล้วตรวจดูว่ามีร่องรอยน้ำมันเครื่อง น้ำมัน&lt;br /&gt;เกียร์ น้ำมันเบรค หรือน้ำ&lt;br /&gt;รั่วซึมจากใต้ท้องรถหรือไม่ (น้ำที่หยดจากคอยล์เย็ย เครื่องปรับอากาศเป็น&lt;br /&gt;เรื่องปกติธรรมดา)&lt;br /&gt;4. ยางใบปัดน้ำฝน ตรวจดูรอยสึกหรอหรือรอยฉีกขาด&lt;br /&gt;5. ไฟส่องสว่าง ตรวจดูไฟหน้า ไฟท้าย ไฟเบรค ไฟเลี้ยงและอื่นๆ รวมทั้งระบบไฟ&lt;br /&gt;หน้าด้วยว่ายังเป็นปกติทั้งหมด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(ภายในรถ)&lt;br /&gt;1. แม่แรงและด้ามขันน๊อตล้อ ตรวจเช็คให้แน่ใจว่าแม่แรงและด้ามขันน๊อตล้อใช้งาน&lt;br /&gt;ได้ปกติ&lt;br /&gt;2. เข็มขัดนิรภัย ตรวจเช็คว่าหัวเข็มขัดสามารถล็อคได้เรียบร้อย และมีสภาพใช้งาน&lt;br /&gt;ได้ตามปกติ&lt;br /&gt;3. แตร ให้แน่ใจว่าดังดี&lt;br /&gt;4. แผงควบคุมและอุปกรณ์ ตรวจดูให้แน่ใจว่าไฟสัญญาณเตือนต่าง ๆ ไฟส่องแผงมาตรวัด&lt;br /&gt;ต่าง ๆ ทำงานปกติ&lt;br /&gt;5. ปัดน้ำฝนและน้ำยาล้างกระจก เช็คดูระยะฟรีขาเบรคให้อยาในค่าที่กำหนด&lt;br /&gt;6. ฟิวส์สำรอง ฟิวส์สำรองที่เตรียมไว้ต้องมีขนาดค่ากระแส สูงสุดที่จะครอบคลุม&lt;br /&gt;ให้ตามขนาดที่กำหนดที่แผงฟิวล์&lt;br /&gt;7. แบตเตอรี่และสายไฟ ตรวจดูแลเติมน้ำกลั่นให้ได้ระดับ ดูเปลือกแบตเตอรี่ ว่ามี&lt;br /&gt;ร่องรอยเสียหายหรือไม่&lt;br /&gt;ดูขั้วต่อและสายไฟ ว่าอยู่ในสภาพดีหรือไม่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(ใต้ฝากระโปรงหน้า)&lt;br /&gt;1. ระดับน้ำหล่อเย็น ควรมีอยู่ในระดับที่ถูกต้องในถังพักน้ำสำรอง&lt;br /&gt;2. หม้อน้ำและท่อยาง ตรวจดูว่าด้านหน้าหม้อน้ำหมดจดไม่มีเศษวัสดุหรือใบไม้ติด&lt;br /&gt;อยู่&lt;br /&gt;ดูท่อยางว่ามีรอยแยกเปื่อยมีรอบฉีกขาดหรือหลวม&lt;br /&gt;3. สายไฟ ตรวจดูความเสียหาย ดูว่า มีการหลุดหรือหลวมบ้างหรือไม่&lt;br /&gt;4. สายพานพัดลมและอื่นๆ ต้องไม่มีรอยแตกเลอะน้ำมันหล่อลื่นและความตึงสายพานใน&lt;br /&gt;ค่าที่กำหนด&lt;br /&gt;5. ท่อน้ำมันเชื้อเพลิง ตรวจดูว่า ท่อมีการรั่วหรือหลวมหรือไม่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(เมื่อสตาร์ทเครื่องยนต์แล้ว)&lt;br /&gt;1. ท่อไอเสีย ตรวจดูรอยแยกรูรั่วหรือหลุดห้อยอยู่หรือไม่ ฟังดูเสียงของท่อไอ&lt;br /&gt;เสียรั่ว หาที่รั่วแล้วรีบซ่อมทันที 2. ระดับน้ำมันเครื่อง วัดระดับน้ำมันเครื่องโดยดับเครื่องและจอดบนพื้นที่ได้&lt;br /&gt;ระดับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(ขณะขับขี่)&lt;br /&gt;1. แผงมาตรวัดต่าง ๆ ตรวจดฌแผงมาตรวัดต่างๆ ว่าทำงานได้เป็นปกติ&lt;br /&gt;2. เบรค หาที่โล่ง ๆ ทดลองเบรคว่าไม่มีอะไรผิดปกติ&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5307417485713759266-6231677108183618375?l=raisaramak.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://raisaramak.blogspot.com/feeds/6231677108183618375/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://raisaramak.blogspot.com/2009/11/blog-post_4246.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5307417485713759266/posts/default/6231677108183618375'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5307417485713759266/posts/default/6231677108183618375'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://raisaramak.blogspot.com/2009/11/blog-post_4246.html' title='เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการสตาร์ทเครื่องยนต์และการขับขี่'/><author><name>mixer</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17096518705531486329</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://4.bp.blogspot.com/_tshc1bf64uk/SmxUN5b2ZII/AAAAAAAAAAU/w4Eufop1EXA/S220/Picture+186_1.JPG'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5307417485713759266.post-7888008578712898003</id><published>2009-11-28T19:58:00.000-08:00</published><updated>2009-11-28T19:59:10.379-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='การประกันภัยรถยนต์'/><title type='text'>การประกันภัยรถยนต์</title><content type='html'>&lt;p&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="font-family:MS Sans Serif;font-size:85%;color:#808000;"&gt;การประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;span style="font-family:MS Sans Serif;font-size:85%;"&gt; เป็นการประกันภัยที่ใครอยากทำก็ทำ ไม่มีการบังคับกัน การเลือกซื้อประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจนี้เป็นการตกลงกันระหว่างผู้ซื้อ (ผู้เอาประกัน) และผู้ขาย (บริษัทประกันภัย) โดยสามารถเลือกซื้อความคุ้มครองได้ตามความต้องการและกำลังเงินที่มีอยู่ และเพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้ทำประกันภัยที่ขับรถดี มีความระมัดระวัง ในการขับขี่และมีความเสี่ยงภัยในการใช้รถต่ำ กรมการประกันภัยจึงได้ปรับปรุงโครงสร้าง การประกันภัยรถยนต์ใหม่ ให้สอดคล้องกับระบบสากลโดยนำเอา ปัจจัยเกี่ยวกับตัวผู้ขับขี่ ลักษณะการใช้รถ กลุ่ม ขนาด และอายุรถ ฯลฯ มาเป็นองค์ประกอบในการคำนวณเบี้ยประกันภัย&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="font-family:MS Sans Serif;font-size:85%;"&gt;&lt;span style="color:#808000;"&gt;ประเภทของกรมธรรม์ภาคสมัครใจ&lt;/span&gt; &lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;span style="font-family:MS Sans Serif;font-size:85%;"&gt;การประกันภัยรถยนต์ มีความคุ้มครองให้เลือก 3 ประเภทคือ&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;blockquote&gt; &lt;p&gt;&lt;span style="font-family:MS Sans Serif;font-size:85%;color:#cc6600;"&gt;ประเภท 1 (ชั้น 1) ให้ความคุ้มครองครอบคลุมมากที่สุด คือ&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;/blockquote&gt; &lt;ul&gt;&lt;li&gt;&lt;span style="font-family:MS Sans Serif;font-size:85%;"&gt;ความรับผิดต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของบุคคลภายนอก และผู้โดยสารในรถ&lt;/span&gt; &lt;/li&gt;&lt;/ul&gt; &lt;ul&gt;&lt;li&gt;&lt;span style="font-family:MS Sans Serif;font-size:85%;"&gt;ความรับผิดต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก&lt;/span&gt;  &lt;/li&gt;&lt;li&gt;&lt;span style="font-family:MS Sans Serif;font-size:85%;"&gt;ความรับผิดต่อความเสียหายของตัวรถยนต์คันเอาประกันภัย&lt;/span&gt;  &lt;/li&gt;&lt;li&gt;&lt;span style="font-family:MS Sans Serif;font-size:85%;"&gt;ความรับผิดต่อความสูญหายและไฟไหม้ของตัวรถยนต์คันเอาประกันภัย&lt;/span&gt; &lt;/li&gt;&lt;/ul&gt; &lt;blockquote&gt; &lt;p&gt;&lt;span style="font-family:MS Sans Serif;font-size:85%;color:#cc6600;"&gt;ประเภท 2 (ชั้น 2) ผู้ทำประกันภัยประเภทนี้จะได้รับความคุ้มครอง&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;/blockquote&gt; &lt;ul&gt;&lt;li&gt;&lt;span style="font-family:MS Sans Serif;font-size:85%;"&gt;ความรับผิดต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของบุคคลภายนอก และผู้โดยสารในรถ&lt;/span&gt; &lt;/li&gt;&lt;/ul&gt; &lt;ul&gt;&lt;li&gt;&lt;span style="font-family:MS Sans Serif;font-size:85%;"&gt;ความรับผิดต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก&lt;/span&gt;  &lt;/li&gt;&lt;li&gt;&lt;span style="font-family:MS Sans Serif;font-size:85%;"&gt;ความรับผิดต่อความสูญหายและไฟไหม้ของตัวรถยนต์คันเอาประกันภัย&lt;/span&gt; &lt;/li&gt;&lt;/ul&gt; &lt;blockquote&gt; &lt;p&gt;&lt;span style="font-family:MS Sans Serif;font-size:85%;color:#cc6600;"&gt;ประเภท 3 (ชั้น 3) ซึ่งเป็นประเภทที่ให้ความคุ้มครองเฉพาะส่วนที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอกดังนี้&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;/blockquote&gt; &lt;ul&gt;&lt;li&gt;&lt;span style="font-family:MS Sans Serif;font-size:85%;"&gt;ความรับผิดต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของบุคคลภายนอก และผู้โดยสารในรถ&lt;/span&gt; &lt;/li&gt;&lt;/ul&gt; &lt;ul&gt;&lt;li&gt;&lt;span style="font-family:MS Sans Serif;font-size:85%;"&gt;ความรับผิดต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก&lt;/span&gt; &lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5307417485713759266-7888008578712898003?l=raisaramak.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://raisaramak.blogspot.com/feeds/7888008578712898003/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://raisaramak.blogspot.com/2009/11/blog-post_8014.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5307417485713759266/posts/default/7888008578712898003'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5307417485713759266/posts/default/7888008578712898003'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://raisaramak.blogspot.com/2009/11/blog-post_8014.html' title='การประกันภัยรถยนต์'/><author><name>mixer</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17096518705531486329</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://4.bp.blogspot.com/_tshc1bf64uk/SmxUN5b2ZII/AAAAAAAAAAU/w4Eufop1EXA/S220/Picture+186_1.JPG'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5307417485713759266.post-1022485888424708983</id><published>2009-11-28T19:53:00.000-08:00</published><updated>2009-11-28T19:54:15.073-08:00</updated><title type='text'>การ รันอิน (RUN IN)</title><content type='html'>เมื่อได้รถใหม่ สิ่งที่คุณทำเป็นลำดับต้นๆคืออะไรครับ ... ส่วนใหญ่มักเอาไปให้พระเจิม หรือ ไม่ก็รีบขับไปอวดสาว ซึ่งจะให้ความสำคัญ&lt;br /&gt;กับ อะไรก็นานาจิตตังนะครับแต่อย่าลืมอีกสิ่งหนึ่ง นั่นคือ "การ รันอิน"(RUN-IN) เพราะรถที่ออกจากโรงงานใหม่ๆ นั้น ระบบขับเคลื่อนต่างๆ&lt;br /&gt;ยังไม่เข้าที่ดีนัก จึงต้องมีช่วงเวลาให้ชิ้นส่วนเคลื่อนไหวปรับตัวเข้าหากันก่อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;        แม้ในปัจจุบัน รถยนต์รุ่นใหม่จะได้รับการออกแบบชิ้นส่วนด้วยระบบคอมพิวเตอร์ที่ทันสมัย ละเอียดขึ้น มีระยะห่างของชิ้นส่วนที่ลงตัว&lt;br /&gt;และค่อนข้างสมบูรณ์แบบ จนผู้เชี่ยวชาญบางท่านกล่าวว่า "รถรุ่นใหม่ไม่จำเป็นต้องรันอินก็ได้" แต่ถ้าสังเกตให้ดี จะพบว่า ช่วงการสึกหรอของ&lt;br /&gt;เครื่องยนต์ที่มากที่สุด จนส่งผลถึงอายุการใช้งานของรถนั้น เกิดจากการใช้รถในช่วงแรกทั้งสิ้น ทั้งลูกสูบ เสื้อสูบ ระบบเบรก ผ้าเบรก เกียร์ ล้อ&lt;br /&gt; เพลา และชิ้นส่วนที่เคลื่อนไหวต่างๆ ยังไงก็ต้องการ การปรับตัวทั้งนั้น โดยเฉพาะในช่วง 1000 กิโลเมตรแรก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;        ซึ่งการรันอินที่ถูกต้อง จะทำให้รถของคุณทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประหยัดเชื้อเพลิง ปลอดภัย และมีอายุการให้งานยาวนานขึ้นนะครับ คุณจึงควรปฏิบัติในช่วงที่มีการใช้รถในระยะ 1,000 กิโลเมตรแรกดังนี้ &lt;ol&gt;&lt;li&gt;ในการสตาร์ตเครื่องยนต์ ควรสตาร์ตให้ติดเพียงครั้งเดียวในขณะเครื่องเย็น&lt;/li&gt;&lt;li&gt;ไม่ควรเร่งเครื่องยนต์ในขณะที่อยู่กับที่&lt;/li&gt;&lt;li&gt;สำหรับเกียร์ธรรมดา อย่าขับรถที่ความเร็วต่ำในขณะที่ใช้เกียร์สูงและเปลี่ยนเกียร์ให้เหมาะสมกับความเร็วรอบเครื่องยนต์ ซึ่งไม่ควร&lt;br /&gt;เกิน 3 ใน 4 ของรอบเครื่องสูงสุด (ช่วงที่ประหยัดน้ำมันประมาณ 2,000 - 3,000 รอบต่อนาที)&lt;/li&gt;&lt;li&gt;สำหรับเกียร์ออโตเมติก หลีกเลี่ยงการ "คิกดาวน์" โดยไม่จำเป็น&lt;/li&gt;&lt;li&gt;ไม่ควรใช้ความเร็วคงที่เป็นเวลานานๆ ไม่ว่าช้าหรือเร็ว ควรเปลี่ยนความเร็วอยู่เสมอ&lt;/li&gt;&lt;li&gt;ไม่ควรขับรถด้วยความเร็วสูงเกิน 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง&lt;/li&gt;&lt;li&gt;หลีกเลี่ยงการบรรทุกของหนัก การลากจูงรถคันอื่น และวิ่งลากเกียร์&lt;/li&gt;&lt;li&gt;หลีกเลี่ยงการใช้เบรกอย่างรุนแรง ในช่วง 300 กิโลเมตรแรก&lt;/li&gt;&lt;li&gt;เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องตามระยะเวลาที่คู่มือกำหนด&lt;/li&gt;&lt;/ol&gt;        หลังจากที่ผ่านช่วงรันอินแล้ว ชิ้นส่วนที่เคลื่อนไหวต่างๆ จะปรับตัวเข้าหากันและทำงานได้สอดคล้องสมบูรณ์ การสึกหรอก็จะน้อยลง&lt;br /&gt;สิ่ง ที่คุณต้องทำต่อไปคือ การดูแลบำรุงรักษาให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์เท่านั้น จนกว่ารถที่รักของคุณจะถึงแก่อายุขัย ซึ่งกว่าจะถึงวันนั้นก็คงอีก&lt;br /&gt;นานล่ะครับ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5307417485713759266-1022485888424708983?l=raisaramak.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://raisaramak.blogspot.com/feeds/1022485888424708983/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://raisaramak.blogspot.com/2009/11/run-in.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5307417485713759266/posts/default/1022485888424708983'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5307417485713759266/posts/default/1022485888424708983'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://raisaramak.blogspot.com/2009/11/run-in.html' title='การ รันอิน (RUN IN)'/><author><name>mixer</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17096518705531486329</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://4.bp.blogspot.com/_tshc1bf64uk/SmxUN5b2ZII/AAAAAAAAAAU/w4Eufop1EXA/S220/Picture+186_1.JPG'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5307417485713759266.post-6068999385534245960</id><published>2009-11-28T19:52:00.000-08:00</published><updated>2009-11-28T19:53:36.347-08:00</updated><title type='text'>วิธีใช้รถให้ประหยัดน้ำมัน</title><content type='html'>&lt;ol&gt;&lt;li&gt;อย่าคิดว่าคุณเป็นนักแข่งรถ เพราะยิ่งขับรถเร็ว ยิ่งเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง สมมติว่าปรกติ คุณขับรถที่ 100 กม./ชม.กัดฟันลดความเร็ว&lt;br /&gt;ลงเหลือ 80 กม./ชม.คุณรู้ไหมว่า คุณจะประหยัดเชื้อเพลิงได้ถึง 25%&lt;/li&gt;&lt;li&gt;จำไว้ว่าทุกครั้งที่คุณออกรถกระชากด้วยความเร็ว และรุนแรง เงินในกระเป๋าของคุณกำลังไหลออกไปสู่ปั้มน้ำมันและอู่ซ่อมรถ เพราะ&lt;br /&gt;มันเปลืองน้ำมัน และทำให้ชิ้นส่วนเครื่องยนต์สึกหรอลงไปมาก&lt;/li&gt;&lt;li&gt;ใช้ความเร็วที่สม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงการขับรถแบบเร่งๆหยุดๆ ควรใช้ความเร็วคงที่ ณ จุดใดจุดหนึ่ง ในกรณีที่การจราจร ตอนนั้นยังไม่&lt;br /&gt;แออัด&lt;/li&gt;&lt;li&gt;เตรียมชะลอความเร็ว เมื่อเข้าใกล้ทางแยกหรือทางข้ามต่างๆ&lt;/li&gt;&lt;li&gt;วางแผนการใช้รถยนต์ในแต่ละวัน เพื่อกำหนดเส้นทางและประเมินการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง&lt;/li&gt;&lt;li&gt;ดับเครื่องทุกครั้งที่จอดรถรอ ถ้ามีความจำเป็นที่จะต้องจอดรถรอนั้น ควรดับเครื่องยนต์เสียก่อน เพื่อประหยัดน้ำมัน และถนอมเครื่อง&lt;br /&gt;ยนต์ไม่ให้ร้อนจัดอีกด้วย&lt;/li&gt;&lt;li&gt;การอุ่นเครื่องยนต์ในตอนเช้า ก่อนที่จะใช้รถควรมีการอุ่นเครื่องยนต์ประมาณ 1 - 2 นาที เพื่อให้เครื่องยนต์พร้อมที่จะทำงานในวันนั้น&lt;br /&gt; การอุ่นเครื่องนี้จะช่วยให้ระบบหล่อลื่นทำงานดีขึ้น แต่ถ้าผู้ขับขี่ใช้รถในตอนเช้าโดยการออกรถอย่างนิ่มนวลไม่รุนแรง อาจไม่ต้องอุ่น&lt;br /&gt;เครื่องก็ได้&lt;/li&gt;&lt;li&gt;เครื่องปรับอากาศหรือแอร์คอนดิชั่นนับเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญประจำรถอีกชิ้นหนึ่ง ควรปรับอุณหภูมิให้เหมาะสมจะเป็นการประหยัด&lt;br /&gt;น้ำมัน กว่าการเร่งให้เย็นตามใจฉัน เพราะการเร่งความเย็น จะทำให้เครื่องยนต์ทำงานหนักขึ้น และสิ้นเปลืองน้ำมันเพิ่มขึ้นอีก 10%&lt;br /&gt; และหากเป็นไปได้ ควรติดฟิล์มกรองแสงประเภทกันความร้อนและรังสียูวี เพื่อให้ห้องผู้โดยสารไม่เป็นเตาอบขณะอยู่กลางถนนตอน&lt;br /&gt;เที่ยงในเมือง ส่วนถ้าออกต่างจังหวัด ลองปิดแอร์เปิดกระจก เพื่อประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงและถือโอกาสสัมผัสอากาศสดชื่นๆ แต่ต้องมั่น&lt;br /&gt;ใจว่าไม่อยู่แถวโรงหมูหรือแถวโรงปลานะครับ&lt;/li&gt;&lt;li&gt;ตรวจวัดลมยางอยู่เสมอ ควรเติมลมยางให้ได้ตาม มาตรฐานที่กำหนด ทั้งล้อหน้าและล้อหลัง เพราะถ้าลมยางอ่อน เกินไปจะทำให้หน้า&lt;br /&gt;ยางมีการเสียดสีกับพื้นถนนมาก ทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันมาก แต่ถ้าเติมลมยางแข็งเกินไป จะเป็นอันตรายต่อการขับขี่ เนื่องจากหน้ายาง&lt;br /&gt;สัมผัสกับพื้นถนนน้อยเกินไป ทำให้ไม่เกาะถนนหรืออาจทำให้ยางระเบิดหากได้รับการสั่นสะเทือน มาก เช่น การขับบนถนนที่ชำรุด&lt;br /&gt;เป็นหลุมเป็นบ่อ&lt;/li&gt;&lt;/ol&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5307417485713759266-6068999385534245960?l=raisaramak.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://raisaramak.blogspot.com/feeds/6068999385534245960/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://raisaramak.blogspot.com/2009/11/blog-post_7117.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5307417485713759266/posts/default/6068999385534245960'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5307417485713759266/posts/default/6068999385534245960'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://raisaramak.blogspot.com/2009/11/blog-post_7117.html' title='วิธีใช้รถให้ประหยัดน้ำมัน'/><author><name>mixer</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17096518705531486329</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://4.bp.blogspot.com/_tshc1bf64uk/SmxUN5b2ZII/AAAAAAAAAAU/w4Eufop1EXA/S220/Picture+186_1.JPG'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5307417485713759266.post-1542617561838002677</id><published>2009-11-28T19:51:00.000-08:00</published><updated>2009-11-28T19:52:47.966-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ปัดน้ำฝน'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ชะลอ'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='หน้าฝน'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เหยียบเบรก'/><title type='text'>การใช้รถในหน้าฝน</title><content type='html'>หน้าฝน ฝนตกถนนลื่น ภาวะที่เราต้องเจอบนท้องถนนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เรามาทบทวนความ&lt;br /&gt;พร้อมเรื่องการใช้รถหน้าฝนกันสักหน่อยดีไหมครับ &lt;ol&gt;&lt;li&gt;ลดระดับความเร็วในการขับให้ช้าลง โดยเฉพาะทางลาดชัน ต้องใช้เกียร์เสมอ จะทำให้ควบคุม&lt;br /&gt;การขับเคลื่อนได้ดีขึ้นและปลอดภัยแน่นอน&lt;/li&gt;&lt;li&gt;อย่าขับรถ ชิดท้ายรถคันหน้าเกินไป ควรเว้นระยะห่างพอสมควร เพื่อป้องกันอุบัติเหตุจากการ&lt;br /&gt;เบรกกะทันหัน โดยเฉพาะเมื่อฝนตกหนัก ให้ทิ้งระยะห่างเพิ่มขึ้น&lt;/li&gt;&lt;li&gt;ระวังเรื่องการเหยียบเบรกเป็นพิเศษ การเหยียบเบรกแรงบนถนนลื่น จะทำให้ล้อปัดได้ ข้อ&lt;br /&gt;สำคัญ เวลาเหยียบเบรกอย่าเหยียบคลัตช์พร้อมกัน ให้เหยียบเบรกจนรถชะลอช้าลงจึงค่อย&lt;br /&gt;เหยียบคลัตช์ และพวงมาลัยต้องตั้งตรงไว้เสมอ&lt;/li&gt;&lt;li&gt;หากรถเสียการทรงตัว ไถลออกข้างทาง อย่าเหยียบเบรกหรือหมุนหักพวงมาลัยกลับทันที แต่&lt;br /&gt;ให้เปลี่ยนเกียร์เป็นเกียร์ต่ำ เพื่อให้รถชะลอความเร็วก่อน แล้วค่อยๆเบรก เมื่อรถตั้งตัวจน&lt;br /&gt;สามารถบังคับได้แล้ว จึงค่อยเลี้ยวกลับเข้าเส้นทาง&lt;/li&gt;&lt;li&gt;เมื่อเจอถนนที่มีสภาพนูนตรงกลาง หรือที่เรียกว่าหลังเต่า ให้เพิ่มความระมัดระวังขึ้นอีกนิด&lt;br /&gt; เพราะถนนแบบนี้ทำให้รถเสียการทรงตัวได้ง่าย&lt;/li&gt;&lt;li&gt;ตรวจสอบสภาพเครื่องปัดน้ำฝน ให้อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งานเสมอ ทางที่ดีควรเปลี่ยนทุกปี&lt;/li&gt;&lt;li&gt;ตรวจสอบสภาพและปรับเบรกให้มีความสมบูรณ์พร้อมเสมอ เพราะหน้าฝนถนนลื่นเป็นของ&lt;br /&gt;แสลงสำหรับรถที่มีเบรกไม่สมบูรณ์พร้อม ปัญหารถแฉลบหน้าฝนจนได้รับอุบัติเหตุเกิดขึ้น&lt;br /&gt;เป็นประจำ&lt;/li&gt;&lt;li&gt;ถ้าฝนตกหนักและเริ่มมองทางข้างหน้าไม่ชัด ควรเปิดไฟหน้ารถและขับรถให้ช้าลง แต่หาก&lt;br /&gt;เปิดไฟหน้ารถแล้วยังมองทางไม่ชัดอีก ก็ไม่ควรดันทุรังขับต่อไป ควรแวะหาที่พักรถก่อน&lt;br /&gt; หรือจะเข้าปั้มน้ำมันก็ได้ แต่อย่าไปจอดรถหลบฝนตามป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ริมทางหรือต้น&lt;br /&gt;ไม้ใหญ่นะครับ อาจล้มทับรถเราได้ รอจนกว่าอากาศจะดีขึ้น จึงค่อยเดินทางต่อไป&lt;/li&gt;&lt;/ol&gt;        หน้าฝน จะเป็นเพียงอุปสรรคเล็กๆน้อยๆ หากคุณมีสติและความพร้อมในการขับรถ ช้านิดช้า&lt;br /&gt;หน่อยไม่เห็นเป็นไร เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุด คือ ความปลอดภัยของตัวคุณเองและครอบครัวนะครับ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5307417485713759266-1542617561838002677?l=raisaramak.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://raisaramak.blogspot.com/feeds/1542617561838002677/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://raisaramak.blogspot.com/2009/11/blog-post_8493.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5307417485713759266/posts/default/1542617561838002677'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5307417485713759266/posts/default/1542617561838002677'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://raisaramak.blogspot.com/2009/11/blog-post_8493.html' title='การใช้รถในหน้าฝน'/><author><name>mixer</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17096518705531486329</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://4.bp.blogspot.com/_tshc1bf64uk/SmxUN5b2ZII/AAAAAAAAAAU/w4Eufop1EXA/S220/Picture+186_1.JPG'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5307417485713759266.post-5274835952942631176</id><published>2009-11-28T19:48:00.000-08:00</published><updated>2009-11-28T19:49:54.289-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ซื้อรถมือสองอย่างไรไม่ให้ถูกเอาเปรียบ'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='รถมือสอง'/><title type='text'>ซื้อรถมือสองอย่างไรไม่ให้ถูกเอาเปรียบ</title><content type='html'>ผลพวงจากสภาวะเศรษฐกิจถดถอย ทำให้ผู้ครอบครองรถจำนวนไม่น้อย จำต้องนำรถยนต์ไปขาย หรือฝากขาย กับเต้นท์รถ ทั้งๆ ที่ ผู้ครอบครองรถนั้น อาจไม่มีกรรมสิทธิ์ในรถคันที่นำไปขาย เพราะฉะนั้น ก่อนที่ท่านจะตัดสินใจ ซื้อรถมือสอง นอกจากตรวจสภาพของรถยนต์ เป็นที่น่าพอใจแล้ว ผู้ซื้อต้องขอดูสมุดทะเบียนรถยนต์ ที่จะซื้อจากเต้นท์ด้วย ว่าใครเป็นเจ้าของ กรรมสิทธิ์รถที่ขาย มิเช่นนั้นแล้วจะต้องเสียใจภายหลัง จนถึงขั้นฟ้องร้องกันได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กรณีที่ผู้ครอบครองรถเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์จริง เวลาที่เต้นท์รถรับซื้อ ส่วยใหญ่จะให้เจ้าของเซ็นเอกสารโอนลอยไว้ เพื่อให้เต้นท์รถถือเอกสารดังกล่าวไว้ขายต่อให้กับผู้ซื้อ แล้วจึงโอนกรรมสิทธิ์ให้ผู้ซื้อภายหลัง กรณีนี้ถือว่าไม่เสียหายอะไร เพียงแต่เต้นท์รถหลีกเลี่ยง การเสียอากรแสตมป์โอน 2 ต่อให้กับกรมการขนส่งทางบก ซึ่งเป็นเรื่องที่กรมสรรพากร ควรเข้ามาดูเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วนกรณีที่ผู้ครอบครองรถ เป็นเพียงผู้เช่าซื้อของบริษัทเงินทุน หรือบริษัทลีสซิ่งใดบริษัทหนึ่ง เรียกกันว่า "รถติดไฟแนนซ์" ส่วนใหญ่เป็นพวกค้างชำระค่างวด แล้วหลบหลีกการติดตาม ของไฟแนนซ์มาตลอด พวกนี้จะนำรถยนต์ ที่ครอบครอง ไปขายให้เต้นท์รถ ซึ่งเต้นท์รถจะรับทราบการติดไฟแนนซ์ดี แต่ก็ยินดีรับซื้อไว้ในราคาต่ำมากๆ เพราะรู้ว่าเป็นของร้อน จากนั้นเต้นท์รถจะนำรถคันนี้ออกขาย แก่ประชาชนทั่วไป โดยไม่แจ้งข้อเท็จจริงให้แก่ผู้ซื้อทราบว่า เป็นรถติดไฟแนนซ์ ผู้ซื้อโดยทั่วไป ก็ไม่ได้ขอดูสมุดทะเบียนรถยนต์ และหลงเข้าใจผิดว่า ทำสัญญาซื้อขาย กับเต้นท์รถแล้ว ก็เสร็จสมบูรณ์ หลังจากนั้นผู้ซื้อก็จะต้องเสียเวลา มาคอยติดตาม ทวงถามสมุดทะเบียนรถยนต์ จากเต้นท์รถ ซึ่งเต้นท์รถจะอ้างเหตุ ติดขัดต่างๆ นานา เพื่อซื้อเวลาไปเรื่อยๆ บางเต้นท์รถที่มีจริยธรรมหน่อย จะรีบมาปิดบัญชี กับไฟแนนซ์ เพื่อทำการโอนกรรมสิทธิ์ ให้ผู้ซื้อ แต่ส่วนใหญ่จะไม่ดำเนินการใดๆ ทั้งสิ้น ปัญหาจึงตกอยู่ กับผู้ซื้อรถมือสองจากเต้นท์รถ ดังนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผู้ซื้อรถเสียหายทั้งขึ้นทั้งล่อง โดยได้จ่ายเงินสดซื้อรถยนต์จากเต้นท์รถแล้ว ยังเสี่ยงต่อการถูกยึดรถจากไฟแนนซ์อีก เพราะกรรมสิทธิ์ในตัวรถ ยังเป็นของไฟแนนซ์ ซึ่งผู้เช่าซื้อ เดิมผิดสัญญา ไม่ชำระค่างวด ตามกำหนด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แม้รถที่ซื้ออาจยังไม่ถูกยึด แต่ผู้ซื้อจะไม่มีกรรมสิทธิ์ที่ถูกต้องตามกฎหมาย เนื่องจากเต้นท์รถ ไม่ได้ไปดำเนิน การปิดบัญชี กับไฟแนนซ์เพื่อโอนให้ผู้ซื้อ ผู้ซื้อจึงยังคงมีความเสี่ยงต่อการได้กรรมสิทธิ์ในสมุดทะเบียนรถยนต์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในระหว่างที่เต้นท์รถยังไม่มาปิดบัญชีกับไฟแนนซ์ หากผู้เช่าซื้อเดิมเสียชีวิตลง คู่สัญญาของไฟแนนซ์ จะเปลี่ยนจากผู้เช่าซื้อ เดิมเป็นกองมรดก ทีนี้ยุ่งไปใหญ่ หากกองมรดกจะเรียกร้องสิทธิ์ตามสัญญาเช่าซื้อ กว่าจะแก้ปัญหาได้จบ ผู้ซื้อรถคงเข็ดไปตลอดชีวิต&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้อแนะนำแก่ผู้ซื้อรถมือสองจากเต้นท์รถ มีดังนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ควรตัดสินใจซื้อรถมือสองจากเต้นท์รถที่มีชื่อเสียงดี และประกอบธุรกิจมานานพอสมควรแล้ว ก่อนชำระค่าซื้อ ต้องขอดูสมุดจดทะเบียนรถยนต์ จากเต้นท์รถเพื่อให้แน่ใจว่า เป็นรถที่ได้จดทะเบียนและมีกรรมสิทธิ์ถูกต้อง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าสมุดทะเบียนระบุชื่อเจ้าของกรรมสิทธิ์เป็นบริษัทเงินทุน หรือบริษัทลีสซิ่ง ผู้ซื้อต้องยืนยัน กับเต้นท์รถ ให้มาปิดบัญชี กับไฟแนนซ์พร้อมกับตนเอง และชำระค่าเช่าซื้อให้แก่เต้นท์รถ เมื่อได้รับการยืนยัน จากไฟแนนซ์ ว่าได้ปิดบัญชีแล้ว และถ้าจะให้ปลอดภัยยิ่งขึ้น ผู้ซื้อยอมเสียค่าบริการเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย มอบหมายให้ไฟแนนซ์ ช่วยทำการโอนกรรมสิทธิ์ ให้แก่ตนเองอีกต่อหนึ่ง และมาขอรับสมุดทะเบียนจากไฟแนนซ์เอง ภายหลังจะเป็นวิธี ที่รอบคอบดีที่สุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในกรณีผู้ซื้อประสงค์จะผ่อนชำระค่างวดต่อจากผู้เช่าซื้อเดิมที่เรียกกันว่า "ซื้อเงินดาวน์" ผู้ซื้อต้องยืนยัน กับเต้นท์รถ ให้นัดผู้เช่าซื้อเดิมไปดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์ ในสัญญาเช่าซื้อให้ถูกต้องกับไฟแนนซ์ทันที มิฉะนั้น จะประสบ กับปัญหาผ่อนชำระหมดแล้ว กลับไม่ได้รับกรรมสิทธิ์ในรถยนต์ เพราะคู่สัญญาของไฟแนนซ์ ยังเป็นชื่อผู้เช่าซื้อเดิมอยู่ ซึ่งไฟแนนซ์ต้องโอนกรรมสิทธิ์ ให้กับคู่สัญญาเช่าซื้อที่ถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5307417485713759266-5274835952942631176?l=raisaramak.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://raisaramak.blogspot.com/feeds/5274835952942631176/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://raisaramak.blogspot.com/2009/11/blog-post_2192.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5307417485713759266/posts/default/5274835952942631176'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5307417485713759266/posts/default/5274835952942631176'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://raisaramak.blogspot.com/2009/11/blog-post_2192.html' title='ซื้อรถมือสองอย่างไรไม่ให้ถูกเอาเปรียบ'/><author><name>mixer</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17096518705531486329</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://4.bp.blogspot.com/_tshc1bf64uk/SmxUN5b2ZII/AAAAAAAAAAU/w4Eufop1EXA/S220/Picture+186_1.JPG'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5307417485713759266.post-7768320200577599955</id><published>2009-11-28T19:39:00.000-08:00</published><updated>2009-11-28T19:41:13.161-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='วิธีเลือกซื้อรถมือสอง'/><title type='text'>วิธีเลือกซื้อรถมือสอง</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:Arial;font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51); font-family: Arial;"&gt; &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51);" lang="TH"&gt;การซื้อ&lt;strong&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma;"&gt;รถบ้านใช้แล้ว&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Arial;font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51); font-family: Arial;" lang="TH"&gt; &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51);" lang="TH"&gt;หรือ&lt;strong&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma;"&gt;&lt;a title="รถมือสอง" href="http://webindex.sanook.com/motor_vehicle/secondhand_car/" target="_blank"&gt;รถมือสอง&lt;/a&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Arial;font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51); font-family: Arial;"&gt; &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51);" lang="TH"&gt;ถ้าเรามีความละเอียดรอบคอบเพียงพอในการเลือกซื้อ&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Arial;font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51); font-family: Arial;" lang="TH"&gt; &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51);" lang="TH"&gt;ไตร่ตรองถี่ถ้วนก่อนการตัดสินใจซื้อ&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Arial;font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51); font-family: Arial;" lang="TH"&gt; &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51);" lang="TH"&gt;ก็จะทำให้เรามีความมั่นใจมากขึ้นว่าซื้อแล้วได้ใช้งานคุ้มค่า&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Arial;font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51); font-family: Arial;" lang="TH"&gt; &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51);" lang="TH"&gt;ผมเองก็เป็นอีกคนที่เลือกใช้รถมือสอง อาจเป็นเพราะสตางค์ในกระเป๋ามีจำกัด&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Arial;font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51); font-family: Arial;" lang="TH"&gt; &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51);" lang="TH"&gt;อีกทั้งไม่อยากเป็นภาระมานั่งผ่อน ทุกเดือน รถที่ผมใช้ก็&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Arial;font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51); font-family: Arial;" lang="TH"&gt; &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51);" lang="TH"&gt;ถือได้ว่าตอบสนองเราได้เป็นอย่างดีเพียงแต่เราดูแลบำรุงรักษารถให้ดี&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Arial;font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51); font-family: Arial;" lang="TH"&gt; &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51);" lang="TH"&gt;ก็ใช้ไปได้อีกนาน ขนาดที่คิดได้ว่าจะไม่ยอมขายจะใช้ให้พังคามือเลย เป็นธรรมดา&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Arial;font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51); font-family: Arial;" lang="TH"&gt; &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51);" lang="TH"&gt;สำหรับรถดี ๆ ไม่จุกจิกกวนใจ กวนเงินในกระเป๋าเรา ทีนี้เรามาดูว่ารถมือสอง&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Arial;font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51); font-family: Arial;" lang="TH"&gt; &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51);" lang="TH"&gt;ที่เราจะซื้อมีวิธีการเลือก คร่าว ๆ อย่างไร&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Arial;font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51); font-family: Arial;"&gt;&lt;br /&gt;       &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;strong&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="font-family:Arial;font-size:78%;color:maroon;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: maroon; font-family: Arial;"&gt;   1. &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;/strong&gt;&lt;strong&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;font-size:78%;color:maroon;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: maroon; font-family: Tahoma;" lang="TH"&gt;ดูตัวถัง &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;/strong&gt;&lt;strong&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="font-family:Arial;font-size:78%;color:maroon;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: maroon; font-family: Arial;"&gt;body&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;/strong&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="font-family:Arial;font-size:78%;color:maroon;"&gt;&lt;span style="font-weight: bold; font-size: 9pt; color: maroon; font-family: Arial;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;span style="font-family:Arial;font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51); font-family: Arial;"&gt;          &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51);" lang="TH"&gt;รถสวยไม่สวยดูภายนอกรอบคัน ก็พอบอกได้ แต่จะดูให้ถึงว่าเคยชนมาหนัก ๆ มั๊ย&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Arial;font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51); font-family: Arial;" lang="TH"&gt; &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51);" lang="TH"&gt;ก็ต้อง&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Arial;font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51); font-family: Arial;"&gt;&lt;br /&gt;          - &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51);" lang="TH"&gt;เปิดฝากระโปรงหน้ามาดูคานหน้า คานรถทุกคันจะมีรู กลมบ้าง&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Arial;font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51); font-family: Arial;" lang="TH"&gt; &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51);" lang="TH"&gt;เหลี่ยมบางแล้วแต่ ถ้ารูเบี้ยว ไม่คมก็แสดงว่ามีโดนมา&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Arial;font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51); font-family: Arial;"&gt;&lt;br /&gt;          - &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51);" lang="TH"&gt;ป้ายทะเบียนรถยับมีรอยดัด ก็ให้สันนิษฐานไว้ก่อนเลยว่าเคยโดนมา แผ่น &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Arial;font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51); font-family: Arial;"&gt;plate &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51);" lang="TH"&gt;ที่แปะติดคานมา มีรอยยับหรือดัดมาก็เช่นกัน&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Arial;font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51); font-family: Arial;"&gt;&lt;br /&gt;          - &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51);" lang="TH"&gt;สันด้านข้างตะเข็บความนูนเสมอกันหรือไม่ รอยอ๊าค&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Arial;font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51); font-family: Arial;" lang="TH"&gt; &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51);" lang="TH"&gt;จากโรงงานกับอู่เคาะพ่นสีก็ต่างกัน&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Arial;font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51); font-family: Arial;"&gt;&lt;br /&gt;          - &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51);" lang="TH"&gt;สำหรับด้านหลัง&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Arial;font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51); font-family: Arial;" lang="TH"&gt; &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51);" lang="TH"&gt;ก็เปิดฝากระโปรงดูเช่นกัน ไฟท้ายทั้ง &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Arial;font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51); font-family: Arial;"&gt;2 &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51);" lang="TH"&gt;ดวงเสมอเบ้าหรือไม่&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Arial;font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51); font-family: Arial;" lang="TH"&gt; &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51);" lang="TH"&gt;รอยแยกต่อชิ้นเว้นช่องไฟเท่ากันเปล่ามีเบี้ยวมีเกยกันมั๊ย&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Arial;font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51); font-family: Arial;" lang="TH"&gt; &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51);" lang="TH"&gt;คานหลังก็ใช้ลักษณะการสังเกตุเหมือนคานหน้าเพียงแต่ต้องลื้อพรมปูท้ายรถออกเพื่อให้เห็นพื้น&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Arial;font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51); font-family: Arial;"&gt;&lt;br /&gt;          - &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51);" lang="TH"&gt;พื้นรถด้านหลังโดยมากจะเป็นรอน ๆ ก็สังเกตุดูว่าเท่ากันหรือเปล่า&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Arial;font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51); font-family: Arial;" lang="TH"&gt; &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51);" lang="TH"&gt;รถบางคันโดนชนหลังมาช่างเคาะทำดีมากดูแทบไม่ออก&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Arial;font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51); font-family: Arial;" lang="TH"&gt; &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51);" lang="TH"&gt;มาเสียอีตอนน้ำเข้าตรงไฟท้ายเข้าได้แต่ออกไม่ได้ซะด้วยสิ ต้องเช็ด&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Arial;font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51); font-family: Arial;" lang="TH"&gt; &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51);" lang="TH"&gt;มีบางคันเศษกระจกหลังยังอยู่ให้เห็นเลยครับ&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Arial;font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51); font-family: Arial;"&gt;&lt;br /&gt;          - &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51);" lang="TH"&gt;ส่วนด้านข้าง&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Arial;font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51); font-family: Arial;" lang="TH"&gt; &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51);" lang="TH"&gt;ก็ดูเทียบสี จากโรงงานสีเดิม กับอู่สี สีจะเพี้ยนนิดหน่อยแต่ก็พอเห็น ผมใช้วิธีเคาะ&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Arial;font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51); font-family: Arial;" lang="TH"&gt; &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51);" lang="TH"&gt;ด้วยมะเหง็กของเรานี่แหละ เคาะรอบคันเลยรถ ที่ทำสีมาแล้วเสียงจะทึบ ๆ หน่อย&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Arial;font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51); font-family: Arial;" lang="TH"&gt; &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51);" lang="TH"&gt;ชิ้นที่สีเดิมจะมีเสียงโปร่ง ๆ หน่อยฟังดีดี จะรู้ถึงความต่าง&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Arial;font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51); font-family: Arial;" lang="TH"&gt; &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51);" lang="TH"&gt;อันนี้ไม่ยาก&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Arial;font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51); font-family: Arial;"&gt;&lt;br /&gt;          - &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51);" lang="TH"&gt;รถที่เคยหงายตะแคงล้อชี้ฟ้า ก็ดูหลังคารถเคาะ ๆ ดู&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Arial;font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51); font-family: Arial;" lang="TH"&gt; &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51);" lang="TH"&gt;สังเกตุขอบคิ้วกระจกหน้าหลัง เหมือนกันเปล่ามีรอยแตกของสีโป๊วมั๊ย&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Arial;font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51); font-family: Arial;" lang="TH"&gt; &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51);" lang="TH"&gt;หลังคาสีสดสวยกว่าประตูข้างมั๊ย&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Arial;font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51); font-family: Arial;"&gt;  &lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt; &lt;p&gt;&lt;span style="font-family:Arial;font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51); font-family: Arial;"&gt;    &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;strong&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="font-family:Arial;font-size:78%;color:blue;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: blue; font-family: Arial;"&gt;      2. &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;/strong&gt;&lt;strong&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;font-size:78%;color:blue;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: blue; font-family: Tahoma;" lang="TH"&gt;เครื่อง + ช่วงล่าง +&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;/strong&gt;&lt;strong&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="font-family:Arial;font-size:78%;color:blue;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: blue; font-family: Arial;" lang="TH"&gt; &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;/strong&gt;&lt;strong&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;font-size:78%;color:blue;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: blue; font-family: Tahoma;" lang="TH"&gt;เกียร์&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;/strong&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="font-family:Arial;font-size:78%;color:blue;"&gt;&lt;span style="font-weight: bold; font-size: 9pt; color: blue; font-family: Arial;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;span style="font-family:Arial;font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51); font-family: Arial;"&gt;          - &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51);" lang="TH"&gt;เครื่อง ถ้าเครื่องมีปัญหา หรือ หลวม&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Arial;font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51); font-family: Arial;" lang="TH"&gt; &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51);" lang="TH"&gt;จะเป็นอย่างนี้ เสียงดัง ไม่นิ่งรอบสูงบ้างต่ำบ้าง เวลาเครื่องร้อนเรา&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Arial;font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51); font-family: Arial;" lang="TH"&gt; &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51);" lang="TH"&gt;ก็ดูก้านวัดระดับน้ำมันเครื่องออกมา จะมีควันพุ่งออกมา หรือ&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Arial;font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51); font-family: Arial;" lang="TH"&gt; &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51);" lang="TH"&gt;น้ำมันเครื่องจะกระเซ็นกระสายเป็นละอองออกมาเอามือไปอัง ๆ ดูก็ได้&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Arial;font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51); font-family: Arial;"&gt;&lt;br /&gt;          - &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51);" lang="TH"&gt;เกียร์ ชุดส่งกำลัง คลัชต์ ถ้าเข้าเกียร์ ออกตัวแล้วสั่น แหงก ๆ กระตุก ๆ&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Arial;font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51); font-family: Arial;" lang="TH"&gt; &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51);" lang="TH"&gt;เข้าเกียร์ก็ยาก นั่นแหละมีปัญหา วิ่งๆ ไปมีเสียงประสาน หอนแหวกอากาศมาเข้าหูเรา&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Arial;font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51); font-family: Arial;" lang="TH"&gt; &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51);" lang="TH"&gt;เวลาเข้าเกียร์ว่าง รถจอดนิ่งๆ ไม่ดังก็นั่นแหละ เกียร์ไปแล้ว เกียร์ &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Arial;font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51); font-family: Arial;"&gt;auto &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51);" lang="TH"&gt;ก่อนเข้าเกียร์เหยียบเบรคคาไว้ เข้าเกียร์ตำแหน่ง &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Arial;font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51); font-family: Arial;"&gt;D &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51);" lang="TH"&gt;ไม่กระตุกกระชากก็พอได้เปราะหนึ่ง เข้าตำแหน่งเดิม &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Arial;font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51); font-family: Arial;"&gt;N &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51);" lang="TH"&gt;แล้วไป &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Arial;font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51); font-family: Arial;"&gt;R &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51);" lang="TH"&gt;ก็ไม่มีอาการอะไรก็แสดงว่าผ่านไปได้แล้ว &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Arial;font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51); font-family: Arial;"&gt;70 % &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51);" lang="TH"&gt;มาลองวิ่งดูว่าเกียร์ทำงานทุกเกียร์เปล่า ไม่ใช่เปลี่ยนแค่ &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Arial;font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51); font-family: Arial;"&gt;2 &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51);" lang="TH"&gt;เกียร์อันนี้เสร็จแน่&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Arial;font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51); font-family: Arial;" lang="TH"&gt; &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51);" lang="TH"&gt;ออกตัวก็เช่นกัน ออกตัวดีมั๊ย&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Arial;font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51); font-family: Arial;" lang="TH"&gt; &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51);" lang="TH"&gt;ถ้าต้องรอสักพักถึงเคลื่อนตัวได้แสดงว่ามันจะแย่อยู่นะ&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Arial;font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51); font-family: Arial;"&gt;&lt;br /&gt;          - &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51);" lang="TH"&gt;ช่วงล่าง&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Arial;font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51); font-family: Arial;" lang="TH"&gt; &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51);" lang="TH"&gt;เวลาขับไปเจอฝาท่อ เจอถนนคอนกรีตที่กร่อน มีหลุม บ่อเล็กๆ ลุยเข้าไปเลย&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Arial;font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51); font-family: Arial;" lang="TH"&gt; &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51);" lang="TH"&gt;เดี๋ยวเสียงกรุ กระ จะปรากฏถ้าไม่แน่น หรือ อาจสะท้านมาถึงพวงมาลัยเลยก็มี&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Arial;font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51); font-family: Arial;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p&gt;&lt;span style="font-family:Arial;font-size:78%;color:teal;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: teal; font-family: Arial;"&gt;        &lt;strong&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;&lt;span style="font-family: Arial;"&gt;  3. &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;strong&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;font-size:78%;color:teal;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: teal; font-family: Tahoma;" lang="TH"&gt;ภายในห้องโดยสาร&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;/strong&gt;&lt;span style="font-family:Arial;font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51); font-family: Arial;"&gt;&lt;br /&gt;          - &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51);" lang="TH"&gt;กลิ่น ถ้าเปิดรถปุ๊บ&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Arial;font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51); font-family: Arial;" lang="TH"&gt; &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51);" lang="TH"&gt;สิ่งแรกที่กระทบจมูกโด่ง ๆ ของเราคือกลิ่นอับ ๆ ชื้น ๆ แสดงว่าน้ำเข้ารถ&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Arial;font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51); font-family: Arial;" lang="TH"&gt; &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51);" lang="TH"&gt;ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เอายางปูพื้นออก ดูว่าพื้นพรมมีรอยชื้นของน้ำเปล่า ดูหมดทั้ง &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Arial;font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51); font-family: Arial;"&gt;4 &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51);" lang="TH"&gt;จุด&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Arial;font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51); font-family: Arial;"&gt;&lt;br /&gt;          - &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51);" lang="TH"&gt;ดูความเรียบร้อย คอนโซล แตกมั๊ย&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Arial;font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51); font-family: Arial;" lang="TH"&gt; &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51);" lang="TH"&gt;ช่องแอร์สมบูรณ์เปล่า&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Arial;font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51); font-family: Arial;"&gt;&lt;br /&gt;          - &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51);" lang="TH"&gt;แอร์ เปิดแอร์ เบอร์ &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Arial;font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51); font-family: Arial;"&gt;1-4 &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51);" lang="TH"&gt;เลยมันไล่ระดับความแรงหรือเปล่า แรงลมสำคัญจะบอกได้ว่าตันหรือเปล่า&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Arial;font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51); font-family: Arial;" lang="TH"&gt; &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51);" lang="TH"&gt;เปิดทิ้งไว้แล้วออกไปเดินดูรอบ ๆ รถ &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Arial;font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51); font-family: Arial;"&gt;5-6 &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51);" lang="TH"&gt;ชั่วโมง ไม่ใช่ &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Arial;font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51); font-family: Arial;"&gt;5&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51);" lang="TH"&gt;นาทีพอ&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Arial;font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51); font-family: Arial;" lang="TH"&gt; &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51);" lang="TH"&gt;แล้วเดินเข้าไปในรถก็จะรู้ว่าฉ่ำ หรือ ไม่ฉ่ำ&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Arial;font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51); font-family: Arial;" lang="TH"&gt; &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:78%;color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-size: 9pt; color: rgb(51, 51, 51);" lang="TH"&gt;มีเสียงอะไรดังผิดปรกติหรือเปล่าแอร์ตัดตามปกติมั๊ย ก็เท่านั้น&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5307417485713759266-7768320200577599955?l=raisaramak.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://raisaramak.blogspot.com/feeds/7768320200577599955/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://raisaramak.blogspot.com/2009/11/blog-post_386.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5307417485713759266/posts/default/7768320200577599955'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5307417485713759266/posts/default/7768320200577599955'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://raisaramak.blogspot.com/2009/11/blog-post_386.html' title='วิธีเลือกซื้อรถมือสอง'/><author><name>mixer</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17096518705531486329</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://4.bp.blogspot.com/_tshc1bf64uk/SmxUN5b2ZII/AAAAAAAAAAU/w4Eufop1EXA/S220/Picture+186_1.JPG'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5307417485713759266.post-1729535105493813091</id><published>2009-11-28T19:36:00.000-08:00</published><updated>2009-11-28T19:38:50.702-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='แจ้ง'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='รอยขีดข่วน'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ตำรวจ'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='รถหาย'/><title type='text'>รถหาย!! ทำไงดี?</title><content type='html'>‘รถยนต์’ อาจเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิตของบางคน เพราะสามารถเดินทางไปยังสถานที่ต่าง ๆ ด้วยความสะดวกสบาย ถ้าไม่มองในด้านของความสิ้นเปลืองเรื่องค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับรถยนต์ ทั้งค่าน้ำมัน ค่าดูแลรักษา หรือค่าประกันภัย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บางคนจะต้องเก็บเงิน สักก้อนเป็นเวลานานแค่ไหน หรือยอมเป็นลูกหนี้เพื่อผ่อนรถยนต์ไปนานเท่าไหร่...เงินจำนวนนั้นย่อมไม่ใช่ น้อยๆ จึงไม่แปลกที่รถยนต์ จะเป็นของสุดรัก ทรัพย์สุดหวง!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เคยลองคิด กันบ้างหรือไม่? หากรถยนต์คู่ใจหาย ถูกงัด ถูกกรีด คุณจะทำอย่างไร...มันอาจจะไม่ใช่เรื่องที่เพิ่งเกิด บางคนอาจจะคิดว่ามันเป็นเรื่องไกลตัว มีความเป็นไปได้เพียงน้อยนิดที่จะเกิดขึ้นกับคุณ เพราะคุณมีความรอบคอบเพียงพอในการจอดรถ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ถ้ามันเกิดขึ้นในสถานที่จอดรถ ซึ่งคุณคิดว่ามันปลอดภัยดีแล้วล่ะ?...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผู้ มีประสบการณ์ เล่าให้ฟังว่า “เมื่อ 3 เดือนที่แล้ว ได้แวะไปซื้อของ ทานข้าวที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งเป็นปกติ เนื่องจากใกล้บ้าน โดยช่วงเวลาที่เข้าไปใช้บริการนั้น อยู่ในช่วงบ่ายของวันหยุดสุดสัปดาห์ ผมจอดรถที่ชั้นใต้ดิน บี2 ใกล้กับประตูทางเข้า แต่มีเสาบังอยู่ต้นหนึ่ง ที่เลือกจอดตรงนั้นก็ไม่ได้คิดมากอะไร เห็นว่าว่างอยู่พอดี ผมล็อกเกียร์ ล็อกพวงมาลัย ล็อกรถและก็ตรวจตราอย่างดีแล้วก่อนเข้าไปยังตัวห้าง ผมใช้เวลาอยู่ในห้างไม่เกิน 2 ชั่วโมง จากนั้นกลับมาที่รถก็ไม่ทันได้ดูความเรียบร้อยอย่างอื่น พอขับรถถึงบ้านรถปรากฏว่า...ตัวอักษรรุ่นของรถหายไปหมดทุกตัว ฝาครอบล้อที่มีสัญลักษณ์ยี่ห้อหายหมดทั้ง 4 ล้อ...”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ผมรีบโทรไปที่ ฝ่ายรปภ.ของห้างฯ ซึ่งเป็นบริษัทเอกชนที่ห้างจ้างให้ดูแลเรื่องความปลอดภัยอีกทอดหนึ่ง หัวหน้ารปภ.บอกให้ผมไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ แล้วนำบันทึกมาให้เขา พร้อมกับสอบถามรายละเอียดว่าจอดตรงไหน เข้า-ออกกี่โมง แล้วเขาจะไปดูที่กล้องวงจรปิดให้...ขณะที่ผมอยู่ที่สถานีตำรวจ เจ้าหน้าที่ตำรวจบอกกับผมว่า ที่ห้างฯนี้มีมาหลายครั้งแล้ว ทั้งงัดกระจกมองข้าง งัดโลโก้ หรือกรณีเดียวกับผมก็มี”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เมื่อผมนำ เอกสารไปให้รปภ.ของห้างฯ เขาก็อ้างว่า ตรวจดูที่วงจรปิดพบว่าเห็นรถของผมจริง แต่กล้องวงจรปิดไม่สามารถบันทึกภาพในมุมที่สามารถมองเห็นว่ามีคนร้ายมางัด แงะได้ (มุมกล้องอยู่สูงกว่า) แล้วพูดกับผมว่า เขาจะยื่นเรื่องไปให้ ต้องรอการพิจารณาประมาณ 15 วัน พร้อมกับบ่นว่า เดี๋ยวนี้ห้างให้ลดจำนวนรปภ. เหลือแค่ชั้นละ 2 คน ไม่ต้องแจกบัตรจอดรถ ผมจึงพูดย้อนกลับไปว่า... “ผมมาใช้บริการที่นี่บ่อย แต่นับครั้งได้เลยว่าผมเจอรปภ.เดินตรวจแค่กี่ครั้ง”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;…และจนถึงตอนนี้ ผมก็ยังไม่ได้รับการติดต่อจากหัวหน้ารปภ.ตามที่เขาบอก”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วนอีกกรณีหนักกว่ารายแรก เพราะ รถหาย!! ของจริง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผู้ เสียหาย เล่าว่า เป็นเจ้าของรถกระบะรุ่นและยี่ห้อยอดนิยม ซึ่งซื้อร่วมกับเพื่อนสนิทชาวต่างชาติ ชื่อเจ้าของรถจึงเป็นชื่อของเธอ..ในวันเกิดเหตุ เพื่อนของเธอได้ยืมรถไปใช้ โดยแวะไปทานข้าวที่ห้างสรรพสินค้าย่านชานเมืองแห่งหนึ่ง หลังจากจอดรถเสร็จเรียบร้อย ก็จัดการเก็บบัตรจอดรถไว้ในรถซึ่งเป็นที่ลับตาคน ที่ไม่อยากนำบัตรจอดลงไปด้วยเนื่องจากกลัวทำหล่นหาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จากนั้นก็เดิน เข้าตัวห้างไป โดยใช้เวลาอยู่ในนั้นไม่นาน พอกลับมาที่ลานจอดรถ พบว่า รถหายไปแล้ว จึงรีบโทรศัพท์บอกเพื่อนที่เป็นเจ้าของรถ เพราะทำอะไรไม่ถูก เพื่อนจึงแนะนำให้ไปแจ้งรปภ. เธอจึงทำตามที่บเพื่อนบอก พร้อมกับไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ ตำรวจรับแจ้งความและส่งตำรวจมาที่ห้างกับเธอ เพื่อตรวจสอบที่เกิดเหตุและดูภาพจากกล้องวงจรปิด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปรากฏว่า...บริเวณ ที่จอดรถ ไม่มีกล้องวงจรปิดติดอยู่ มีแต่เฉพาะบริเวณตู้ยามรับบัตรคืน กล้องบริเวณตู้ยามสามารถบันทึกภาพนาทีที่คนร้ายนำรถออกไปได้ แต่โชคร้าย เพราะวงจรปิดมีมุมกล้องที่บันทึกให้เห็นเพียงบริเวณแขนของคนร้ายเท่านั้น ซึ่งคาดว่าเป็นผู้ชาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จากนั้นเธอโทรศัพท์แจ้งเหตุไปยังสถานีวิทยุ ชื่อดังหลายแห่ง ซึ่งไม่นานก็มีคนแจ้งไปยังสถานีวิทยุเหล่านั้นว่า รถจักยานยนต์หายที่ห้างฯเดียวกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เธอเปิดเผยความรู้สึกว่า “แน่นอนว่าทางเราก็ประมาทตรงที่ไม่นำบัตรจอดรถติดตัวไว้ และจากที่รับรู้ว่านอกจากรถของเรา รถของคนอื่นก็ยังถูกขโมยในเวลาใกล้เคียงกัน สถานที่เดียวกัน แต่ไม่มีใครทำอะไรได้ เสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นมาก เพราะรถเป็นสิ่งที่มีความจำเป็น และไม่ใช่ของถูกๆ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พร้อมกันนี้ เธอได้ฝากข้อคิดเกี่ยวกับเรื่องของประกันภัยรถยนต์ เนื่องจากเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้รู้ว่า ควรตรวจสอบและเปรียบเทียบรายละเอียดของบริษัทประกันภัยต่าง ๆ ก่อน เช่น ระยะเวลาในการชดใช้ค่าเสียหาย เพราะบริษัทประกันชื่อดังแห่งหนึ่งที่มีส่วนรับผิดชอบรถของเธอ ปล่อยให้เธอผ่อนกุญแจก่อนพิจารณานานถึง 4 เดือน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้คำแนะนำสำหรับผู้ที่นำรถไปจอดในห้างสรรพสินค้า ว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. สำหรับห้างฯ ที่มีการมอบบัตรจอดรถ ทั้งที่คิด และไม่คิดค่าจอดรถ ให้เจ้าของรถอ่านข้อตกลงที่มีระบุไว้อย่างละเอียด และควรเก็บบัตรจอดรถไว้กับตัว อย่าเก็บไว้ภายในรถเด็ดขาด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. เลือกบริเวณจอดรถที่มีไฟสว่าง มีกล้องวงจรปิด ไม่ใช่มุมอับ มีเสาบัง หรือเปลี่ยว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3. ก่อนลงจากรถควรล็อกรถ หรืออุปกรณ์กันขโมยให้เรียบร้อย และก่อนออกจากห้างฯ ควรเดินดูรอบรถว่ามีสิ่งปกติหรือไม่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;4. กรณีที่รถมีความผิดปกติ เช่น มีรอยขีดข่วน อุปกรณ์หาย หรือรถหาย อย่าเพิ่งขับรถออกจากห้าง ให้แจ้งรปภ.รับทราบ และหากสะดวกถ่ายภาพก็ควรถ่ายเอาไว้ และอย่าเคลื่อนย้ายรถ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;5. รปภ.มักจะแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ในที่เกิดเหตุ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย เช่น นำผู้เสียหายไปแจ้งความ ลงบันทึกประจำวัน นำหลักฐานมาขอดูภาพวงจรปิด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่สำคัญ ห้างฯ ส่วนใหญ่มักจะกำหนดในข้อตกลงว่าจะไม่ขอรับผิดชอบใด ๆ ซึ่งมีนัยว่า เขาต้องการเป็นเพียงพยานเท่านั้น ดังนั้นจึงยากที่จะเรียกค่าเสียหายจากห้างฯ จำไว้!!&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5307417485713759266-1729535105493813091?l=raisaramak.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://raisaramak.blogspot.com/feeds/1729535105493813091/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://raisaramak.blogspot.com/2009/11/blog-post_2174.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5307417485713759266/posts/default/1729535105493813091'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5307417485713759266/posts/default/1729535105493813091'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://raisaramak.blogspot.com/2009/11/blog-post_2174.html' title='รถหาย!! ทำไงดี?'/><author><name>mixer</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17096518705531486329</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://4.bp.blogspot.com/_tshc1bf64uk/SmxUN5b2ZII/AAAAAAAAAAU/w4Eufop1EXA/S220/Picture+186_1.JPG'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5307417485713759266.post-5637293989259956850</id><published>2009-11-28T19:26:00.000-08:00</published><updated>2009-11-28T19:28:52.925-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ป้ายแนะนำทั่วไป'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เส้นเครื่องหมายบนพื้นทาง'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ป้ายทางหลวงพิเศษ'/><title type='text'>เครื่องหมายจราจร2</title><content type='html'>&lt;table align="center"&gt;&lt;tbody&gt;&lt;tr align="center" bgcolor="#dddddd"&gt;&lt;td&gt;เส้นเครื่องหมายบนพื้นทาง&lt;/td&gt; &lt;/tr&gt; &lt;tr align="center"&gt;  &lt;td&gt;&lt;img src="http://www.rtaf.mi.th/rtaf-travel/0/small/sign3.gif" alt="" border="0" width="271" height="800" /&gt;&lt;/td&gt; &lt;/tr&gt; &lt;/tbody&gt;&lt;/table&gt;       &lt;table align="center"&gt;&lt;tbody&gt;&lt;tr align="center" bgcolor="#dddddd"&gt;  &lt;td&gt;ป้ายแนะนำทั่วไป และป้ายทางหลวงพิเศษ&lt;/td&gt; &lt;/tr&gt; &lt;tr align="center"&gt;  &lt;td&gt;&lt;img src="http://www.rtaf.mi.th/rtaf-travel/0/small/sign4.gif" alt="" border="0" width="600" height="210" /&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;/tbody&gt;&lt;/table&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5307417485713759266-5637293989259956850?l=raisaramak.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://raisaramak.blogspot.com/feeds/5637293989259956850/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://raisaramak.blogspot.com/2009/11/2.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5307417485713759266/posts/default/5637293989259956850'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5307417485713759266/posts/default/5637293989259956850'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://raisaramak.blogspot.com/2009/11/2.html' title='เครื่องหมายจราจร2'/><author><name>mixer</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17096518705531486329</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://4.bp.blogspot.com/_tshc1bf64uk/SmxUN5b2ZII/AAAAAAAAAAU/w4Eufop1EXA/S220/Picture+186_1.JPG'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5307417485713759266.post-3247121314412198011</id><published>2009-11-28T19:24:00.000-08:00</published><updated>2009-11-28T19:25:12.328-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ป้ายบังคับ'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ป้ายเืตือน'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เครื่องหมายจราจร'/><title type='text'>เครื่องหมายจราจร</title><content type='html'>&lt;table align="center"&gt;&lt;tbody&gt;&lt;tr align="center" bgcolor="#dddddd"&gt;&lt;td&gt;ป้ายบังคับ&lt;/td&gt;  &lt;td&gt;ป้ายเตือน&lt;/td&gt; &lt;/tr&gt; &lt;tr align="center"&gt;  &lt;td&gt;&lt;img src="http://www.rtaf.mi.th/rtaf-travel/0/small/sign1.gif" alt="" border="0" width="271" height="800" /&gt;&lt;/td&gt;  &lt;td&gt;&lt;img src="http://www.rtaf.mi.th/rtaf-travel/0/small/sign2.gif" alt="" border="0" width="379" height="800" /&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;/tbody&gt;&lt;/table&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5307417485713759266-3247121314412198011?l=raisaramak.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://raisaramak.blogspot.com/feeds/3247121314412198011/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://raisaramak.blogspot.com/2009/11/blog-post_1380.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5307417485713759266/posts/default/3247121314412198011'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5307417485713759266/posts/default/3247121314412198011'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://raisaramak.blogspot.com/2009/11/blog-post_1380.html' title='เครื่องหมายจราจร'/><author><name>mixer</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17096518705531486329</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://4.bp.blogspot.com/_tshc1bf64uk/SmxUN5b2ZII/AAAAAAAAAAU/w4Eufop1EXA/S220/Picture+186_1.JPG'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5307417485713759266.post-5021504710172322697</id><published>2009-11-28T19:22:00.000-08:00</published><updated>2009-11-28T19:24:08.795-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='สภาพรถ'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='รถยนต์'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ถนน'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='แอร์'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ประหยัด'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เส้นทาง'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='สัญญาณ'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ปลอดภัย'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ขับรถ'/><title type='text'>ขับรถให้ประหยัดและปลอดภัย</title><content type='html'>&lt;table bgcolor="White" border="0" cellpadding="5" cellspacing="0" width="100%"&gt;&lt;tbody&gt;&lt;tr&gt;&lt;td class="blue1"&gt;&lt;dd&gt;วิธีการขับรถอย่างประหยัดและปลอดภัยเพื่อช่วยให้ท่านผู้ใช้รถประหยัด เงินทองและช่วยชาติในการประหยัดพลังงานซึ่งมีอยู่หลายวิธีการด้วยกัน อาทิเช่น &lt;p&gt;&lt;img src="http://www.rtaf.mi.th/rtaf-travel/orange.gif" alt="" border="0" width="16" height="16" /&gt;&lt;span style="font-size:+1;color:#ff0000;"&gt;ใช้เกียร์ให้ถูกต้อง&lt;/span&gt;   &lt;/p&gt;&lt;/dd&gt;&lt;dd&gt;เกียร์ แต่ละระดับจะต้องมีความสัมพันธ์กับความเร็วของรถ ถ้าท่านลากเกียร์ต่ำนานๆ หรือเปลี่ยนเป็นเกียร์สูงในขณะที่ความเร็วของรถยังไม่พอ เป็นสาเหตุให้เปลืองน้ำมัน และถ้าเลี้ยงคลัทช์ขณะจอดรถ ติดสะพาน หรือรอสัญญาณจราจรนั้น ก็จะทำให้สิ้นเปลืองคลัทช์ และน้ำมัน ควรหลีกเลี่ยง โดยใช้การเหยียบเบรคและเบรคมือช่วยแทน &lt;p&gt;&lt;img src="http://www.rtaf.mi.th/rtaf-travel/orange.gif" alt="" border="0" width="16" height="16" /&gt;&lt;span style="font-size:+1;color:#ff0000;"&gt;เปิดแอร์เท่าที่จำเป็น&lt;/span&gt;   &lt;/p&gt;&lt;/dd&gt;&lt;dd&gt;แอร์ รถยนต์เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้สำหรับสภาพอากาศร้อนระอุบนถนนเมืองไทย แต่รถที่ใช้แอร์จะเปลืองน้ำมันมากกว่ารถที่ไม่ได้แอร์อย่างน้อย 10% ขึ้นไป วิธีประหยัดน้ำมันก็คือ เลือกเปิดแอร์เฉพาะเวลาที่จำเป็นเท่านั้น ถ้าอากาศภายนอกเย็น แอร์รถยนต์ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเปิดใช้เลย &lt;p&gt;&lt;img src="http://www.rtaf.mi.th/rtaf-travel/orange.gif" alt="" border="0" width="16" height="16" /&gt;&lt;span style="font-size:+1;color:#ff0000;"&gt;ตรวจสอบลมยาง&lt;/span&gt;   &lt;/p&gt;&lt;/dd&gt;&lt;dd&gt;รถ แต่ละชนิดใช้ขนาดยางและแรงอัดลมยางไม่เท่ากัน ท่านควรหมั่นตรวจสอบยางทั้งสี่ล้อของท่านอยู่เสมอ ให้ได้แรงอัดจำนวนปอนด์ต่อตารางนิ้วเท่าที่กำหนดไว้ เพราะว่าถ้าปล่อยให้ยางอ่อนเกินไป จะเพิ่มความฝืดให้กับรถทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันมาก &lt;p&gt;&lt;img src="http://www.rtaf.mi.th/rtaf-travel/orange.gif" alt="" border="0" width="16" height="16" /&gt;&lt;span style="font-size:+1;color:#ff0000;"&gt;กำหนดเส้นทางขับ&lt;/span&gt;   &lt;/p&gt;&lt;/dd&gt;&lt;dd&gt;ก่อน ออกรถ ท่านควรจะกำหนดเส้นทาง หรือใช้คู่มือแผนที่เพื่อกำหนดเส้นทางไว้ก่อนทุกครั้ง เพื่อที่จะได้ระยะทางสั้นที่สุดที่จะประหยัดเวลาของท่านให้ได้มากที่สุด และที่สำคัญก็คือช่วยประหยัดน้ำมันให้ท่านมากที่สุดด้วย &lt;p&gt;&lt;img src="http://www.rtaf.mi.th/rtaf-travel/orange.gif" alt="" border="0" width="16" height="16" /&gt;&lt;span style="font-size:+1;color:#ff0000;"&gt;ตรวจสภาพรถ&lt;/span&gt;   &lt;/p&gt;&lt;/dd&gt;&lt;dd&gt;หมั่น ตรวจสอบและสังเกตุสภาพรถอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์ น้ำมันเฟืองท้าย ไฟหน้า ไฟท้ายรถ ยางรถ ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ล้วนมีความสำคัญมาก เมื่อส่วนหนึ่งชำรุดเสียหาย ส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องก็จะเสียหายตามไปด้วย ท่านจึงควรมีเวลาตรวจสอบรถของท่านอย่างน้อยอาทิตย์ละครั้งหรือนำรถไปให้อู่ หรือสถานีบริการน้ำมัน ซึ่งจะมีช่างผู้ชำนาญและคอยให้คำแนะนำ เพื่อให้รถของท่านมีความมั่นคงแข็งแรงใช้งานได้อย่างมั่นใจตลอดการเดินทาง &lt;p&gt;&lt;img src="http://www.rtaf.mi.th/rtaf-travel/orange.gif" alt="" border="0" width="16" height="16" /&gt;&lt;span style="font-size:+1;color:#ff0000;"&gt;ใช้รถร่วมกัน&lt;/span&gt;   &lt;/p&gt;&lt;/dd&gt;&lt;dd&gt;ควร ใช้รถร่วมกันกับมิตรสหาย หรือเพื่อนบ้าน หากท่านมองดูรอบๆ ตัว บนท้องถนนในเวลาปกติ ท่านจะเห็นว่ารถติดแน่นไปหมด และส่วนใหญ่ในรถแต่ละคันนั้นมักจะมีเจ้าของนั่งขับอยู่เพียงคนเดียว หากเราหันหน้าเข้าหามิตรสหายหรือเพื่อนบ้านที่อยู่บนเส้นทางเดียวกันและตกลง ที่จะผลัดกันใช้รถร่วมกัน ท่านจะประหยัดค่าใช้จ่ายอย่างมหาศาล ทั้งเป็นการช่วยลดการจราจรที่ติดขัดได้อย่างมากอีกด้วย &lt;p&gt;&lt;img src="http://www.rtaf.mi.th/rtaf-travel/orange.gif" alt="" border="0" width="16" height="16" /&gt;&lt;span style="font-size:+1;color:#ff0000;"&gt;รักษากฎจราจร&lt;/span&gt;   &lt;/p&gt;&lt;/dd&gt;&lt;dd&gt;ต้อง รักษากฎจราจรโดยเคร่งครัด เพราะโดยมากอุบัติเหตุและการจราจรติดขัดมักจะมีสาเหตุมาจากการไม่เคารพกฎ จราจร เช่น การแซงรถในที่คับขัน การไม่รักษาเส้นทาง การไม่ให้สัญญาณที่ถูกต้องเมื่อจะเปลี่ยนเส้นทาง ขาดมารยาทการขับรถที่ดีและไม่มีน้ำใจในการขับรถ แม้ว่าจะเป็นสิ่งเล็กน้อย แต่สิ่งเล็กน้อยเหล่านี้เป็นสิ่งที่เราจะต้องใส่ใจและมีน้ำใจ เพื่อรักษาชีวิตและทรัพย์สินบนท้องถนนไว้ให้ปลอดภัย &lt;p&gt;&lt;img src="http://www.rtaf.mi.th/rtaf-travel/orange.gif" alt="" border="0" width="16" height="16" /&gt;&lt;span style="font-size:+1;color:#ff0000;"&gt;ให้สัญญาณ&lt;/span&gt;   &lt;/p&gt;&lt;/dd&gt;&lt;dd&gt;บอก ให้คนอื่นทราบ เมื่อท่านขับรถบนท้องถนน หรือเดาได้ว่าท่านจะทำอะไรหรือไปทางไหน เช่น ชะลอรถและชิดซ้าย เมื่อจะเข้าซอยซ้ายมือ เมื่อจะเลี้ยวขวาก็ให้สัญญาณเลี้ยวขวา และชะลอรถชิดขอบทางด้านขวา เมื่อท่านจะแซงก็ต้องให้สัญญาณล่วงหน้าอย่างถูกต้อง &lt;p&gt;&lt;img src="http://www.rtaf.mi.th/rtaf-travel/orange.gif" alt="" border="0" width="16" height="16" /&gt;&lt;span style="font-size:+1;color:#ff0000;"&gt;อย่าขับรถเร็ว&lt;/span&gt;   &lt;/p&gt;&lt;/dd&gt;&lt;dd&gt;ถ้า เราขับรถเร็ว เราก็จะบังคับรถลำบากขึ้นโอกาสที่จะประสบอุบัติเหตุก็สูง แม้ว่าท่านจะขับรถเก่งและรู้กฎจราจรดี แต่ถ้าเร่งความเร็วของรถเพื่อแข่งกับเวลาหรือเพื่อจุดประสงค์อื่นใดก็ตาม พึงระลึกอยู่เสมอว่า "ช้าสักนิด ชีวิตปลอดภัย" &lt;p&gt;&lt;img src="http://www.rtaf.mi.th/rtaf-travel/orange.gif" alt="" border="0" width="16" height="16" /&gt;&lt;span style="font-size:+1;color:#ff0000;"&gt;ระวังถนนลื่น&lt;/span&gt;   &lt;/p&gt;&lt;/dd&gt;&lt;dd&gt;ฝน ตก ถนนลื่น ถนนที่เป็นอันตราย ก็คือถนนที่เปียกชื้น ขณะฝนตกหรือหลังจากฝนตกใหม่ๆ เพราะถนนลื่นและทัศนวิสัยไม่ดี ควรขับรถให้ช้าลงและเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้นเป็นพิเศษ &lt;p&gt;&lt;img src="http://www.rtaf.mi.th/rtaf-travel/orange.gif" alt="" border="0" width="16" height="16" /&gt;&lt;span style="font-size:+1;color:#ff0000;"&gt;ใช้เกียร์ช่วยบังคับรถ&lt;/span&gt;   &lt;/p&gt;&lt;/dd&gt;&lt;dd&gt;การ ฝึกการใช้เกียร์ช่วยบังคับรถ โดยเปลี่ยนเกียร์ต่ำลงมาจะเพิ่มความปลอดภัย และช่วยลดอุบัติเหตุได้ ผู้ขับรถบางคนติดนิสัยที่จะต้องปลดเกียร์ว่างหรือเหยียบคลัทช์พร้อมๆ กับเบรคเสมอ วิธีนี้ทำให้รถเสียการทรงตัวได้ง่าย ถ้ารถเบรคในขณะที่ถนนไม่อยู่ในสภาพที่ดีพอ &lt;p&gt;&lt;img src="http://www.rtaf.mi.th/rtaf-travel/orange.gif" alt="" border="0" width="16" height="16" /&gt;&lt;span style="font-size:+1;color:#ff0000;"&gt;ร่างกายและจิตใจต้องพร้อม&lt;/span&gt;   &lt;/p&gt;&lt;/dd&gt;&lt;dd&gt;หาก ขับรถเมื่อสภาพร่างกายและจิตใจพร้อม โดยเมาไม่ขับหรือกินยาระงับประสาท หรือง่วงนอน อุบัติเหตุจะเกิดขึ้นได้ง่าย ท่านควรจะหยุดจอดในที่ปลอดภัยหรือจอดล้างหน้า หรือหาที่พักได้ที่ป้อมตำรวจทางหลวง แล้วค่อยขับรถต่อ ลดความเร็วลง เปิดกระจกให้อากาศภายในรถถ่ายเทได้สะดวก &lt;p&gt;&lt;img src="http://www.rtaf.mi.th/rtaf-travel/orange.gif" alt="" border="0" width="16" height="16" /&gt;&lt;span style="font-size:+1;color:#ff0000;"&gt;การใช้ไฟให้ถูกต้อง&lt;/span&gt;   &lt;/p&gt;&lt;/dd&gt;&lt;dd&gt;ขณะ ขับรถในเวลาค่ำคืน จะช่วยลดอุบัติเหตุในกรณีที่มีรถวิ่งสวนทางมาท่านควรจะใช้ไฟสูง-ต่ำสลับกัน เตือนเสียแต่เนิ่นๆ เพื่อช่วยปลุกให้ผู้ที่ขับรถสวนมาตื่นจากภวังค์ และขณะรถสวนกันท่านจะต้องใช้ไฟต่ำพร้อมกับลดความเร็่วลง การใช้ไฟสูงขณะขับรถสวนกันเป็นอันตรายมาก เพราะทำให้ผู้ขับรถสวนมาตาพร่ามัวก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย &lt;/dd&gt;&lt;dd class="green"&gt;ข้อควรปฏิบัติเหล่านี้ ถ้านำไปใช้อย่างสม่ำเสมอก็จะมีประโยชน์ต่อผู้ใช้รถใช้ถนนได้บ้างตามสมควร แต่มีคติอยู่ข้อหนึ่งที่ควรยึดถือเป็นหลักประจำใจนั่นคือ "ปลอดภัยไว้ก่อน" &lt;/dd&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;/tbody&gt;&lt;/table&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5307417485713759266-5021504710172322697?l=raisaramak.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://raisaramak.blogspot.com/feeds/5021504710172322697/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://raisaramak.blogspot.com/2009/11/blog-post_8385.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5307417485713759266/posts/default/5021504710172322697'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5307417485713759266/posts/default/5021504710172322697'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://raisaramak.blogspot.com/2009/11/blog-post_8385.html' title='ขับรถให้ประหยัดและปลอดภัย'/><author><name>mixer</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17096518705531486329</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://4.bp.blogspot.com/_tshc1bf64uk/SmxUN5b2ZII/AAAAAAAAAAU/w4Eufop1EXA/S220/Picture+186_1.JPG'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5307417485713759266.post-2528717524332378960</id><published>2009-11-28T19:13:00.000-08:00</published><updated>2009-11-28T19:22:42.670-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='น้ำกลั่น'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='หม้อน้ำ'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='รถยนต์'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='น้ำมันเชื้อเพลิง'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ยาง'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เบรค'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เดินทางไกล'/><title type='text'>การขับรถยนต์เดินทางไกล</title><content type='html'>&lt;span style="font-size:+1;color:#ff0000;"&gt;การเตรียมรถยนต์ก่อนออกเดินทาง&lt;/span&gt;   &lt;table bgcolor="White" border="0" cellpadding="5" cellspacing="0" width="100%"&gt;&lt;tbody&gt;&lt;tr&gt;&lt;td class="blue1"&gt;&lt;dd&gt;&lt;li type="square"&gt;ยาง สิ่งจำเป็นที่ต้องหมั่นตรวจสอบ ต้องเป็นยางที่อยู่ในสภาพดี และสิ่งที่ไม่ควรลืมก็คือยางอะไหล่ ที่ต้องเตรียมให้พร้อมอยู่เสมอ   &lt;/li&gt;&lt;/dd&gt;&lt;dd&gt;&lt;li type="square"&gt;เบรก ตรวจตราให้มีความสมบูรณ์ และใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ ควรตรวจเช็คน้ำมันเบรค จานเบรก ปั๊มลม และควรมีน้ำมันเบรกสำรองไว้ด้วย   &lt;/li&gt;&lt;/dd&gt;&lt;dd&gt;&lt;li type="square"&gt;น้ำในหม้อน้ำ ให้อยู่ในระดับมาตรฐานเสมอ   &lt;/li&gt;&lt;/dd&gt;&lt;dd&gt;&lt;li type="square"&gt;น้ำกลั่นในหม้อน้ำแบตเตอรี่ ให้อยู่ในระดับที่กำหนดไว้ ควรมีน้ำสำรองเก็บไว้ด้วย   &lt;/li&gt;&lt;/dd&gt;&lt;dd&gt;&lt;li type="square"&gt;กระจกมองข้างทั้ง 2 ด้าน และกระจกมองหลังให้อยู่ในสภาพที่มองเห็นได้ชัดเจน   &lt;/li&gt;&lt;/dd&gt;&lt;dd&gt;&lt;li type="square"&gt;น้ำมันเครื่อง ควรตรวจสอบว่าขาดหรือพร่องไปหรือไม่ ควรเติมให้ถึงขีดมาตรฐาน และควรมีสำรองติดรถไว้ด้วย   &lt;/li&gt;&lt;/dd&gt;&lt;dd&gt;&lt;li type="square"&gt;น้ำมันเชื้อเพลิง ควรเติมให้เต็ม และควรคาดคะเน ตามเข็มวัดน้ำมัน และจำเป็นต้องเติมในจุดที่เหมาะสม   &lt;/li&gt;&lt;/dd&gt;&lt;dd&gt;&lt;li type="square"&gt;เครื่องมือประจำรถและอะไหล่ต่างๆ ต้องมีติดรถไว้ให้พร้อมเสมอ   &lt;/li&gt;&lt;/dd&gt;&lt;dd&gt;&lt;li type="square"&gt;เครื่องมือพยาบาล ติดรถไว้กรณีฉุกเฉิน หรือในกรณีเกิดอุบัติเหตุเล็กน้อย   &lt;p&gt;&lt;img src="http://www.rtaf.mi.th/rtaf-travel/orange.gif" alt="" border="0" width="16" height="16" /&gt;&lt;span style="font-size:+1;color:#ff0000;"&gt;ข้อคิดยามเดินทางไกล&lt;/span&gt;   &lt;/p&gt;&lt;/li&gt;&lt;/dd&gt;&lt;dd&gt;&lt;li type="square"&gt;ควร แจ้งกำหนดการ ให้ผู้ที่อยู่ทางบ้าน และปลายทางทราบเสมอ เมื่อต้องการเดินทางไกล เพื่อตรวจสอบ เมื่อมีเหตุ หรือเห็นว่าผิดปกติ เช่นล่าช้ากว่ากำหนด และเมื่อถึงปลายทางแล้ว ควรแจ้งให้ทางบ้านทราบด้วย &lt;/li&gt;&lt;/dd&gt;&lt;dd&gt;&lt;li type="square"&gt;ข้อเตือนใจสำหรับนักเดินทาง ถ้าเส้นทางใดท่านไม่คุ้นเคย หรือต้องเดินทางตามลำพังในที่เปลี่ยว ไม่ควรไปในเส้นทางนั้น   &lt;/li&gt;&lt;/dd&gt;&lt;dd&gt;&lt;li type="square"&gt;อย่าหยุดรถ หรือแวะรับคนข้างทางในที่เปลี่ยวโดยไม่จำเป็น   &lt;/li&gt;&lt;/dd&gt;&lt;dd&gt;&lt;li type="square"&gt;นัก เดินทางหลายรายเคยพบสิ่งไม่คาดคิด เมื่อคนร้ายอาจจะแกล้งขับรถชนท้ายรถท่านเพื่อให้ลงมาเจรจา แล้วใช้อาวุธปืนจี้ ปล้น เมื่อเกิดเหตุการณ์ทำนองนี้ ไม่ควรหยุดรถ แต่ควรเดินทางต่อไปจนถึงป้อมตำรวจ &lt;/li&gt;&lt;/dd&gt;&lt;dd&gt;&lt;li type="square"&gt;ศึกษาเส้นทาง หรือสอบถามเส้นทางจากผู้รู้ให้ละเอียด เพื่อที่จะไม่ต้องเสียเวลาเดินทางย้อนกลับทางเดิม   &lt;/li&gt;&lt;/dd&gt;&lt;dd&gt;&lt;li type="square"&gt;การแซงรถ ควรปฏิบัติตามกฎจราจรเสมอ ไม่ควรแซงตรงทางแยก บนเนินเขา บนทางโค้ง และบนสะพาน   &lt;p&gt;&lt;img src="http://www.rtaf.mi.th/rtaf-travel/orange.gif" alt="" border="0" width="16" height="16" /&gt;&lt;span style="font-size:+1;color:#ff0000;"&gt;ข้อปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน&lt;/span&gt;   &lt;/p&gt;&lt;/li&gt;&lt;/dd&gt;&lt;dd&gt;&lt;li type="square"&gt;กรณี กระจกแตก เมื่อถูกก้อนหิน ก้อนกรวดกระเด็นมาถูกกระจกแตก ข้อควรปฏิบัติคือ ชะลอความเร็วของรถ แล้วเข้าข้างทางทันที ถ้าเป็นกระจก 2 ชั้นยังพอจะขับต่อไปได้ หรืออาจจะทุบกระจกรถเก่าออกให้หมด แล้วโกยเศษแก้วออกมาให้มากที่สุด เมื่อต้องการจะขับรถต่อไปอีก ให้ไขกระจกข้างขึ้นจนมิด เพื่อป้องกันอาการส่ายของรถบนถนน &lt;/li&gt;&lt;/dd&gt;&lt;dd&gt;&lt;li type="square"&gt;กรณีสุนัขวิ่งตัดหน้า ถ้าชะลอไม่ทันอาจจำเป็นต้องตัดสินใจชน มิฉะนั้นรถอาจเสียหลักได้ ถ้ากรณีที่เป็นสัตว์ใหญ่ไม่ควรบีบแตร เพราะจะทำให้สัตว์เหล่านั้นตกใจ และย้อนมาทำอันตรายได้ &lt;/li&gt;&lt;/dd&gt;&lt;dd&gt;&lt;li type="square"&gt;กรณีหม้อน้ำรั่ว ถ้าหาอู่ไม่ได้ ให้ใช้วิธีการ โดยนำเอาสบู่ มาอุดรูรั่วไว้ก่อน เติมน้ำจนเต็ม แล้วขับไปให้อู่ซ่อมแซม   &lt;/li&gt;&lt;/dd&gt;&lt;dd&gt;&lt;li type="square"&gt;กรณี ยางระเบิด เมื่อยางระเบิดกะทันหัน ต้องพยายามถือพวงมาลัยไว้ให้มั่นคง และพยายามบังคับรถเข้าข้างทางอย่างปลอดภัย และไม่ควรใช้เบรกอย่างกะทันหัน เพราะจะทำให้รถเสียหลักพลิกคว่ำ ควรใช้เกียร์เป็นตัวชะลอความเร็ว โดยเปลี่ยนเป็นเกียร์ต่ำทันที กรณียางระเบิดที่ล้อหลังท้ายรถจะส่าย ควรถือพวงมาลัยให้มั่นคง และรักษาทิศทางให้ตรง ก็สามารถแก้ไขปัญหาได้ พยายามย้ำเบรกหลายๆ ครั้งติดกัน เพื่อให้น้ำหนักตกอยู่ข้างล้อที่ใช้งานได้ กรณียางระเบิดที่ล้อหน้า พยายามจับพวงมาลัยให้มั่นคง ใช้เบรกให้เบาที่สุด ถ้าแฉลบไปทางใดต้องคืนพวงมาลัยกลับมาให้ตรงทิศทาง จนกว่าจะนำเข้าข้างทางเรียบร้อย &lt;/li&gt;&lt;/dd&gt;&lt;dd&gt;&lt;li type="square"&gt;กรณีคันเร่งน้ำมันค้าง ให้ใช้เบรกช่วยโดยไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวกับคลัตช์ เพราะเมื่อเหยียบคลัตช์ จะทำให้รอบเครื่องยนต์สูงขึ้นทันที อาจจะทำให้เกิดความเสียหายได้ จะใช้คลัตช์ในกรณีที่เปลี่ยนเกียร์เท่านั้น และเมื่อลดความเร็วลงมาอยู่ในอัตราที่ปลอดภัยแล้ว ใช้ปลายเท้าสอดเข้าไปใต้คันเร่งแล้วงัดขึ้นมา ถ้าคันเร่งไม่ขึ้น ก็พยายามนำรถเข้าข้างทาง แล้วปิดสวิตช์การทำงานทันที &lt;p&gt;&lt;img src="http://www.rtaf.mi.th/rtaf-travel/orange.gif" alt="" border="0" width="16" height="16" /&gt;&lt;span style="font-size:+1;color:#ff0000;"&gt;ข้อควรระวัง&lt;/span&gt;   &lt;/p&gt;&lt;/li&gt;&lt;/dd&gt;&lt;dd&gt;&lt;li type="square"&gt;การปิดสวิตช์กุญแจ ควรปิดไว้ที่ตำแหน่ง OFF อย่าปิดที่ LOCK เพราะจะทำให้พวงมาลัยทำงานไม่ได้   &lt;/li&gt;&lt;/dd&gt;&lt;dd&gt;&lt;li type="square"&gt;กรณีฝากระโปรง รถเปิดเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ฝากระโปรงเปิดจนปิดกระจกบังลมหน้า การแก้ไขควรชะลอ และมองดูรถคันหลังด้วยว่ากระชั้นชิดหรือไม่ อย่าหยุดรถกะทันหัน เพราะอาจเกิดอุบัติเหตุได้ นำรถเข้าข้างทาง แล้วปิดให้เรียบร้อย &lt;/li&gt;&lt;/dd&gt;&lt;dd&gt;&lt;li type="square"&gt;เมื่อความร้อนขึ้นสูงผิดปกติ ให้รีบลดความเร็ว แล้วนำรถเข้าข้างทาง ตรวจดูรอยรั่วของหม้อน้ำ และข้อต่อต่างๆ สายพาน ถ้ามีน้ำพอ ให้ใช้น้ำราดลงหม้อน้ำได้เลย แต่ถ้ามีน้ำไม่พอ คอยให้เครื่องเย็น แล้วจึงเติมน้ำลงในหม้อน้ำ &lt;/li&gt;&lt;/dd&gt;&lt;dd&gt;&lt;li type="square"&gt;ถ้าที่ปัดน้ำฝนไม่ทำงาน พยายามนำรถเข้าหาอู่ หรือถ้าฝนตกหนักควรจอดพักดีกว่า   &lt;/li&gt;&lt;/dd&gt;&lt;dd&gt;&lt;li type="square"&gt;กรณี รถสตาร์ทไม่ติด เกิดจากแบตเตอรี่ไม่มีไฟ ให้พยายามลาก หรือเข็น แล้วสตาร์ทกระตุก โดยให้ใช้เกียร์ 2 เหยียบคลัตช์ เมื่อความเร็วได้ที่ปล่อยคลัตช์ แล้วเหยียบคันเร่ง หรือให้ใช้สายแบตเตอรี่พ่วงกับรถคันอื่น แล้วสตาร์ท &lt;p&gt;&lt;img src="http://www.rtaf.mi.th/rtaf-travel/orange.gif" alt="" border="0" width="16" height="16" /&gt;&lt;span style="font-size:+1;color:#ff0000;"&gt;อุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้ยามเดินทางไกล&lt;/span&gt;   &lt;/p&gt;&lt;/li&gt;&lt;/dd&gt;&lt;dd&gt;&lt;li type="square"&gt;อุปกรณ์สำหรับการเปลี่ยนยาง แม่แรง กากบาทถอดล้อ   &lt;/li&gt;&lt;/dd&gt;&lt;dd&gt;&lt;li type="square"&gt;อุปกรณ์ส่องสว่าง ประเภทไฟฉาย ควรติดรถไว้ตลอด   &lt;/li&gt;&lt;/dd&gt;&lt;dd&gt;&lt;li type="square"&gt;อุปกรณ์สำหรับการลากจูง   &lt;/li&gt;&lt;/dd&gt;&lt;dd&gt;&lt;li type="square"&gt;อุปกรณ์สำหรับการพ่วงไฟ เช่น สายพ่วงแบตเตอรี่   &lt;/li&gt;&lt;/dd&gt;&lt;dd&gt;&lt;li type="square"&gt;หมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉิน ทั้งตำรวจทางหลวง และตำรวจท่องเที่ยว   &lt;/li&gt;&lt;/dd&gt;&lt;dd&gt;&lt;li type="square"&gt;น้ำเปล่าสำหรับเติมหม้อน้ำ   &lt;/li&gt;&lt;/dd&gt;&lt;dd&gt;&lt;li type="square"&gt;น้ำมันเครื่อง                      &lt;/li&gt;&lt;/dd&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;/tbody&gt;&lt;/table&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5307417485713759266-2528717524332378960?l=raisaramak.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://raisaramak.blogspot.com/feeds/2528717524332378960/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://raisaramak.blogspot.com/2009/11/blog-post_1660.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5307417485713759266/posts/default/2528717524332378960'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5307417485713759266/posts/default/2528717524332378960'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://raisaramak.blogspot.com/2009/11/blog-post_1660.html' title='การขับรถยนต์เดินทางไกล'/><author><name>mixer</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17096518705531486329</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://4.bp.blogspot.com/_tshc1bf64uk/SmxUN5b2ZII/AAAAAAAAAAU/w4Eufop1EXA/S220/Picture+186_1.JPG'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5307417485713759266.post-2434581198030360368</id><published>2009-11-28T07:44:00.000-08:00</published><updated>2009-11-28T07:44:01.376-08:00</updated><title type='text'>Bloggang.com : kitwutthanapong - ไร้สาระสุดๆ</title><content type='html'>&lt;a href="http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=tripswoman&amp;amp;month=28-11-2009&amp;amp;group=4&amp;amp;gblog=3"&gt;Bloggang.com : kitwutthanapong - ไร้สาระสุดๆ&lt;/a&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5307417485713759266-2434581198030360368?l=raisaramak.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='related' href='http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=tripswoman&amp;month=28-11-2009&amp;group=4&amp;gblog=3' title='Bloggang.com : kitwutthanapong - ไร้สาระสุดๆ'/><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://raisaramak.blogspot.com/feeds/2434581198030360368/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://raisaramak.blogspot.com/2009/11/bloggangcom-kitwutthanapong.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5307417485713759266/posts/default/2434581198030360368'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5307417485713759266/posts/default/2434581198030360368'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://raisaramak.blogspot.com/2009/11/bloggangcom-kitwutthanapong.html' title='Bloggang.com : kitwutthanapong - ไร้สาระสุดๆ'/><author><name>mixer</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17096518705531486329</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://4.bp.blogspot.com/_tshc1bf64uk/SmxUN5b2ZII/AAAAAAAAAAU/w4Eufop1EXA/S220/Picture+186_1.JPG'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5307417485713759266.post-7765661683160754382</id><published>2009-11-28T07:29:00.000-08:00</published><updated>2009-11-28T07:30:04.512-08:00</updated><title type='text'>น้ำมันเบรกสำคัญอย่างไร</title><content type='html'>น้ำมันเบรกมีหน้าที่ในการเป็นตัวกลางส่งแรงดันจากแม่ปั๊มเบรกตัวบน&lt;br /&gt;ไปยังลูกสูบเบรก น้ำมันเบรกที่ดีจะต้องมีจุดเดือดสูง เพื่อไม่ให้เกิด&lt;br /&gt;อาการ (Vapour Lock) คือของเหลวในระบบเบรกร้อนจัดจน&lt;br /&gt;กลายเป็นไอ ไม่สามารถถ่ายเทแรงดันได้ตามปกติ น้ำมันเบรกที่มี&lt;br /&gt;จำหน่ายอยู่ในท้องตลาดจะต้องได้รับการรับรองตามมาตราฐาน&lt;br /&gt;FMVSS 116 ซึ่งแบ่งตามจุดเดือดและจุดเดือดชื้นซึ่งมีชนิด&lt;br /&gt;DOT 3, DOT 4 และ DOT 5 การเปลี่ยนถ่ายหรือการเติมน้ำมัน&lt;br /&gt;เบรค ควรเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเบรคทุก 1 ปี เพื่อไล่ความชื้นที่ผสมอยู่&lt;br /&gt;ในน้ำมันเบรกออกจากระบบ และยังเป็นการป้องกันการกัดกร่อนจาก&lt;br /&gt;สนิมที่เกิดจากความชื้น ซึ่งจะทำให้ลูกยางเบรกรั่วได้ง่าย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ซึ่งโดยส่วนใหญ่ผู้ใช้รถยนต์โดยทั่วไปมักจะมองข้าม เพราะถือว่าน้ำมัน&lt;br /&gt;เบรกยังไม่รั่วก็ไม่ต้องทำอะไรทั้งที่ค่าใช้จ่ายไม่กี่ร้อยบาทและทำได้&lt;br /&gt;ตามร้านเบรกทั่วไป โดยทั่วไปผู้ผลิตรถยนต์จะกำหนดให้ใช้น้ำมันเบรค&lt;br /&gt;ชนิด DOT 3 หรือ DOT 4 แต่ถ้าผู้ใช้รถต้องการจะใช้เป็น DOT 4&lt;br /&gt;หรือ DOT 5 ก็ได้ เพราะไม่ก่อให้เกิดความเสียหายใดๆ ในระบบ&lt;br /&gt;เบรค เป็นแต่เพียงว่าราคาของน้ำมันเบรกจะแพงกว่า DOT 3&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5307417485713759266-7765661683160754382?l=raisaramak.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://raisaramak.blogspot.com/feeds/7765661683160754382/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://raisaramak.blogspot.com/2009/11/blog-post_4707.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5307417485713759266/posts/default/7765661683160754382'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5307417485713759266/posts/default/7765661683160754382'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://raisaramak.blogspot.com/2009/11/blog-post_4707.html' title='น้ำมันเบรกสำคัญอย่างไร'/><author><name>mixer</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17096518705531486329</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://4.bp.blogspot.com/_tshc1bf64uk/SmxUN5b2ZII/AAAAAAAAAAU/w4Eufop1EXA/S220/Picture+186_1.JPG'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5307417485713759266.post-2803650268307436331</id><published>2009-11-28T07:27:00.000-08:00</published><updated>2009-11-28T07:28:29.247-08:00</updated><title type='text'>การดูแลรักษารถยนต์</title><content type='html'>เครื่องยนต์  ทุกๆ ระยะทางหรือเวลา &lt;br /&gt;ตรวจสอบระดับน้ำมันหล่อลื่น ทุกครั้งที่เข้าปั๊มเติมน้ำมันเชื้อเพลิง หรือสับดาห์ละครั้ง&lt;br /&gt;เปลี่ยนน้ำมันหล่อลื่น 3,000 - 5,000 กิโลเมตร (1 ปี)&lt;br /&gt;เปลี่ยนกรองน้ำมันหล่อลื่น ทุกครั้งที่เปลี่ยนน้ำมันหล่อลื่น&lt;br /&gt;ตรวจสอบระยะช่องว่างของวาล์ว ถ้าไม่เหมาะสม ก็ตั้งวาล์วใหม่ 20,000 กิโลเมตร (1 ปี)&lt;br /&gt;ระบบจุดระเบิด    &lt;br /&gt;ตั้งระยะหน้าทองขาว และเขี้ยวหัวเทียน 10,000 กิโลเมตร (6 เดือน)&lt;br /&gt;เปลี่ยนชุดทองขาว และคอนเดนเซอร์ 20,000 กิโลเมตร (1 ปี)&lt;br /&gt;เปลี่ยนหัวเทียน 20,000 กิโลเมตร (1 ปี)&lt;br /&gt;ตรวจสอบสายหัวเทียน 20,000 กิโลเมตร (1 ปี)&lt;br /&gt;เปลี่ยนสายหัวเทียน 60,000 กิโลเมตร (3 ปี)&lt;br /&gt;ตรวจสอบฝาครอบจานจ่าย และหัวนักกระจอก (หัวโรเตอร์) 20,000 กิโลเมตร (1 ปี)&lt;br /&gt;ปรับไทม์มิ่งจุดระเบิด ทุกครั้งที่ตั้งระยะหน้าทองขาว&lt;br /&gt;แบตเตอรี่   &lt;br /&gt;ตรวจสอบระดับของเหลวในแบตเตอรี่ ทุกสัปดาห์&lt;br /&gt;ทำความสะอาดขั้วแบตเตอรี่ 1,500 กิโลเมตร (1 เดือน)&lt;br /&gt;ระบบหล่อเย็น   &lt;br /&gt;ตรวจสอบระดับน้ำหล่อเย็น ทุกสัปดาห์&lt;br /&gt;ตรวจสอบสภาพท่อน้ำหล่อเย็น 1,500 กิโลเมตร (1 เดือน)&lt;br /&gt;ตรวจสอบฝาหม้อน้ำ 1,500 กิโลเมตร (1 เดือน)&lt;br /&gt;ตรวจสอบสายพาน และปรับความตึง 5,000 กิโลเมตร (3 เดือน)&lt;br /&gt;เปลี่ยนสายพาน 40,000 กิโลเมตร (2 ปี)&lt;br /&gt;เปลี่ยนน้ำหล่อเย็น 20,000 กิโลเมตร (1 ปี)&lt;br /&gt;ล้างหม้อน้ำ 20,000 กิโลเมตร (1 ปี)&lt;br /&gt;ระบบเชื้อเพลิง   &lt;br /&gt;ทำความสะอาดกรองอากาศ 5,000 กิโลเมตร (3 เดือน)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เปลี่ยนกรองอากาศ 20,000 กิโลเมตร (1 ปี)&lt;br /&gt;เปลี่ยนกรองน้ำมันเชื้อเพลิง 40,000 กิโลเมตร (2 ปี)&lt;br /&gt;ล้าง และทำความสะอาดคาร์บูเรเตอร์ 40,000 กิโลเมตร (2 ปี)&lt;br /&gt;ตรวจสอบวาล์ว พีซีวี 20,000 กิโลเมตร (1 ปี)&lt;br /&gt;เครื่องปรับอากาศ  &lt;br /&gt;ทำความสะอาดคอยล์ร้อน 5,000 กิโลมตร (3 เดือน)&lt;br /&gt;ตรวจสอบรอยรั่วที่ข้อต่อ 5,000 กิโลมตร (3 เดือน)&lt;br /&gt;ตรวจสอบปริมาณน้ำยาทำความเย็น 5,000 กิโลมตร (3 เดือน)&lt;br /&gt;ตรวจสอบ และปรับสายพานแอร์ 1,500 กิโลเมตร (1 เดือน)&lt;br /&gt;เปลี่ยนสายพานแอร์ 40,000 กิโลเมตร (2 ปี)&lt;br /&gt;เปิดเครื่องปรับอากาศ ให้ทำงาน 3-4 นาที  สัปดาห์ละครั้ง ถึงแม้จะเป็นฤดูหนาว&lt;br /&gt;ระบบถ่ายทอดกำลัง  &lt;br /&gt;เปลี่ยนน้ำมันเกียร์ 30,000 กิโลเมตร (1 1/2 ปี)&lt;br /&gt;เปลี่ยนน้ำมันเฟืองท้าย 20,000 กิโลเมตร (2 ปี)&lt;br /&gt;อัดจาระบี ลูกปืน เพลากลาง 5,000 กิโลเมตร (3 เดือน)&lt;br /&gt;เปลี่ยนจาระบีลูกปืนล้อ 20,000 กิโลเมตร (1 ปี)&lt;br /&gt;ตรวจสอบ ระยะฟรีของแป้นคลัตช์ 10,000 กิโลเมตร (6 เดือน)&lt;br /&gt;ตรวจสอบน้ำมันคลัตช์ (ถ้าเป็นระบบไฮดรอลิก) 5,000 กิโลเมตร (3 เดือน)&lt;br /&gt;ตรวจสอบระดับ น้ำมันเกียร์อัตโนมัติ 10,000 กิโลเมตร (6 เดือน)&lt;br /&gt;เปลี่ยนน้ำมันเกียร์อัตโนมัติ 40,000 กิโลเมตร (2 ปี)&lt;br /&gt;ระบบเบรค  &lt;br /&gt;ตรวจสอบระดับน้ำมันเบรค 1,500 กิโลเมตร (1 เดือน)&lt;br /&gt;ตรวจสอบสภาพเบรค 10,000 กิโลเมตร (6 เดือน)&lt;br /&gt;ปรับเบรคมือ ตามความจำเป็น&lt;br /&gt;ระบบบังคับเลี้ยวเพาเวอร์  &lt;br /&gt;ตรวจสอบระดับน้ำมันในปั้ม 5,000 กิโลเมตร (3 เดือน)&lt;br /&gt;ตรวจสอบความตึงของสายพานขับปั้ม 1,500 กิโลเมตร (1 เดือน)&lt;br /&gt;เปลี่ยนสายพานขับปั้ม 40,000 กิโลเมตร (2 ปี)&lt;br /&gt;ยาง  &lt;br /&gt;ตรวจสภาพการสึกของยาง 1,500 กิโลเมตร (1 เดือน)&lt;br /&gt;สับเปลี่ยนตำแหน่งของยาง 10,000 กิโลเมตร (6 เดือน)&lt;br /&gt;ตรวจสอบความดันลมในยาง 2 สัปดาห์&lt;br /&gt;ตรวจความลึกของดอกยาง 10,000 กิโลเมตร (6 เดือน)&lt;br /&gt;ทำความสะอาดยาง ตามความจำเป็น&lt;br /&gt;อุปกรณ์ปัดน้ำฝน  &lt;br /&gt;ตรวตสอบใบปัดน้ำฝน 5,000 กิโลเมตร (3 เดือน)&lt;br /&gt;เปลี่ยนใบปัดน้ำฝน 40,000 กิโลเมตร (2 ปี)&lt;br /&gt;ตรวจสอบการทำงานของหัวฉีด 5,000 กิโลเมตร (3 เดือน)&lt;br /&gt;หล่อลื่นข้อต่อต่างๆ  10,000 กิโลเมตร (6 เดือน)&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5307417485713759266-2803650268307436331?l=raisaramak.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://raisaramak.blogspot.com/feeds/2803650268307436331/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://raisaramak.blogspot.com/2009/11/blog-post_4849.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5307417485713759266/posts/default/2803650268307436331'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5307417485713759266/posts/default/2803650268307436331'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://raisaramak.blogspot.com/2009/11/blog-post_4849.html' title='การดูแลรักษารถยนต์'/><author><name>mixer</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17096518705531486329</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://4.bp.blogspot.com/_tshc1bf64uk/SmxUN5b2ZII/AAAAAAAAAAU/w4Eufop1EXA/S220/Picture+186_1.JPG'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5307417485713759266.post-1237228647530402091</id><published>2009-11-28T07:26:00.002-08:00</published><updated>2009-11-28T07:27:14.029-08:00</updated><title type='text'>ควรเตรียความพร้อม เมื่อต้องเดินทางไกล</title><content type='html'>การเตรียมความพร้อมเมื่อต้องเดินทางไกล เป็นเรื่องสำคัญที่ผู้ขับขี่ไม่ควรละเลยหรือมองข้าม ไม่ว่าจะเป็นความพร้อมของเครื่องยนต์ชิ้นส่วนอะไหล่ และอุปกรณ์ต่างๆ ภายในรถยนต์ เพราะจะช่วยให้คุณเดินทางถึงที่หมายได้อย่างปลอดภัย ป้องกันไม่ให้เกิดปัญหา และอุบัติเหตุระหว่างการเดินทาง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นอกจากเครื่องมือประจำรถแล้ว คุณควรจัดเตรียมอุปกรณ์สำหรับเดินทางไกลเหล่านี้ไปด้วย เริ่มด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แม่ แรง อุปกรณ์ช่วยยกรถให้สูงจากระดับพื้นถนน เพื่อใช้ในการเปลี่ยนยางเมื่อเกิดอุบัติเหตุยางแตกกลางทาง แม่แรงจัดว่าเป็นอุปกรณ์ที่มีความจำเป็นและควรจะต้องมีไว้ในรถตลอดเวลา&lt;br /&gt;ยางอะไหล่ ยางสำรองที่เติมลมไว้พอเหมาะ ดอกยางยังไม่สึกหรอ พร้อมที่จะนำมาใช้งานได้ตลอดเวลา&lt;br /&gt;ที่ขันน็อตล้อ (บล็อกถอดล้อ) มีลักษณะเป็นอุปกรณ์ด้ามยาว ใช้สำหรับขันน็อตล้อ เมื่อต้องการถอดหรือใส่ล้อ&lt;br /&gt;สาย พ่วงแบตเตอรี่ ซึ่งมีความจำเป็นมากสำหรับรถยนต์ที่ต้องขับเคลื่อนด้วยเกียร์อัตโนมัติ เพราะในเวลาที่รถสนาร์ตไม่ติด จะไม่สามารถเข็นได้เหมือนรถที่ขับเคลื่อนด้วยเกียร์ธรรมดา แต่จะต้องใช้สายพ่วงเพื่อชาร์จแบตเตอรี่จากรถคันอื่น&lt;br /&gt;ฟิวส์ อุปกรณ์ป้องกันการใช้ไฟเกินของเครื่องไฟฟ้าในรถยนต์ เช่น ฟิวส์ของไฟหน้า-ไฟท้าย ฟิวส์ของเครื่องยนต์ ฟิวส์ของวิทยุในรถยนต์ ถ้าฟิวส์ขาด จะทำให้กระแสไฟฟ้า ไม่สามารถจ่ายเข้าไปในเครื่องนั้นๆได้ ทำให้ไฟดับ และสามารถทำให้เกิดอันตรายได้ เช่น กรณีฟิวส์ของไฟหน้ารถขาด หากไม่เปลี่ยนใหม่เมื่อต้องขับรถในเวลากลางคืนอาจทำให้เกิดอบัติเหตุได้&lt;br /&gt;นอก เหนืออุปกรณ์เหล่านี้ ยังมีเครื่องมือช่างเล็กๆ น้อยๆ เช่น ชุดไขควงขนาดต่างๆ น้ำมันเครื่อง น้ำมันเบรก น้ำกลั่นสำหรับเติมแบตเตอรี่ น้ำสะอาดสำหรับเติมแบตเตอรี่ น้ำสะอาดสำหรับเติมในหม้อน้ำ เพราะการวิ่งระยะทางไกล โดยเฉพาะบนถนนที่มีความขรุขระ จะทำให้เครื่องยนต์ ร้อนและสึกหรอเร็วกว่าปกติ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อีกสิ่งหนึ่งที่น่าจะติดกระเป๋าอยู่ตลอด เวลา ไม่ว่าจะเดินทางใกล้หรือไกลแค่ไหนก็คือ เบอร์โทรศัพท์ของศูนย์บริการในจังหวัดนั้นๆ หรือจังหวัดใกล้เคียง สถานที่สำคัญต่างๆ เช่น สถานีตำรวจ โรงพยาบาล เป็นต้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อย่างไรก็ดี อุปกรณ์ข้างต้นล้วนมีความจำเป็นสำหรัผู้ขับขี่ทั้งสิ้น จะช่วยแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ให้คุณเดินทางไปถึงที่หมาย หคืออย่างน้อยก็เดินทางไปถึงศูนย์บริการที่ใกล้ที่สุดได้ ไม่ว่าคุณจะเดินทางไกลหรือไม่ก็ตาม แต่ก่อนออกเดินทางไปถึงศูนย์บริการที่ใกล้ที่สุดได้ ไม่ว่าคุณจะเดินทางไกลหรือไม่ก็ตาม แต่ก่อนออกเดินทางอย่าลืมเช็ค เรื่องของเบรก และเครื่องยนต์ เพราะเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญอย่างมากในการขับขี่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และ อย่าลืมวางแผนในการเดินทาง ตระเตรียมข้อของสัมภาระ อุปกรณ์ที่จำเป็นและพักผ่อนให้เต็มที่ เพื่อจะได้เดินทางไปอย่างปลอดภัย เมื่อดูและรถแล้ว ข้อสำคัญผู้ที่ขับขี่ก็อย่าประมาทและต้องมีสติในการขับขี่รถยนต์ทุกๆครั้ง ก็จะสามารถช่วยลดอุบัติเหตุได้อีกทาง&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5307417485713759266-1237228647530402091?l=raisaramak.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://raisaramak.blogspot.com/feeds/1237228647530402091/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://raisaramak.blogspot.com/2009/11/blog-post_5170.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5307417485713759266/posts/default/1237228647530402091'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5307417485713759266/posts/default/1237228647530402091'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://raisaramak.blogspot.com/2009/11/blog-post_5170.html' title='ควรเตรียความพร้อม เมื่อต้องเดินทางไกล'/><author><name>mixer</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17096518705531486329</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://4.bp.blogspot.com/_tshc1bf64uk/SmxUN5b2ZII/AAAAAAAAAAU/w4Eufop1EXA/S220/Picture+186_1.JPG'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5307417485713759266.post-925609733438068769</id><published>2009-11-28T07:26:00.001-08:00</published><updated>2009-11-28T07:26:52.566-08:00</updated><title type='text'>รถความร้อนขึ้น ตรวจสอบอย่างไร</title><content type='html'>ในกรณีที่เข็มวัความร้อนขึ้นสูงกว่าปกติ ให้ตรวจสอบเพิ่มเติม ดังนี้ :&lt;br /&gt;1.ดูระดับน้ำในหม้อน้ำและ หม้อพักน้ำว่าลดลงจากระดับปกติหรือไม่? ถ้าลดลง แสดงว่าน่า&lt;br /&gt;จะเกิดการรั่วซึมในระบบระบายความร้อนที่จุดใดจุดหนึ่ง&lt;br /&gt;2.เข็มความร้อนขึ้นเมื่อใด?&lt;br /&gt;2.1.ถ้าขึ้น เมื่อรถติดและลงเมื่อรถวิ่ง ส่วนใหญ่จะเกิดจากพัดลมไฟฟ้าไม่ทำงาน โดยมี&lt;br /&gt;สาเหตุจาก พัดลมไฟฟ้า,รีเลย์พัดลมไฟฟ้า,เทอร์โมสวิตช์ อย่างใดอย่างหนึ่งหรือทั้ง&lt;br /&gt;หมดเสีย&lt;br /&gt;2.2.ถ้าขึ้น เมื่อรถวิ่ง ส่วนใหญ่จะเกิดจากหม้อน้ำอุดตัน&lt;br /&gt;2.3.ถ้าขึ้นตลอด ทั้งรถติดและรถวิ่ง เกิดได้หลายสาเหตุ เช่น น้ำในระบบไม่เพียงพอ เนื่อง&lt;br /&gt;จากรั่วซึม(check ได้โดยดูว่ามีคราบน้ำรั่วซึมบ้างรึป่าว) , เทอร์โมสตัทหรือวาวล์น้ำ&lt;br /&gt;ไม่ทำงานทำให้ไม่มีน้ำไปหล่อเย็นเครื่อง (check เบื้องต้นโดย ลองแตะที่ท่อยางน้ำ&lt;br /&gt;ที่ต่อจากเครื่องมาที่ด้านบน เทียบกับท่อยางที่ต่อด้านล่างหม้อน้ำ ถ้าท่อยางด้านล่าง&lt;br /&gt;เย็นกว่าท่อยางด้านบนมาก แสดงว่าวาวล์น้ำผิดปกติ) , ปั้มน้ำเสียทำให้น้ำไปวนหล่อ&lt;br /&gt;เย็นเครื่องไม่พอ&lt;br /&gt;2.4.เดี๋ยวขึ้น เดี๋ยวไม่ขึ้น  และก็check อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องทุกอย่างแล้วก็ปกติ ก็อาจเป็น&lt;br /&gt;ไปได้ว่าเกจ์วัดแสดงค่าผิดเพี้ยนไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วิธีตรวจสอบว่าเกจ์วัดความร้อนผิดปกติหรือไม่ :&lt;br /&gt;ระบบมาตรวัดความร้อนเครื่องยนต์ จะประกอบด้วย&lt;br /&gt;1.ส่วนแสดงผล(เข็มแสดงอุณหภูมิที่หน้าปัดเรือนไมล์) เป็น moving coil ที่ทำงานโดยรับ&lt;br /&gt;แรงดันไฟฟ้า จาก ECT gauge sending unit มาแปลงแสดงเป็นระดับค่าอุณหภูมิโดย&lt;br /&gt;เข็มวัดขึ้นลงตาม scale (check เบื้องต้นโดย :ปิด switch กุญแจมาที่ OFF ,ถอด&lt;br /&gt;ขั้ว ECT gauge sending unit ออก , ต่อขั้วของสาย ECT gauge sending unit ลง&lt;br /&gt;ground กับตัวรถ , บิด switch กุญแจไปที่ on และดูว่าถ้าเข็มวัดความร้อนขึ้น ก็แสดงว่า&lt;br /&gt;ปกติ&lt;br /&gt;ข้อควรระวัง ! ต้อง ปิดswitch กุญแจมาที่ off ก่อนที่เข็มจะขึ้นไปถึงระดับสูงสุดของ scale&lt;br /&gt;2.ส่วนที่วัดอุณหภูมิ (ECT gauge sending unit = engine coolant temperature gauge&lt;br /&gt;sending unit) เป็นตัวต้านทานปรับค่าได้ตามอุณหภูมิ ( variable resistor) โดยค่าความ&lt;br /&gt;ต้านทานปรับแปรผันกับอุณหภูมิ ความต้านทานจะมากที่อุณหภูมิต่ำ และค่าความต้านทาน&lt;br /&gt;จะน้อยลงทเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น (check เบื้องต้นโดย : ถอดขั้ว ECT gauge sending&lt;br /&gt;unit ออก , ใช้ Ohm meter มาวัดที่ตัว ECT gauge sending unit โดยขั้ว + ของ ohm&lt;br /&gt;meterต่อที่ขั้วของตัว ECT gauge sending unit และขั้ว - ของ ohm meter ต่อกับ&lt;br /&gt;เครื่อง (ground) , ดูค่าที่วัดได้ , ติดเครื่องยนต์เดินเบาจนกว่าพัดลมไฟฟ้าจะทำงาน&lt;br /&gt;(วาวล์ น้ำเปิด) , ดูค่าที่วัดได้อีกครั้ง , ถ้าค่าที่ วัดได้ตอนติดเครื่องแตกต่างจากตอนไม่ติดเครื่องตามที่ spec ระบุไว้แสดงว่า ECT gauge sending unit ปกติ แต่ถ้าค่าที่วัดได้แตกต่างกันไม่ได้ตาม spec ที่ระบุไว้แสดงว่า ผิดปกติ (เปลี่ยนตัวใหม่)&lt;br /&gt;หมายเหตุ&lt;br /&gt;1.ตำแหน่งของ ECT gauge sending unit จะอยู่ที่เครื่องบริเวณด้านล่างของช่องน้ำออก&lt;br /&gt;จากเครื่องไปยังหม้อน้ำ(ตรงที่ต่อท่อยางตัวบน ไปหม้อน้ำ)&lt;br /&gt;2.บริเวณเดียวกันนี้ จะมี ECT sensor อยู่อีกตัว ข้อสังเกตคือ ECT gauge sending unit&lt;br /&gt;จะมีสายไปต่ออยู่เส้นเดียว ขณะที่ ECT sensor จะมีสายไฟต่ออยู่ 2 เส้นตัว&lt;br /&gt;3.ตัว ECT gauge sending unit จะอยู่ถัด ECT sensor เข้าไปทางด้านท้ายรถ&lt;br /&gt;4.ค่าความต้านทานของ ECT gauge sending unit ตามที่ระบุใน honda shop manual&lt;br /&gt;4.1.ที่อุณหภูมิ 56 องศาC = 142 ohm&lt;br /&gt;4.2.ที่อุณหภูมิ 85-100 องศาC = 49-32 ohm&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วีธีตรวจสอบว่าฝาสูบโก่งหรือปะเก็นฝาสูบแตก ด้วยตัวเอง เบื้องต้น:&lt;br /&gt;1.เปิดฝาหม้อน้ำและดูว่ามีคราบน้ำมันปนเปื้อนอยู่กับน้ำในหม้อน ้ำหรือไม่?&lt;br /&gt;2.ดึงก้านวัดระดับน้ำมันเครื่อง และดูว่ามีน้ำปนเปื้อนกับน้ำมันเครื่องหรือไม่?&lt;br /&gt;3.เปิดฝาหม้อน้ำไว้ แล้วสตาร์ตรถ และดูว่า ในจังหวะสตาร์ตรถ น้ำในหม้อน้ำกระฉอกขึ้นมารึ&lt;br /&gt;ไม่?&lt;br /&gt;:-ถ้าตรวจสอบทั้ง 3 ข้อแล้วปรากฎว่าคำตอบเป็น ใช่ ทั้งหมด ก็สันนิฐานเบื้องต้นได้ว่าฝา&lt;br /&gt;สูบน่าจะโก่งหรือประเก็นฝาสูบแตก  แก้ไขโดยเปิดฝาสูบมาทำการตรวจสอบทั้งที่ฝาสูบ&lt;br /&gt;และปะเก็นโดยละเอียดอีกคั้งโดยช ่างผู้ชำนาญ&lt;br /&gt;:-ถ้าตรวจสอบทั้ง 3 ข้อแล้วปรากฎว่าคำตอบเป็น ไม่ใช่ ก็สันนิษฐานได้ว่าฝาสูบไม่น่าจะ&lt;br /&gt;โก่งหรือประเก็นฝาสูบไม่น่าจะแตก&lt;br /&gt;หมายเหตุ&lt;br /&gt;1.ฝาสูบโดยส่วนใหญ่จะไม่โก่งกันง่ายๆ&lt;br /&gt;2.ฝาสูบจะโก่งก็ต่อเมื่อ รถเกิดความร้อนขึ้นสูงเป็นเวลานานๆ จนเครื่องดับไปเอง หรือ เติม&lt;br /&gt;น้ำลงในหม้อน้ำขณะที่เครื่องยังเย็นตัวไม่พอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปล.&lt;br /&gt;1.เรื่องความร้อนที่ผิดปกติเนี่ย อาการพื้นฐานจะคล้ายๆกัน แต่ถ้าไล่ check อาการโดย&lt;br /&gt;ละเอียดแล้วจะพบว่า อาการนั้นๆเกิดจากอุปกรณ์ตัวใด โดยไม่ต้องสุ่มเปลี่ยนอุปกรณ์ไป&lt;br /&gt;เรื่อยๆ&lt;br /&gt;2.เรื่องการเปลี่ยนฝาสูบ อยากให้จัดไว้ท้ายสุด ให้ check จนแน่ใจจิงๆว่า เป็นที่ฝาสูบ แล้ว&lt;br /&gt;จึงค่อยเปลี่ยน&lt;br /&gt;3.ถ้าต้องเปลี่ยนฝาสูบแน่ๆ แนะนำว่าให้เปลี่ยนเป็นของมือสองราคา 3-4 พันบาท ไม่แนะนำ&lt;br /&gt;ให้ไสหรือปาดฝาสูบเดิม&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5307417485713759266-925609733438068769?l=raisaramak.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://raisaramak.blogspot.com/feeds/925609733438068769/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://raisaramak.blogspot.com/2009/11/blog-post_7080.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5307417485713759266/posts/default/925609733438068769'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5307417485713759266/posts/default/925609733438068769'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://raisaramak.blogspot.com/2009/11/blog-post_7080.html' title='รถความร้อนขึ้น ตรวจสอบอย่างไร'/><author><name>mixer</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17096518705531486329</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://4.bp.blogspot.com/_tshc1bf64uk/SmxUN5b2ZII/AAAAAAAAAAU/w4Eufop1EXA/S220/Picture+186_1.JPG'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5307417485713759266.post-4129976605751113646</id><published>2009-11-28T07:25:00.000-08:00</published><updated>2009-11-28T07:26:23.399-08:00</updated><title type='text'>แนะนำวิธีการล้างห้องเครื่อง อย่างไร ให้สวยงามและถูกวิธี</title><content type='html'>นักแต่งรถอย่างเราๆ เรื่องดูแลความสะอาดรถสุดที่รัก นั้นถือเป็นเรื่องสำคัญยิ่งชีพ ภายนอกต้องสะอาด ภายในต้องหอม จะให้ล้างให้ขัดยังไงขอให้ถ้าจะล้างห้องเครื่องยนต์ ให้สะอาดเอี่ยม ปราศจากคราบฝุ่น คราบน้ำมัน สวยงาม เปิดเครื่องโชว์ได้ไม่อายใคร ตรวจเช็คปัญหาพวกเรื่องน้ำมันรั่วซึมได้ง่าย และไม่มีปัญหามีล้างอย่างไร และต้องระวังจุดใดบ้าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: limegreen;"&gt;&lt;b&gt;เตรียมอุปกรณ์ การทำความสะอาดล้างห้องเครื่อง&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. น้ำยาล้างเครื่องยนต์ หาซื้อได้ตามเชียงกง หรือร้านอะไหล่ ราคาไม่เกิน 500 บาท/แกลลอน (ส่วนยี่ห้อ ถ้าอยากได้ของดีจริงๆ ให้สังเกตดีๆตามในรูปนะครับ หลังจากที่ใช้มาเกือบทุกยี่ห้อในเชียงกง แต่แล้วก็ต้องกลับมายี่ห้อเดิม ก็คุณภาพมันต่างกันมากเหลือเกินนี่ครับ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. น้ำมันผสม เลือกได้ทั้ง 2 แบบ คือน้ำมันเบนซิล 91 ก็พอ หรือจะใช้ 95 ก็ได้(มันแพงเกินไปหน่อย) หรือน้ำมันโซล่าหรือน้ำมันดีเซลนี่หละ แล้วอย่าพึ่งรีบไปผสมแล้วอยากเอี่ยมไปล้างก่อนล่ะ อ่านให้จบก่อนดีกว่า ผสมผิดคิดจนตายได้ อย่างนี้หละที่เขาเรียกว่า เคล็ดลับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3. แปรงทาสี ขนาดพอเหมาะสัก 1 นิ้ว หรือ 1.5 นิ้ว , ฟองน้ำล้างรถ (ไม่ต้องใช้แพงๆครับ เพราะมันโดนน้ำมันทีเดียวก็อาจเหลวเสียทิ้งได้เลย) หรือสก็อตไบท์ สำหรับท่านที่คิดว่าเครื่องสกปรกมากๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;4. ถุงพลาสติก เทปพันสายไฟ หรืออะไรก็ได้ที่ใกล้เคียง คงไม่ได้เอามาใส่ขยะแน่ จุดประสงค์ใช้เปิดตามปลั๊กไฟเพื่อกันน้ำ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;5. น้ำยาเคลือบเงา พวก Waxy หรือ Carwash หรือไม่มีจริงๆ ก็พวกน้ำยาครอบจักรวาล Sonax , WD40 หรือใช้ควบคู่กันก็ดีครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;6. เครื่องเป่าลม เครื่องปั้มลมแรงๆ หรือพวกเครื่องดูดฝุ่นที่สามารถเป่าลมได้ ยิ่งแรงๆยิ่งดี ใช้ในการเป่าน้ำให้แห้ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;7. น้ำ คงไม่ต้องอธิบายกันมาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: limegreen;"&gt;&lt;b&gt;ขั้นตอนการทำความสะอาด&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. ถอดขั้วแบตเตอร์รี่ก่อน การล้างครั้งนี้เราต้องใช้น้ำ และน้ำคือสื่อไฟฟ้า อาจจะทำให้เกิดการลัดวงจรต่อระบบไฟหัวฉีด กล่องคอมพิวเตอร์พังได้ (พังมาเยอะ) หรือเกิดไฟช็อตลุกติดน้ำมันผสมได้ (กลายเป็นได้ซื้อรถใหม่ทั้งคัน ) และอย่างน้อยก็ป้องกันคนหวังดี แอบไปสตาร์ทเครื่องในขณะคุณที่กำลังล้างเครื่องอยู่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. หุ้มพลาสติกปลั๊กไฟ และพวกขั้วไฟฟ้าต่างๆ เช่น ปลั๊กจานจ่าย จานจ่าย คอยล์ ตัวช่วยจุดระเบิด ปลั๊กเซนเซอร์ หัวฉีดต่างๆ ที่พอจะหุ้มได้ กล่องฟิวส์ และปลั๊กไฟที่สำคัญทุกๆ จุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3. ผสมน้ำมันล้าง กับน้ำยา หาภาชนะมาเทน้ำยาล้างเครื่องลงไปก่อน แล้วใช้น้ำมันเทผสม&lt;br /&gt;การเลือกใช้น้ำมันผสม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;น้ำมันดีเซล โซล่า ใช้กรณีที่สกปรกน้อย&lt;/b&gt; พวกจุดที่มีฝุ่นผงเกาะ น้ำมันเปื้อนเล็กน้อย คอไอดีที่เป็นอะลูมิเนียม หรือพวกจุดต่างๆที่ต้องการความเงางาม และจุดที่เป็นอลูมิเนียมปัดเงา การผสมน้ำมันดีเซลจะทำให้เกิดความเงางามเพิ่มขึ้น อัตตราส่วนไม่ควรเกิน 2:1 (น้ำยา 2 ส่วน : น้ำมันโซล่า 1 ส่วน) ผสมมากเกินไปจะใสล้างไม่ค่อยออก ผสมน้อยไปก็ล้างไม่ค่อยออกเหมือนกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;น้ำมันเบนซิล ใช้ในกรณีสกปรกมากๆ&lt;/b&gt; จุดที่จะล้างมีคราบน้ำมันเหนียว หรือเป็นคราบแข็งเป็นเวลานานๆ การผสมน้ำมันเบนซิลมีผลในการกัดที่รุนแรงมาก ไม่ควรใช้ทากับพลาสติก จุดที่เป็นสีดำ จุดที่พ่นสีด้วยสีเสปย์ หรือพวกอลูมิเนียมเงา หรือปัดเงา จะทำให้เกิดคราบกัดขาว อัตตาส่วนผสมไม่ควรเกิน 3:1 หรือ 2:1 (น้ำยา 3 ส่วน : น้ำมัน 1 ส่วน) ผสมมากการกัดก็รุนแรงมาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;4. ทาน้ำยาผสมล้างให้ทั่ว ใช้แปรงทาสี จุ่ม และค่อยๆทา ถ้าไม่ออกทาแรงๆ ถ้าไม่ออกก็ฟองน้ำ สก็อตไบท์ บรรเลงลงไปเลยครับ นี่หละเคล็ดลับ แต่การใช้สก็อตไบท์ ต้องระวังหน่อย อย่าขัดพวกสีรถ หรือพวกพลาสติก จะทำให้เกิดรอย ใช้ในจุดที่อยากให้ออกจริงๆ ต้องระวัง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;5. ใช้น้ำล้างออก ควรใช้ฟองน้ำชุบน้ำหมาดๆ เช็ดน้ำยาและคราบออก ตามจุดที่ควรระวังเช่น ฝาครอบสายหัวเทียน สายหัวเทียน ฝาครอบวาล์ว จานจ่าย ตัวช่วยจุดระเบิด กล่องฟิวส์ และจะสำคัญเกี่ยวกับระบบไฟทุกๆจุด และใช้น้ำค่อยๆเทราดไปในส่วนที่ต้องการล้าง ใช้แปรง และฟองน้ำ ควบคู่กันจนออกหมด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;6. เป่าลมไล่น้ำให้แห้ง ใช้เครื่องปั้มลม หรือเครื่องดูดฝุ่น(ต่อให้เป็นแบบเป่าลมได้) หรือถ้าไม่มีจริงๆ ก็ไดเป่าผมเนี่ยหละครับ ต้องลงทุนกันบ้างแล้ว เป่าไล่น้ำตามจุดต่างๆ ออกให้หมด เน้นๆพวกปลั๊กไฟ จานจ่าย และหัวเทียน พร้อมแกะพลาสติกหุ้มออกให้หมด และเป่าลมจนน้ำแห้งสนิท&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;7. ใส่ขั้วแบตสตาร์ทเครื่องได้ เป็นการทดสอบว่ามีน้ำเข้าไปตามปลั๊กไฟหรือไม่ ถ้าเครื่องยังเดินสมบูรณ์ไม่มีปัญหาถือว่าไชโยโอเค ถ้าเกิดสตาร์ทไม่ติด หรือเดินไม่นิ่ง ต้องถอดขั้วแบต และเป่าลมไล่น้ำอีกครั้ง เน้นๆจานจ่าย คอยล์ ปลั๊กหัวเทียน และปลั๊กไฟต่างๆ ถ้าไม่แน่ใจให้ถอดมา แล้วเป่าลมให้แห้ง พ่นน้ำยากันสนิม หรือน้ำยาล้างหน้าคอนแทค ถือเป็นการทำความสะอาดขั้วไฟไปในตัว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;8. เคลือบเงา หลังจากสตาร์ทเครื่องอุ่นสักพักจนน้ำแห้งดี รอให้เครื่องเย็นก่อนครับ แล้วใช้น้ำยาเคลือบเงา พวก Waxy มาจุ่มด้วยฟองน้ำ และทาในจุดที่ต้องการให้เงางาม ถือว่าดีที่สุด หรือใช้น้ำมันพวกครอบจักรวาล พ่นเคลือบในจุดที่แห้ง และจะเกิดสนิม ใช้น้ำมันเครื่องกับจารบี ทาหรือหยอดในจุดหมุนต่างๆ เป็นการป้องกันสนิม และหล่อลื่นไปในตัว การใช้น้ำมันเครื่องมาทาให้เงางาม ผลเสียคือฝุ่นจะจับตัวเร็วมาก ถ้าเป็นน้ำมันครอบจักรวาล พวกนี้จะระเหยตัวเร็ว ต้องพ่นเคลือบและเช็ดบ่อยๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: limegreen;"&gt;&lt;b&gt;เสร็จ เรียบร้อยแล้วกับการล้างห้องเครื่อง ให้สวยงามและถูกวิธี ขอสำคัญคือทำความสะอาดบ่อยๆ และถือโอกาสตรวจเช็คส่วนต่างของประกอบต่างๆ เช่นท่อน้ำ ท่อน้ำมัน น้ำรั่ว น้ำมันเครื่องซึม สายพาน สายไฟ อื่นๆ ไปด้วยในตัวเลยนะครับ &lt;/b&gt; &lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5307417485713759266-4129976605751113646?l=raisaramak.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://raisaramak.blogspot.com/feeds/4129976605751113646/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://raisaramak.blogspot.com/2009/11/blog-post_8366.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5307417485713759266/posts/default/4129976605751113646'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5307417485713759266/posts/default/4129976605751113646'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://raisaramak.blogspot.com/2009/11/blog-post_8366.html' title='แนะนำวิธีการล้างห้องเครื่อง อย่างไร ให้สวยงามและถูกวิธี'/><author><name>mixer</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17096518705531486329</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://4.bp.blogspot.com/_tshc1bf64uk/SmxUN5b2ZII/AAAAAAAAAAU/w4Eufop1EXA/S220/Picture+186_1.JPG'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5307417485713759266.post-4144708747678616896</id><published>2009-11-28T07:21:00.001-08:00</published><updated>2009-11-28T07:24:29.433-08:00</updated><title type='text'>แนะนำวิธีการล้างห้องเครื่อง อย่างไร ให้สวยงามและถูกวิธี</title><content type='html'>&lt;b&gt;ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ “น้ำมันแก๊สโซฮอล์”&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;ตามที่มีข้อสงสัยกรณี “น้ำมันแก๊สโซฮอล์มีผลกระทบต่อถังน้ำมันและท่อทางเดินน้ำมันของรถยนต์ที่ผลิตตั้งแต่ปี 1995 ขึ้นไป” นั้น&lt;br /&gt;บริษัท ปตท. จํากัด (มหาชน) ในฐานะบริษัทพลังงานแห่งชาติ ตลอดระยะเวลา 27 ปี ปตท.&lt;br /&gt;ได้มุ่งมั่น ทุ่มเทการดําเนินงานเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดแก่ผู้บริโภคเสมอมา ภายใต้การเป็นมิตรต่อ&lt;br /&gt;สิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นบริษัทน้ำมันรายแรกของประเทศที่จําหน่ายน้ำมันเบนซินพิเศษไร้สารตะกั่ว รวมถึงการ&lt;br /&gt;ค้นคว้า วิจัย และพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ดี มีคุณภาพ เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับสิ่งที่ดีที่สุด ผ่าน&lt;br /&gt;สถาบันวิจัยและเทคโนโลยี ปตท. ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยฯ ที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคเอเชีย ใคร่&lt;br /&gt;ชี้แจงข้อมูลที่ถูกต้อง โดยขอสรุปสาระสําคัญผ่านข้อสงสัยดังนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;ข้อสงสัย 1.&lt;/b&gt; รถยนต์ในประเทศไทยที่ผลิตตั้งแต่ปี 1995 ขึ้นไป วัสดุถังน้ำมันและท่อทางเดินน้ำมันจากถัง&lt;br /&gt;น้ำมันเข้าสู่เครื่องยนต์จะทําจากยางหรือพลาสติกชนิดพิเศษ เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำมันไร้สารตะกั่วทําปฏิกิริยา&lt;br /&gt;กับถังน้ำมันเหล็กของรถยนต์รุ่นที่เก่ากว่าปี 1994 ลงไป ดังนั้น เมื่อรัฐบาลมารณรงค์ให้ใช้ “น้ำมันแก็ส&lt;br /&gt;โซฮอล์” หรือ E10 ซึ่งมีส่วนผสมของเอทานอล 10% และน้ำมันเบนซิน91 อยู่ 90% เอทานอล 10% ที่ว่านี้ จะ&lt;br /&gt;ไปทําปฏิกิริยากับถังน้ำมันรถยนต์และท่อทางเดินน้ำมัน ซึ่งรถยนต์ที่ผลิตจากวัสดุที่ทําจากยาง หรือพลาสติก&lt;br /&gt;ชนิดพิเศษดังกล่าว จะเกิดการกัดกร่อน กลายเป็นตะกอนสะสมในถังน้ำมัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;คําตอบ 1.&lt;/b&gt; ในทุกประเทศที่มีการยกเลิกสารตะกั่วในน้ำมันเบนซิน จําเป็นต้องใช้สารเพิ่มค่าออกเทนชนิดอื่น&lt;br /&gt;มาทดแทน ซึ่งสารที่สามารถนํามาใช้ได้และไม่มีผลกระทบกับสมรรถนะของรถยนต์คือสาร MTBE&lt;br /&gt;และ Ethanol (เอทานอล) ดังนั้นบริษัทผู้ผลิตรถยนต์จึงได้มีการพัฒนาวัสดุที่ใช้ในระบบฉีดเชื้อเพลิง ตั้งแต่&lt;br /&gt;ถังน้ำมัน ปั๊มน้ำมันเชื้อเพลิง ท่อทางเดินน้ำมัน จนถึงหัวฉีดน้ำมันเชื้อเพลิง ให้มีคุณสมบัติที่สามารถทนต่อ&lt;br /&gt;สาร MTBE และ Ethanol ได้ ดังนั้นบริษัทผู้ผลิตรถยนต์จึงได้ให้ความมั่นใจว่า รถยนต์ที่ผลิตตั้งแต่ปี&lt;br /&gt;1995 เป็นต้นมา สามารถใช้กับน้ำมันเบนซินที่ผสม เอทานอลได้ ทั้งนี้สามารถตรวจสอบยี่ห้อ รุ่นรถได้&lt;br /&gt;ที่เว็บไซต์ของ ปตท. (&lt;a href="http://www.pttplc.com/" target="_blank"&gt;www.pttplc.com&lt;/a&gt;)&lt;br /&gt;อย่างไรก็ตาม รถยนต์ที่ผลิตก่อนปี 1995 บางรุ่นอาจใช้น้ำมันแก็สโซฮอล์ได้ โดยผู้ใช้สามารถ&lt;br /&gt;สอบถามโดยตรงจากบริษัทผู้ผลิตรถยนต์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;ข้อสงสัย 2.&lt;/b&gt; การใช้แก๊สโซฮอล์จะไปทําปฏิกิริยากับถังน้ำมันรถยนต์และท่อทางเดินน้ำมันรถยนต์ที่ผลิตจาก&lt;br /&gt;วัสดุที่ทําจากยาง หรือพลาสติกชนิดพิเศษดังกล่าว ทําให้เกิดการกัดกร่อน กลายเป็นตะกอนสะสมในถัง&lt;br /&gt;น้ำมันไปเรื่อยๆ ทีละน้อย ปั๊มน้ำมันไฟฟ้าจะต้องทํางานหนักขึ้นเพื่อดูดน้ำมันเข้าไปเผาไหม้ในห้องเครื่องยนต์&lt;br /&gt;ทําให้อายุการใช้งานของปั๊มน้ำมันไฟฟ้าสั้นลงอย่างรวดเร็ว และทําให้ไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิงหรือกรองเบนซิน&lt;br /&gt;อุดตันเร็วกว่าปกติ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;คําตอบ 2.&lt;/b&gt; เนื่องจากวัสดุต่างๆ ที่ใช้ในระบบฉีดเชื้อเพลิงของรถยนต์ที่ผลิตตั้งแต่ปี 1995 และผู้ผลิต&lt;br /&gt;ได้ให้คําแนะนําว่าสามารถใช้กับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ได้นั้น ได้ถูกออกแบบมาและมีการทดสอบแล้วว่าสามารถ&lt;br /&gt;ทนต่อ MTBE และ Ethanol ได้ ดังนั้นจึงไม่มีการละลายของยางหรือเกิดการกัดกร่อนของยาง หรือ&lt;br /&gt;พลาสติกใด ๆจนเป็นสาเหตุให้เกิดตะกอนสะสมในถังน้ำมันอย่างที่เข้าใจกัน&lt;br /&gt;สําหรับกรณีที่สงสัยว่า ใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์แล้วทําให้ไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิงหรือกรอง&lt;br /&gt;เบนซินอุดตันเร็วนั้น “ไม่เป็นความจริง” เพราะการที่จะเปลี่ยนไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิงขึ้นอยู่กับปัจจัย&lt;br /&gt;ต่างๆ อาทิ ลักษณะการใช้งานของรถยนต์, อายุการใช้งานของไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิง คุณภาพของไส้กรอง&lt;br /&gt;เป็นต้น หากรถยนต์บางคันมีการสะสมของคราบสิ่งสกปรกในระบบเชื้อเพลิง อยู่แล้ว เมื่อเปลี่ยนมาใช้&lt;br /&gt;น้ำมันแก๊สโซฮอล์ซึ่งมีคุณสมบัติที่ดีในด้านการทําความสะอาดจึงอาจไปชะล้างคราบสิ่งสกปรก&lt;br /&gt;ออกมาในครั้งแรกของการใช้เท่านั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;ข้อสงสัย 3.&lt;/b&gt; ห้องเผาไหม้ของเครื่องยนต์จะมีตะกอนของยางและพลาสติกชนิดพิเศษไปเกาะตามบ่าวาล์ว&lt;br /&gt;ลูกสูบ แหวนลูกสูบ หากมีปริมาณไม่มาก ก็จะทําให้แหวนลูกสูบสึกหรอไปทีละน้อย แต่หากมีปริมาณมากๆ&lt;br /&gt;แล้ว แหวนลูกสูบจะบิ่น ทําให้เครื่องยนต์เริ่มมีปัญหาเนื่องจากแหวนลูกสูบไม่สามารถกวาดน้ำมันเครื่องลง&lt;br /&gt;ก้นอ่างได้หมด ทําให้รถยนต์คันนั้นมีปัญหาการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ สะสมทีละน้อยๆ เครื่องก็จะค่อยๆ หลวม&lt;br /&gt;ไปทีละนิด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;คําตอบ 3.&lt;/b&gt; ปตท. โดย สถาบันวิจัยและเทคโนโลยี ได้วิจัยทดสอบการใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์กับรถยนต์ทั้งที่&lt;br /&gt;ผลิตตั้งแต่ปี 1995 เป็นต้นมา และรถรุ่นเก่าที่ใช้ระบบจ่ายเชื้อเพลิงแบบคาร์บูเรเตอร์ ที่ระยะทาง 100,000&lt;br /&gt;กิโลเมตร โดยวัดมลพิษไอเสียและทดสอบสมรรถนะเครื่องยนต์ทั้งตลอดช่วงเวลาการใช้งานและหลังการใช้&lt;br /&gt;งาน โดยการถอดเครื่องยนต์เพื่อประเมินความสกปรกที่เกิดขึ้นที่ลิ้นไอดี ห้องเผาไหม้ของเครื่องยนต์ รวมทั้ง&lt;br /&gt;ความสึกหรอตามชิ้นส่วนต่างๆ ของเครื่องยนต์ ไม่ว่าจะเป็น ลูกสูบ แหวนลูกสูบ กระบอกสูบ แบริ่งส่วนต่างๆ&lt;br /&gt;วัดอัตราการฉีดเชื้อเพลิงของหัวฉีด และตามชิ้นส่วนต่างๆ ของคาร์บูเรเตอร์ ผลการประเมินชิ้นส่วนทั้งหมด&lt;br /&gt;พบว่า ระดับของการสึกหรออยู่ในระดับปกติ ไม่แตกต่างจากการใช้เชื้อเพลิงเบนซินทั่วไป ดังนั้น&lt;br /&gt;จึงสรุปได้ว่าการใช้ “น้ำมันแก๊สโซฮอล์” ไม่ได้มีผลกระทบต่อการสึกหรอของเครื่องยนต์ที่ผิดปกติไป&lt;br /&gt;กว่าการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงธรรมดาแต่อย่างใด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;ข้อสงสัย 4.&lt;/b&gt; คาตาไลติก คอนเวอร์เตอร์ หรือตัวกรองไอเสียของรถยนต์ในปัจจุบันไม่ได้รับการออกแบบมา&lt;br /&gt;เพื่อรองรับการใช้งานกับเชื้อเพลิงชนิดเอทานอลเบลนด์ การใช้งานเชื้อเพลิงชนิดอื่นนอกจาก RON (น้ำมันไร้&lt;br /&gt;สารตะกั่ว) ย่อมทําให้อายุการใช้งานของอุปกรณ์ชนิดนี้ลดลงกว่าที่ควรจะเป็น (คาตาไลติก คอนเวอร์เตอร์&lt;br /&gt;อายุใช้งานเฉลี่ยประมาณ 10 ปี)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;คําตอบ 4.&lt;/b&gt; โดยปกติ คาตาไลติก คอนเวอร์เตอร์ หรืออุปกรณ์กรองมลพิษไอเสีย จะเสื่อมสภาพหรือ&lt;br /&gt;มีอายุการใช้งานที่สั้นลง เมื่อสัมผัสกับโลหะหนักที่อยู่ในไอเสีย เช่น สารตะกั่ว กํามะถัน ซึ่งน้ำมัน&lt;br /&gt;แก๊สโซฮอล์ไม่ได้มีโลหะหนักผสมอยู่ จึงไม่ได้มีผลต่ออายุการใช้งานคาตาไลติก คอนเวอร์เตอร์&lt;br /&gt;ทั้งนี้ การเสื่อมสภาพของอุปกรณ์กรองมลพิษไอเสีย มีอยู่ด้วยกัน 2 รูปแบบ ได้แก่&lt;br /&gt;4.1 เสื่อมสภาพจากการใช้งานตามปกติ ซึ่งปกติอายุของอุปกรณ์กรองไอเสียนี้จะมีอายุประมาณ 1&lt;br /&gt;- 2 แสนกิโลเมตร ตามระดับเทคโนโลยีการผลิต&lt;br /&gt;4.2 ความเสียหายที่เกิดจากการใช้งานไม่เหมาะสม เช่น ติดตั้งอุปกรณ์เข้าใกล้เครื่องยนต์มากเกินไป&lt;br /&gt;การใช้งานที่อุณหภูมิของไอเสียสูงมากเป็นระยะเวลานาน หรือ การอุปกรณ์กรองไอเสียถูกกระแทกอย่างแรง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;ข้อสงสัย 5.&lt;/b&gt; น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E10 ที่ใช้กันในปัจจุบัน บริษัทผู้ผลิตเอทานอลในประเทศไทยแต่ละรายยังไม่&lt;br /&gt;สามารถส่งมอบเอทานอลได้มาตรฐานตามข้อกําหนด ทําให้คุณภาพของน้ำมันแก๊สโซฮอล์ในปัจจุบันยังไม่นิ่ง&lt;br /&gt;และแปรเปลี่ยนไปตามวัตถุดิบของแต่ละโรงงานผลิต ส่งผลให้การผสมน้ำมันเบนซินไม่ได้สัดส่วนที่แน่นอน&lt;br /&gt;อย่างที่ควรจะเป็น เนื่องจากมีบางโรงงานลดคุณภาพของเอทานอลลง เพราะไม่สามารถปรับราคาจําหน่าย&lt;br /&gt;ขึ้นจาก 12.75 บาท มาเป็น 14.90 บาทได้ จนกระทั่งปัจจุบันรัฐบาลต้องให้ราคาสูงถึง ลิตรละ 15.00 บาท&lt;br /&gt;ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาเพื่อจูงใจให้โรงงานผลิตเอทานอลเหล่านี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;คําตอบ 5.&lt;/b&gt; ในการผลิตน้ำมันแก๊สโซฮอล์ ผู้ค้าน้ำมันทุกรายจะต้องจัดหาเอทานอลที่มีคุณสมบัติเป็นไป&lt;br /&gt;ตามข้อกําหนดคุณภาพของเอทานอลที่ใช้สําหรับเป็นเชื้อเพลิง ซึ่งไม่ว่าผู้ผลิตเอทานอลจะผลิต&lt;br /&gt;เอทานอลจากวัตถุดิบชนิดใด หรือจะต้องขายเอทานอลด้วยราคาเท่าใดก็ตาม เอทานอลที่จะ&lt;br /&gt;นําเสนอขายหรือผลิตได้จะต้องมีคุณสมบัติเป็นไปตามประกาศข้อกําหนดด้วย มิฉะนั้นผู้ค้าน้ำมันจะ&lt;br /&gt;ไม่สามารถรับซื้อได้ นอกจากนั้น ผู้ค้าน้ำมันจะต้องผสมเอทานอลในอัตราส่วนตามที่กฎหมายกําหนดและ&lt;br /&gt;ควบคุมคุณภาพของแก๊สโซฮอล์ที่ผลิตได้ให้เป็นไปตามประกาศคุณสมบัติของน้ำมันแก๊สโซฮอล์ ปีพ.ศ. 2547&lt;br /&gt;ของกรมธุรกิจพลังงาน เช่นกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;ข้อสงสัย 6.&lt;/b&gt; แก๊สโซฮอล์ E10 ไม่สามารถให้พลังงานได้เทียบเท่าน้ำมันเบนซิน 95 เดิม ทําให้ต้องเติมจํานวน&lt;br /&gt;มากกว่า เพื่อให้ได้ระยะทางการขับขี่เท่าๆ กัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;คําตอบ 6.&lt;/b&gt; น้ำมันแก๊สโซฮอล์มีค่าความร้อนต่ำกว่าน้ำมันเบนซินเล็กน้อย เนื่องจากมีก๊าซออกซิเจนซึ่งเป็นสาร&lt;br /&gt;ไม่ให้พลังงานความร้อนแต่ช่วยทําให้การเผาไหม้สมบูรณ์เป็นองค์ประกอบอยู่ส่วนหนึ่ง จากผลการทดสอบโดย&lt;br /&gt;สถาบันวิจัยฯ ปตท. ภายใต้สภาวะของการขับขี่ที่ควบคุมได้ พบว่าอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงของน้ำมัน&lt;br /&gt;แก๊สโซฮอล์แตกต่างจากน้ำมันเบนซิน 95 อยู่เพียง 1-2% อย่างไรก็ตาม การสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงขึ้นอยู่กับ&lt;br /&gt;สภาพการขับขี่ของแต่ละบุคคล, สภาพของรถยนต์ และสภาพจราจรบนท้องถนน ฯลฯ แต่เมื่อเปรียบเทียบ&lt;br /&gt;กับราคาจําหน่ายแล้ว น้ำมันแก๊สโซฮอล์ ซึ่งมีราคาถูกกว่าน้ำมันเบนซิน 95 ลิตรละ 1.50 บาท หรือ&lt;br /&gt;5.7% จากราคาน้ำมันเบนซิน 95 ปัจจุบันที่ 26.14 บาท/ลิตร ยังสามารถช่วยประหยัดเงินผู้ใช้ได้&lt;br /&gt;มากกว่าน้ำมันเบนซิน 95 ประมาณร้อยละ 3.7% ทีเดียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;                             &lt;table border="0" width="100%"&gt;&lt;tbody&gt;&lt;tr&gt;         &lt;td valign="middle"&gt;&lt;a href="http://www.civicef.com/webboard/index.php?topic=3102.msg21155#msg21155"&gt;&lt;img src="http://www.civicef.com/webboard/Themes/EF-Dark/images/post/xx.gif" alt="" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/td&gt;         &lt;td valign="middle"&gt;          &lt;div style="font-weight: bold;" id="subject_21155"&gt;           &lt;a href="http://www.civicef.com/webboard/index.php?topic=3102.msg21155#msg21155"&gt;ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ “น้ำมันแก๊สโซฮอล์” จาก PTT&lt;/a&gt;          &lt;/div&gt;          &lt;div class="smalltext"&gt;« &lt;b&gt; เมื่อ:&lt;/b&gt; 2007-11-29, 15:11:07 »&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;         &lt;td style="font-size: smaller;" align="right" height="20" valign="bottom"&gt;         &lt;br /&gt;&lt;/td&gt;        &lt;/tr&gt;&lt;/tbody&gt;&lt;/table&gt;        &lt;hr class="hrcolor" width="100%" size="1"&gt;        อ้างอิงจาก &lt;a href="http://www.pttplc.com/th/document/pdf/gasohol_fact.pdf" target="_blank"&gt;http://www.pttplc.com/th/document/pdf/gasohol_fact.pdf&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;ส่วนที่เป็นสีเหลืองคือส่วนของผมเอง&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ “น้ำมันแก๊สโซฮอล์”&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;ตามที่มีข้อสงสัยกรณี “น้ำมันแก๊สโซฮอล์มีผลกระทบต่อถังน้ำมันและท่อทางเดินน้ำมันของรถยนต์ที่ผลิตตั้งแต่ปี 1995 ขึ้นไป” นั้น&lt;br /&gt;บริษัท ปตท. จํากัด (มหาชน) ในฐานะบริษัทพลังงานแห่งชาติ ตลอดระยะเวลา 27 ปี ปตท.&lt;br /&gt;ได้มุ่งมั่น ทุ่มเทการดําเนินงานเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดแก่ผู้บริโภคเสมอมา ภายใต้การเป็นมิตรต่อ&lt;br /&gt;สิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นบริษัทน้ำมันรายแรกของประเทศที่จําหน่ายน้ำมันเบนซินพิเศษไร้สารตะกั่ว รวมถึงการ&lt;br /&gt;ค้นคว้า วิจัย และพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ดี มีคุณภาพ เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับสิ่งที่ดีที่สุด ผ่าน&lt;br /&gt;สถาบันวิจัยและเทคโนโลยี ปตท. ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยฯ ที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคเอเชีย ใคร่&lt;br /&gt;ชี้แจงข้อมูลที่ถูกต้อง โดยขอสรุปสาระสําคัญผ่านข้อสงสัยดังนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;ข้อสงสัย 1.&lt;/b&gt; รถยนต์ในประเทศไทยที่ผลิตตั้งแต่ปี 1995 ขึ้นไป วัสดุถังน้ำมันและท่อทางเดินน้ำมันจากถัง&lt;br /&gt;น้ำมันเข้าสู่เครื่องยนต์จะทําจากยางหรือพลาสติกชนิดพิเศษ เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำมันไร้สารตะกั่วทําปฏิกิริยา&lt;br /&gt;กับถังน้ำมันเหล็กของรถยนต์รุ่นที่เก่ากว่าปี 1994 ลงไป ดังนั้น เมื่อรัฐบาลมารณรงค์ให้ใช้ “น้ำมันแก็ส&lt;br /&gt;โซฮอล์” หรือ E10 ซึ่งมีส่วนผสมของเอทานอล 10% และน้ำมันเบนซิน91 อยู่ 90% เอทานอล 10% ที่ว่านี้ จะ&lt;br /&gt;ไปทําปฏิกิริยากับถังน้ำมันรถยนต์และท่อทางเดินน้ำมัน ซึ่งรถยนต์ที่ผลิตจากวัสดุที่ทําจากยาง หรือพลาสติก&lt;br /&gt;ชนิดพิเศษดังกล่าว จะเกิดการกัดกร่อน กลายเป็นตะกอนสะสมในถังน้ำมัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;คําตอบ 1.&lt;/b&gt; ในทุกประเทศที่มีการยกเลิกสารตะกั่วในน้ำมันเบนซิน จําเป็นต้องใช้สารเพิ่มค่าออกเทนชนิดอื่น&lt;br /&gt;มาทดแทน ซึ่งสารที่สามารถนํามาใช้ได้และไม่มีผลกระทบกับสมรรถนะของรถยนต์คือสาร MTBE&lt;br /&gt;และ Ethanol (เอทานอล) ดังนั้นบริษัทผู้ผลิตรถยนต์จึงได้มีการพัฒนาวัสดุที่ใช้ในระบบฉีดเชื้อเพลิง ตั้งแต่&lt;br /&gt;ถังน้ำมัน ปั๊มน้ำมันเชื้อเพลิง ท่อทางเดินน้ำมัน จนถึงหัวฉีดน้ำมันเชื้อเพลิง ให้มีคุณสมบัติที่สามารถทนต่อ&lt;br /&gt;สาร MTBE และ Ethanol ได้ ดังนั้นบริษัทผู้ผลิตรถยนต์จึงได้ให้ความมั่นใจว่า รถยนต์ที่ผลิตตั้งแต่ปี&lt;br /&gt;1995 เป็นต้นมา สามารถใช้กับน้ำมันเบนซินที่ผสม เอทานอลได้ ทั้งนี้สามารถตรวจสอบยี่ห้อ รุ่นรถได้&lt;br /&gt;ที่เว็บไซต์ของ ปตท. (&lt;a href="http://www.pttplc.com/" target="_blank"&gt;www.pttplc.com&lt;/a&gt;)&lt;br /&gt;อย่างไรก็ตาม รถยนต์ที่ผลิตก่อนปี 1995 บางรุ่นอาจใช้น้ำมันแก็สโซฮอล์ได้ โดยผู้ใช้สามารถ&lt;br /&gt;สอบถามโดยตรงจากบริษัทผู้ผลิตรถยนต์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: yellow;"&gt;* คำตอบพูดถึงรถปี 1995 ขึ้นไปที่มีการแก้ไขถังน้ำมัน&lt;br /&gt;ปั๊มน้ำมันเชื้อเพลิง ท่อทางเดินน้ำมัน จนถึงหัวฉีดน้ำมันเชื้อเพลิง&lt;br /&gt;เพื่อให้ใช้งานน้ำมันไร้สารตะกั่วได้นั้น จะสามารถใช้งานแก๊ซโซฮอล์ได้เช่นกัน&lt;br /&gt;แต่ก็ไม่ได้บอกว่ารถที่เก่ากว่าปี 1995 สามารถใช้งานแก๊ซโซฮอล์ได้&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;ข้อสงสัย 2.&lt;/b&gt; การใช้แก๊สโซฮอล์จะไปทําปฏิกิริยากับถังน้ำมันรถยนต์และท่อทางเดินน้ำมันรถยนต์ที่ผลิตจาก&lt;br /&gt;วัสดุที่ทําจากยาง หรือพลาสติกชนิดพิเศษดังกล่าว ทําให้เกิดการกัดกร่อน กลายเป็นตะกอนสะสมในถัง&lt;br /&gt;น้ำมันไปเรื่อยๆ ทีละน้อย ปั๊มน้ำมันไฟฟ้าจะต้องทํางานหนักขึ้นเพื่อดูดน้ำมันเข้าไปเผาไหม้ในห้องเครื่องยนต์&lt;br /&gt;ทําให้อายุการใช้งานของปั๊มน้ำมันไฟฟ้าสั้นลงอย่างรวดเร็ว และทําให้ไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิงหรือกรองเบนซิน&lt;br /&gt;อุดตันเร็วกว่าปกติ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;คําตอบ 2.&lt;/b&gt; เนื่องจากวัสดุต่างๆ ที่ใช้ในระบบฉีดเชื้อเพลิงของรถยนต์ที่ผลิตตั้งแต่ปี 1995 และผู้ผลิต&lt;br /&gt;ได้ให้คําแนะนําว่าสามารถใช้กับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ได้นั้น ได้ถูกออกแบบมาและมีการทดสอบแล้วว่าสามารถ&lt;br /&gt;ทนต่อ MTBE และ Ethanol ได้ ดังนั้นจึงไม่มีการละลายของยางหรือเกิดการกัดกร่อนของยาง หรือ&lt;br /&gt;พลาสติกใด ๆจนเป็นสาเหตุให้เกิดตะกอนสะสมในถังน้ำมันอย่างที่เข้าใจกัน&lt;br /&gt;สําหรับกรณีที่สงสัยว่า ใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์แล้วทําให้ไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิงหรือกรอง&lt;br /&gt;เบนซินอุดตันเร็วนั้น “ไม่เป็นความจริง” เพราะการที่จะเปลี่ยนไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิงขึ้นอยู่กับปัจจัย&lt;br /&gt;ต่างๆ อาทิ ลักษณะการใช้งานของรถยนต์, อายุการใช้งานของไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิง คุณภาพของไส้กรอง&lt;br /&gt;เป็นต้น หากรถยนต์บางคันมีการสะสมของคราบสิ่งสกปรกในระบบเชื้อเพลิง อยู่แล้ว เมื่อเปลี่ยนมาใช้&lt;br /&gt;น้ำมันแก๊สโซฮอล์ซึ่งมีคุณสมบัติที่ดีในด้านการทําความสะอาดจึงอาจไปชะล้างคราบสิ่งสกปรก&lt;br /&gt;ออกมาในครั้งแรกของการใช้เท่านั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: yellow;"&gt;* คำตอบข้อนี้ก็ยังคงพูดถึงรถยนต์ปี 1995 ขึ้นไปเช่นกัน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;ข้อสงสัย 3.&lt;/b&gt; ห้องเผาไหม้ของเครื่องยนต์จะมีตะกอนของยางและพลาสติกชนิดพิเศษไปเกาะตามบ่าวาล์ว&lt;br /&gt;ลูกสูบ แหวนลูกสูบ หากมีปริมาณไม่มาก ก็จะทําให้แหวนลูกสูบสึกหรอไปทีละน้อย แต่หากมีปริมาณมากๆ&lt;br /&gt;แล้ว แหวนลูกสูบจะบิ่น ทําให้เครื่องยนต์เริ่มมีปัญหาเนื่องจากแหวนลูกสูบไม่สามารถกวาดน้ำมันเครื่องลง&lt;br /&gt;ก้นอ่างได้หมด ทําให้รถยนต์คันนั้นมีปัญหาการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ สะสมทีละน้อยๆ เครื่องก็จะค่อยๆ หลวม&lt;br /&gt;ไปทีละนิด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;คําตอบ 3.&lt;/b&gt; ปตท. โดย สถาบันวิจัยและเทคโนโลยี ได้วิจัยทดสอบการใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์กับรถยนต์ทั้งที่&lt;br /&gt;ผลิตตั้งแต่ปี 1995 เป็นต้นมา และรถรุ่นเก่าที่ใช้ระบบจ่ายเชื้อเพลิงแบบคาร์บูเรเตอร์ ที่ระยะทาง 100,000&lt;br /&gt;กิโลเมตร โดยวัดมลพิษไอเสียและทดสอบสมรรถนะเครื่องยนต์ทั้งตลอดช่วงเวลาการใช้งานและหลังการใช้&lt;br /&gt;งาน โดยการถอดเครื่องยนต์เพื่อประเมินความสกปรกที่เกิดขึ้นที่ลิ้นไอดี ห้องเผาไหม้ของเครื่องยนต์ รวมทั้ง&lt;br /&gt;ความสึกหรอตามชิ้นส่วนต่างๆ ของเครื่องยนต์ ไม่ว่าจะเป็น ลูกสูบ แหวนลูกสูบ กระบอกสูบ แบริ่งส่วนต่างๆ&lt;br /&gt;วัดอัตราการฉีดเชื้อเพลิงของหัวฉีด และตามชิ้นส่วนต่างๆ ของคาร์บูเรเตอร์ ผลการประเมินชิ้นส่วนทั้งหมด&lt;br /&gt;พบว่า ระดับของการสึกหรออยู่ในระดับปกติ ไม่แตกต่างจากการใช้เชื้อเพลิงเบนซินทั่วไป ดังนั้น&lt;br /&gt;จึงสรุปได้ว่าการใช้ “น้ำมันแก๊สโซฮอล์” ไม่ได้มีผลกระทบต่อการสึกหรอของเครื่องยนต์ที่ผิดปกติไป&lt;br /&gt;กว่าการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงธรรมดาแต่อย่างใด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: yellow;"&gt;* คำตอบข้อนี้พูดถึงเครื่องยนต์รุ่นเก่าด้วย แต่ก็ไม่ได้ตอบว่า&lt;br /&gt;ในรถยนต์รุ่นเก่ากว่าปี 1995 นั้น แก๊สโซฮอล์จะไปทําปฏิกิริยากับถังน้ำมันรถยนต์และท่อทางเดินน้ำมันรถยนต์หรือไม่&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;ข้อสงสัย 4.&lt;/b&gt; คาตาไลติก คอนเวอร์เตอร์ หรือตัวกรองไอเสียของรถยนต์ในปัจจุบันไม่ได้รับการออกแบบมา&lt;br /&gt;เพื่อรองรับการใช้งานกับเชื้อเพลิงชนิดเอทานอลเบลนด์ การใช้งานเชื้อเพลิงชนิดอื่นนอกจาก RON (น้ำมันไร้&lt;br /&gt;สารตะกั่ว) ย่อมทําให้อายุการใช้งานของอุปกรณ์ชนิดนี้ลดลงกว่าที่ควรจะเป็น (คาตาไลติก คอนเวอร์เตอร์&lt;br /&gt;อายุใช้งานเฉลี่ยประมาณ 10 ปี)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;คําตอบ 4.&lt;/b&gt; โดยปกติ คาตาไลติก คอนเวอร์เตอร์ หรืออุปกรณ์กรองมลพิษไอเสีย จะเสื่อมสภาพหรือ&lt;br /&gt;มีอายุการใช้งานที่สั้นลง เมื่อสัมผัสกับโลหะหนักที่อยู่ในไอเสีย เช่น สารตะกั่ว กํามะถัน ซึ่งน้ำมัน&lt;br /&gt;แก๊สโซฮอล์ไม่ได้มีโลหะหนักผสมอยู่ จึงไม่ได้มีผลต่ออายุการใช้งานคาตาไลติก คอนเวอร์เตอร์&lt;br /&gt;ทั้งนี้ การเสื่อมสภาพของอุปกรณ์กรองมลพิษไอเสีย มีอยู่ด้วยกัน 2 รูปแบบ ได้แก่&lt;br /&gt;4.1 เสื่อมสภาพจากการใช้งานตามปกติ ซึ่งปกติอายุของอุปกรณ์กรองไอเสียนี้จะมีอายุประมาณ 1&lt;br /&gt;- 2 แสนกิโลเมตร ตามระดับเทคโนโลยีการผลิต&lt;br /&gt;4.2 ความเสียหายที่เกิดจากการใช้งานไม่เหมาะสม เช่น ติดตั้งอุปกรณ์เข้าใกล้เครื่องยนต์มากเกินไป&lt;br /&gt;การใช้งานที่อุณหภูมิของไอเสียสูงมากเป็นระยะเวลานาน หรือ การอุปกรณ์กรองไอเสียถูกกระแทกอย่างแรง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: yellow;"&gt;* คำตอบข้อนี้ชัดเจน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;ข้อสงสัย 5.&lt;/b&gt; น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E10 ที่ใช้กันในปัจจุบัน บริษัทผู้ผลิตเอทานอลในประเทศไทยแต่ละรายยังไม่&lt;br /&gt;สามารถส่งมอบเอทานอลได้มาตรฐานตามข้อกําหนด ทําให้คุณภาพของน้ำมันแก๊สโซฮอล์ในปัจจุบันยังไม่นิ่ง&lt;br /&gt;และแปรเปลี่ยนไปตามวัตถุดิบของแต่ละโรงงานผลิต ส่งผลให้การผสมน้ำมันเบนซินไม่ได้สัดส่วนที่แน่นอน&lt;br /&gt;อย่างที่ควรจะเป็น เนื่องจากมีบางโรงงานลดคุณภาพของเอทานอลลง เพราะไม่สามารถปรับราคาจําหน่าย&lt;br /&gt;ขึ้นจาก 12.75 บาท มาเป็น 14.90 บาทได้ จนกระทั่งปัจจุบันรัฐบาลต้องให้ราคาสูงถึง ลิตรละ 15.00 บาท&lt;br /&gt;ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาเพื่อจูงใจให้โรงงานผลิตเอทานอลเหล่านี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;คําตอบ 5.&lt;/b&gt; ในการผลิตน้ำมันแก๊สโซฮอล์ ผู้ค้าน้ำมันทุกรายจะต้องจัดหาเอทานอลที่มีคุณสมบัติเป็นไป&lt;br /&gt;ตามข้อกําหนดคุณภาพของเอทานอลที่ใช้สําหรับเป็นเชื้อเพลิง ซึ่งไม่ว่าผู้ผลิตเอทานอลจะผลิต&lt;br /&gt;เอทานอลจากวัตถุดิบชนิดใด หรือจะต้องขายเอทานอลด้วยราคาเท่าใดก็ตาม เอทานอลที่จะ&lt;br /&gt;นําเสนอขายหรือผลิตได้จะต้องมีคุณสมบัติเป็นไปตามประกาศข้อกําหนดด้วย มิฉะนั้นผู้ค้าน้ำมันจะ&lt;br /&gt;ไม่สามารถรับซื้อได้ นอกจากนั้น ผู้ค้าน้ำมันจะต้องผสมเอทานอลในอัตราส่วนตามที่กฎหมายกําหนดและ&lt;br /&gt;ควบคุมคุณภาพของแก๊สโซฮอล์ที่ผลิตได้ให้เป็นไปตามประกาศคุณสมบัติของน้ำมันแก๊สโซฮอล์ ปีพ.ศ. 2547&lt;br /&gt;ของกรมธุรกิจพลังงาน เช่นกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: yellow;"&gt;* คำตอบข้อนี้ชัดเจน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;ข้อสงสัย 6.&lt;/b&gt; แก๊สโซฮอล์ E10 ไม่สามารถให้พลังงานได้เทียบเท่าน้ำมันเบนซิน 95 เดิม ทําให้ต้องเติมจํานวน&lt;br /&gt;มากกว่า เพื่อให้ได้ระยะทางการขับขี่เท่าๆ กัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;คําตอบ 6.&lt;/b&gt; น้ำมันแก๊สโซฮอล์มีค่าความร้อนต่ำกว่าน้ำมันเบนซินเล็กน้อย เนื่องจากมีก๊าซออกซิเจนซึ่งเป็นสาร&lt;br /&gt;ไม่ให้พลังงานความร้อนแต่ช่วยทําให้การเผาไหม้สมบูรณ์เป็นองค์ประกอบอยู่ส่วนหนึ่ง จากผลการทดสอบโดย&lt;br /&gt;สถาบันวิจัยฯ ปตท. ภายใต้สภาวะของการขับขี่ที่ควบคุมได้ พบว่าอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงของน้ำมัน&lt;br /&gt;แก๊สโซฮอล์แตกต่างจากน้ำมันเบนซิน 95 อยู่เพียง 1-2% อย่างไรก็ตาม การสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงขึ้นอยู่กับ&lt;br /&gt;สภาพการขับขี่ของแต่ละบุคคล, สภาพของรถยนต์ และสภาพจราจรบนท้องถนน ฯลฯ แต่เมื่อเปรียบเทียบ&lt;br /&gt;กับราคาจําหน่ายแล้ว น้ำมันแก๊สโซฮอล์ ซึ่งมีราคาถูกกว่าน้ำมันเบนซิน 95 ลิตรละ 1.50 บาท หรือ&lt;br /&gt;5.7% จากราคาน้ำมันเบนซิน 95 ปัจจุบันที่ 26.14 บาท/ลิตร ยังสามารถช่วยประหยัดเงินผู้ใช้ได้&lt;br /&gt;มากกว่าน้ำมันเบนซิน 95 ประมาณร้อยละ 3.7% ทีเดียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: yellow;"&gt;* คำตอบข้อนี้อ้างถึงสภาพการขับขี่ของแต่ละบุคคล&lt;br /&gt;แต่ก็ยอมรับว่าแก๊สโซฮอล์ E10 ไม่สามารถให้พลังงานได้เทียบเท่าน้ำมันเบนซิน 95 เดิม&lt;br /&gt;ทําให้ต้องเติมจํานวนมากกว่า เพื่อให้ได้ระยะทางการขับขี่เท่าๆ กัน และเหมือนยอมรับไปถึง E20 ว่าจะยิ่งเห็นความแตกต่าง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ซึ่งนอกจากจะช่วยประหยัดเงินของแต่ละท่านแล้ว ที่สําคัญเรายังมีส่วนช่วยประเทศชาติประหยัด&lt;br /&gt;เงินตราลดการนําเข้าเชื้อเพลิงลงได้ด้วย ในภาวะวิกฤติพลังงานเช่นนี้ทุกคนในชาติต้องช่วยกันเพื่อให้ประเทศ&lt;br /&gt;ขับเคลื่อนไปได้อย่างมีประสิทธิภาพและเพื่ออนาคตของคนรุ่นหลัง ปตท. พร้อมที่จะทําหน้าที่ให้ดีและ&lt;br /&gt;เหมาะสมที่สุดในฐานะ “บริษัทพลังงานแห่งชาติ” อย่างสมบูรณ์ต่อไป ให้สมกับเป็น ปตท. “พลังไทย เพื่อไทย”&lt;br /&gt;สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเรื่องแก๊สโซฮอล์ ได้ที่&lt;br /&gt;• ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท ปตท. จํากัด (มหาชน) โทรศัพท์ 0-2537-2422&lt;br /&gt;• สอบถามข้อมูลทางเทคนิค ได้ที่ สถาบันวิจัยและเทคโนโลยี ปตท. โทร. 02-537-3000 ต่อ 2465, 2415, 3245&lt;br /&gt;• ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่ &lt;a href="http://www.pttplc.com/" target="_blank"&gt;www.pttplc.com&lt;/a&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5307417485713759266-4144708747678616896?l=raisaramak.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://raisaramak.blogspot.com/feeds/4144708747678616896/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://raisaramak.blogspot.com/2009/11/blog-post_5902.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5307417485713759266/posts/default/4144708747678616896'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5307417485713759266/posts/default/4144708747678616896'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://raisaramak.blogspot.com/2009/11/blog-post_5902.html' title='แนะนำวิธีการล้างห้องเครื่อง อย่างไร ให้สวยงามและถูกวิธี'/><author><name>mixer</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17096518705531486329</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://4.bp.blogspot.com/_tshc1bf64uk/SmxUN5b2ZII/AAAAAAAAAAU/w4Eufop1EXA/S220/Picture+186_1.JPG'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5307417485713759266.post-2959872470111800137</id><published>2009-11-28T07:19:00.000-08:00</published><updated>2009-11-28T07:20:21.584-08:00</updated><title type='text'>อาการเบรคมีปัญหา...ทุกกรณีมีที่นี่</title><content type='html'>&lt;span style="font-size: 12pt; line-height: 1.3em;"&gt;&lt;span style="color: pink;"&gt;เบรกตื้อ&lt;/span&gt; เป็นอาการที่เวลาเหยียบเบรก แล้วรู้สึกว่า เบรกมันไม่ค่อยอยู่ เบรกแข็งๆ ต้องออกแรงเหยียบเบรกมากๆ อาการเบรกตื้อ เกิดมาจากหลายสาเหตุ เช่น แรงดูดสุญญากาศของหม้อลมน้อย เพราะปั้มตูดไดชาร์จเสีย หรือผ้าในหม้อลมรั่ว วาล์ว PVC หรือ Combo Vale เสีย สายลมรั่ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: pink;"&gt;เบรกต่ำ&lt;/span&gt; เวลาเหยียบเบรกแล้วรู้สึกว่า แป้นเบรกจมลงต่ำกว่าปรกติ เหยียบค้างไว้เบรกค่อยๆจมลงๆ เป็นอาการของเบรกต่ำ ส่วนมากเกิดมาจาก ลูกยางแม่ปั้มเบรกบน มีอาการสึกหรอ หรือบวม ทำให้แรงดันเบรกลดลง ต้องออกแรงเบรกมากขึ้น หรือต้องเหยียบเบรกซ้ำๆกัน หลายๆครั้ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: pink;"&gt;เบรกติด&lt;/span&gt; อาการเหมือนรถมีอาการเบรกทำงานอยู่ตลอดเวลา รถจะตื้อ เบรกร้อนมีกลิ่นเหม็นไหม้ เบรกปัดซ้าย-ขวา รถวิ่งไม่ออก จอดแล้วเข็นรถไม่ได้ เป็นอาการของเบรกติด ส่วนมากเกิดจาก การลูกยางกันฝุ่นของแม่ปั้มเบรกเสีย ทำให้มีน้ำซึมเข้าไปในกระบอกเบรก จนเกิดสนิมติดขัด ลูกสูบเบรกไม่สามารถเคลื่อนตัวเข้าออกได้ &lt;span style="text-decoration: underline;"&gt;การแก้ไข&lt;/span&gt; เปลี่ยนชุดซ่อมแม่ปั้มเบรกล่าง ถอดมาขัดสนิมออก ทั้งแม่ปั้ม และกระบอกเบรก ห
